ประมาณ 4 ปีก่อน ฉันทำศัลยกรรมที่ ㅇㅇㄹㅁ แถวคังนัมกับผู้อำนวยการหลัก ทำตัดกระดูกจมูก แล้วก็ใช้กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก+กระดูกอ่อนหูที่ปลายจมูกค่ะ ตอนจมูกยังบวมอยู่ก็ไม่ค่อยรู้สึก แต่พอบวมยุบลงเรื่อยๆ สันจมูกข้างหนึ่งมันยุบเป็นแอ่งเลยค่ะ.. เอามือจับก็รู้สึกได้ว่ามันบุ๋มลงไป เวลาที่แสงเข้าหน้าสม่ำเสมอกันจะไม่ค่อยเห็น แต่ถ้าแสงเข้าจากด้านข้างจะเห็นชัดมาก เวลาถ่ายรูปคือจริงๆ ㅜㅜㅜㅜㅠㅠㅠ หงุดหงิดมากค่ะ ทำศัลยกรรมเพราะอยากสวยขึ้นแท้ๆ แต่พอถ่ายรูปต้องมาแก้สันจมูกให้ตรงก่อน.. ตอนแรกก็คิดว่า อาการบวมคงยุบไม่เท่ากันแหละ.. แล้วก็รอ อดทนเพราะคิดถึงค่าผ่าตัดก้อนใหญ่ ความเจ็บ และการที่ต้องทนอีกครั้ง แถมยังต้องใช้ชีวิตเข้าสังคม ก็คิดถึงเรื่องที่หลังผ่าตัดต้องบอกคนรอบตัวอีก เลยอดทนมา แต่สุดท้ายไม่ไหวจริงๆ ค่ะ ก็เลยพอช่วงพีกซีซันจบ ฉันจองคิวปรึกษาผ่านแอปแล้วรอ ทางคลินิกศัลยกรรมโทรมาเพื่อนัดวัน ระหว่างกำลังนัดก็ถามว่าเป็นการผ่าตัดแก้ไหม ฉันตอบว่าใช่ เคยผ่าตัดที่โรงพยาบาลนี้เมื่อหลายปีก่อน เขาก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นจะต้องรอ 2 เดือนถึงจะได้ปรึกษา แบบนี้มันสมเหตุสมผลเหรอคะ?? ไม่ใช่ผ่าตัดนะ แค่ปรึกษายังต้องรอ 2 เดือน..? แถมเฉพาะคนไข้แก้เท่านั้น???? ถึงสันจมูกฉันจะเป็นแบบนี้ แต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนี้เคยดูแลอย่างใจดี และถ้าไม่นับสันจมูก ฉันก็ไม่ได้ไม่พอใจรูปทรงโดยรวมมาก ยังมีใจเชื่อใจอยู่ เลยติดต่อกลับไปอีกครั้ง แต่พอเขาพูดแบบนั้น ใจฉันก็เย็นชาลงทันที คนเราทำแบบนั้นได้ยังไงจริงๆ.. ใน YouTube ก็พูดว่าจะรับผิดชอบการผ่าตัดแก้... ฉันเลยรู้สึกว่าไม่ใช่แล้ว จึงบอกว่างั้นไม่ผ่าตัดแล้ว ขอให้ยกเลิกคิวปรึกษาให้ด้วย คนที่พูดห้วนๆ มาตลอดกลับตอบว่า ค่ะ^^ ด้วยน้ำเสียงที่มีความสุขที่สุดในสาย แล้วก็วางไป แน่นอนว่าไม่ได้คุยกับผู้อำนวยการ แต่คุยกับพนักงานให้คำปรึกษา แต่ความรู้สึกดีๆ หายไปหมดเลยค่ะ
หลังจากนั้นฉันไปปรึกษาโรงพยาบาลอื่น ที่นั่นบอกว่าเรื่องนี้ง่ายมากจริงๆ ให้กลับไปโรงพยาบาลเดิมที่ทำมา ฉันบอกว่าเกิดเรื่องแบบนี้ๆ เลยมาที่นี่ เขาก็บอกว่ามีกรณีแบบนั้นด้วยเหรอ ให้ไปนั่งรอที่โรงพยาบาลนั้นเลยสิ เขาควรทำให้แน่นอน มันน่าขำมาก ยิ่งคิดหนักเลยค่ะ ㅠㅡㅠ
ถูกใจ 9