โพสต์

รีวิวศัลยกรรมแบบไม่ผ่าตัด@petit-review

รีวิวฟิลเลอร์หน้าผากแบบละเอียดมาก

ที่ที่ฉันไปฉีดฟิลเลอร์อยู่ในพื้นที่คยองบุกค่ะ ลังเลระหว่างปลูกถ่ายไขมันกับฟิลเลอร์หน้าผาก สุดท้ายทำฟิลเลอร์หน้าผาก แล้วฉันพอใจกับทรงและทุกอย่างมากจนคิดว่าทำไมไม่ทำตั้งนานแล้ว!ㅎ (ถ้าไม่โลภมากกว่าที่คิดก็ดูธรรมชาติค่ะ ถ้าใส่เยอะน่าจะดูออก)

ฉันฉีดของเกาหลี Attierre ค่ะㅎ ฉีด 6cc และฉีด Botox หน้าผาก 2 จุด ตรงหว่างคิ้วกับหน้าผาก? ฉีดตรงนั้นค่ะ ตอนแรกคิดว่าแค่ 4cc ก็น่าจะพอ แต่ตอนปรึกษา เขาบอกว่าน่าจะต้องฉีดให้ครบ 6cc เลย แถมยังบอกว่าถ้ามีส่วนที่อยากเติมเพิ่ม อาจต้องเติมเพิ่มอีก.. หน้าผากฉันค่อนข้างแคบ กระดูกคิ้วนูน และบริเวณขมับยุบ เลยปรึกษาว่าอยากเติมให้เป็นธรรมชาติ โดยเน้นบริเวณนั้นค่ะ เขาบอกว่าถ้าฉีด Botox จะอยู่ได้นานขึ้น เลยฉีดพร้อมกันค่ะ พอดีมีอีเวนต์เป็นแพ็กเกจด้วย จ่ายบัตร 600,000 วอน แต่เพราะ VAT รวมแล้วจ่าย 660,000 วอน ถ้าเติมเพิ่ม เขาบอกว่าจะเพิ่มครั้งละ 110,000 วอนค่ะ ได้ยินคนพูดกันเยอะว่าฟิลเลอร์หน้าผากเจ็บ เลยกังวลมาก แต่จบได้ดีเลยโล่งใจㅎ <ขั้นตอนฟิลเลอร์หน้าผาก> ตอนแรกทาครีมยาชาและฆ่าเชื้อหน้าผาก แล้วฉีดยาบล็อกเส้นประสาทหลายเข็มที่หน้าผาก (6-7 เข็ม?) ตอนนั้นเข็มเจ็บนิดหน่อยค่ะ..ㅎ แต่ถ้าคิดเรื่องอื่นก็พอทนได้? หลังจากนั้นพอยาชาออกฤทธิ์ก็ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก จากนั้นความรู้สึกที่ศีรษะเริ่มแปลกๆ และตอนใส่ฟิลเลอร์ความรู้สึกแปลกมากค่ะ เหมือนยากำลังกระจาย หรือเหมือนหน้าผากโดนยาอะไรสักอย่าง รู้สึกเหมือนโดนจิ้มไปทั่วหน้าผาก ข้างในหน้าผากเหมือนมีเสียงกรอบแกรบ.. ฉันคิดซ้ำๆ แค่ว่า “รีบจบที” ค่ะ ตื่นเต้นมาก แต่พอฉีดเสร็จ กดหน้าผากแน่นๆ แล้วคุณหมอปั้นทรงให้ก็จบค่ะ

ผู้จัดการบอกว่าหลังทำประมาณ 3-4 ชั่วโมงยาชาจะเริ่มหมดฤทธิ์.. เขาบอกว่าก่อนยาชาหมดฤทธิ์ควรกิน Tylenol ไว้ก่อน ฉันกินแล้ว แต่หัวปวดมากจนวันนั้นหลับไปทั้งอย่างนั้นเลยค่ะ คิดว่าเราคงไม่เจ็บหรอก แต่ปวดหัวจนหัวหนัก ทนปวดหัวลำบากมาก รู้สึกเหมือนหัวจะแตก... วันถัดมาไม่มีปวดหัวแล้วค่ะ มีแค่ความรู้สึกหนักๆ เพราะเรื่องนั้นสภาพร่างกายฉันแย่ลง และวันที่ฉีดฟิลเลอร์ก็รู้สึกคลื่นไส้ด้วยค่ะ อันนี้น่าจะแล้วแต่คน ตอนแรกบริเวณหน้าผากส่วนบนเป็นคลื่นนิดหน่อย แต่ค่อยๆ ดีขึ้นแล้วค่ะ! ฟังจากผู้จัดการ เขาบอกว่าโดยปกติอาการบวมจะอยู่ 2-3 สัปดาห์ จริงๆ ตามรีวิวเลย วันที่สองพอใจมาก และหลังจากนั้นก็ยังพอใจอยู่ แต่บวมค่อยๆ ลงมาทางจมูก ไม่ได้ชัดจนกระทบชีวิตประจำวันมากค่ะ เขาบอกว่าการฉีด Botox หน้าผากทุก 3 เดือนครั้งหนึ่งจะช่วยให้ระยะคงอยู่ดีขึ้น ตอนฉีดแรกๆ ฉันคิดว่า “อ่า ครั้งหน้าจะไม่ฉีดแล้ว” แต่พอฉีดแล้วเห็นทรงหน้าผากคือพอใจมาก.. เลยคิดว่าเพราะสวยขึ้น คนเราถึงทนเจ็บแบบนี้สินะ ถ้าดูรีวิวรูปให้ดี แล้วไปที่ที่มีประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์เยอะ ก็น่าจะไม่ต้องกังวลค่ะ พอเวลาผ่านไป ความรู้สึกที่หน้าผากหนักมากๆ ก็ค่อยๆ ดีขึ้นเหมือนกัน เพราะเป็นครั้งแรกที่ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เลยไม่รู้ว่า 6cc ก็ไม่ได้ถือว่าเยอะมาก แต่พอฉีดแล้วก็เข้าใจค่ะㅎ แต่ทรงหน้าผากแต่ละคนไม่เหมือนกัน คงต้องฉีดให้เหมาะกับตัวเอง ไม่ใช่สำคัญที่ฉีดกี่ cc อย่างไรก็ตาม ฉันเขียนเพราะหวังว่าจะช่วยคนที่กำลังลังเลระหว่างปลูกถ่ายไขมันกับฟิลเลอร์ได้ค่ะㅎ ฉันเคยฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแบบ aegyo-sal และฟิลเลอร์คางมาก่อน ลำดับความเจ็บน่าจะเป็น ฟิลเลอร์คาง < aegyo-sal < หน้าผาก ค่ะ หลังทำฟิลเลอร์หน้าผาก เขาแปะแผ่นปิดแผลตรงจุดที่ฉีดให้ค่ะ บอกว่า 2 ชั่วโมงหลังจากนั้นแกะออกได้ และแต่งหน้าได้ด้วยㅎ แล้วเขาบอกข้อควรระวังด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ถ้าวันถัดมาเห็นสีแดงที่หน้าผากหรืออะไรแบบนี้ อาจเป็นเพราะฟิลเลอร์ทำให้หลอดเลือดอุดตัน ให้ดูดีๆ แต่ฉันไม่มีแบบนั้นค่ะㅎ เพราะเรื่องนั้นเลยกลัวมาก เขาบอกว่ากรณีแบบนั้นไม่ค่อยมี แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วรีบไปโรงพยาบาล ก็สามารถจัดการได้ค่ะ ฉันไม่ได้รับยาปฏิชีวนะอะไรเลย..จบแค่กินยาแก้ปวดหัวค่ะ สรุปแล้วฉันพอใจกับฟิลเลอร์หน้าผาก แม้จะรู้สึกหนักเหนือหว่างคิ้วเพราะ Botox ก็ตาม

ถูกใจ 5

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้