โพสต์

รีวิวศัลยกรรมจมูก@rhino-review

รีวิวทำจมูกวันนี้

ก่อนอื่น โรงพยาบาลถ้าถอดเฝือกแล้วพอใจจะมาเปิดเผยนะ (ถึงจะเพิ่งเจอกันครั้งแรก แต่ขอเขียนแบบห้วนๆ นะ)

เดิมทีเป็นผ่าตัดตอนบ่าย แต่ 3 วันก่อนถูกเปลี่ยนเป็นผ่าตัดตอนเช้า เลยได้ผ่าเป็นคิวแรกสุด โชคดี เขาบอกให้มาถึงภายใน 8 โมง ฉันก็ไปโรงพยาบาลให้ตรงเวลา พอไปถึงก็ไปเอารองเท้ากับเสื้อผ้าใส่ล็อกเกอร์ ที่นี่เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่มาก แต่พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ค่อนข้างไม่เป็นมิตร อาจเพราะฉันเป็นคนหัวโบราณที่คิดว่างานบริการก็ควรบริการให้ดี แต่ถ้าเป็นคนจิตใจอ่อนไหว กลัวผ่าตัด แล้วมาคนเดียวแบบตัวสั่นๆ ก็คงยิ่งกังวลกว่าเดิม เพราะงั้นที่นี่อาจจะมีชื่อเสียงว่าผ่าตัดเก่ง แต่คะแนนต่ำก็เพราะแบบนี้ หัวหน้าที่ปรึกษากับคุณหมอดีมากจริงๆ แต่พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ทำคะแนนหายหมดㅋㅋㅋㅋ ปกติอะไรๆ ความประทับใจแรกก็สำคัญ ถ้าโรงพยาบาลเห็นรีวิวนี้ ช่วยเปลี่ยนพนักงานหน้าเคาน์เตอร์หน่อยนะ... ยังไงก็ตาม เปลี่ยนเป็นชุดผ่าตัด ชำระเงิน แล้วก็พบหัวหน้าที่ปรึกษา ฉันไม่ได้ผ่าหน้า แต่มีอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ เยอะ เลยมีประสบการณ์ผ่าตัดค่อนข้างมาก ดังนั้นไม่ค่อยกลัวการผ่าตัดเท่าไหร่ และที่สำคัญคือไม่ค่อยยึดติดกับชีวิตเท่าไหร่ㅋㅋㅋㅋ ก็เลยไม่ค่อยตื่นเต้น แต่เขาจดละเอียดมากว่าเคยผ่าตัดส่วนอื่นเมื่อไหร่ ใช้ยาชา/ยาสลบอะไร แทบจะจดบันทึกประวัติในช่วง 10 ปีมาหมด ฉันเคยฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณที่เจ็บมากจริงๆ แล้วเขาก็เห็นใจ ถามว่าตรงนั้นฉีดยาชาเฉพาะที่ได้ยังไง ตอนฉีดยาคงเจ็บมากใช่ไหม ถึงฉันจะไม่ค่อยตื่นเต้น แต่บรรยากาศเก้อๆ เพราะไปคนเดียวก็ผ่อนคลายลงหน่อย แล้วฉันไปเพราะดูรีวิวจากแอปอื่นมา แต่พอถามว่าเขียนในชาร์ตได้ไหมว่ามาจากการดูในชุมชนหนึ่ง เขาก็ยินดีเขียนให้ เลยรู้สึกขอบคุณ จากนั้นก็เขียนใบยินยอม และเพราะบอกว่าถ้าเขียนรีวิวจะลดราคาให้ เลยเขียนใบยินยอมเรื่องนั้นด้วย (ฉันพูดตรงๆ ทั้งหมดจริงๆ) มีข้อความว่าอยากให้เขียนในเชิงบวก แต่ถ้าไม่ดีก็จะเขียนว่าไม่ดี เพียงแต่ว่าสำหรับฉันผลการผ่าตัดสำคัญ เลยคิดว่าควรเว้นระยะนานๆ แล้วค่อยเขียน พรุ่งนี้ต้องบอกเรื่องนี้ด้วย แล้วไม่นานคุณหมอก็เดินมายิ้มๆ โดยไม่ดูชาร์ตด้วยซ้ำแล้วพูดว่า “เราตกลงจะทำอันนี้ใช่ไหมครับ?” ความเชื่อมั่นพุ่งสูงขึ้นมาก.... ถึงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ฉันมีระยะระหว่างหัวตาแคบ เลยอยากให้ธรรมชาติที่สุด สูงขึ้นแค่เท่าที่คนทั่วไปเกิดมาก็มี ฉันจริงๆ แล้วทรงจมูกเดิมสวยมาก แต่สันจมูกนี่เหมือนอยู่ใต้ทะเลสองหมื่นลี้จริงๆ... ดังนั้นเวลามองด้านข้างแทบไม่มีสันจมูก จนเห็นตาสองข้างเหมือนเป็นก้อนเดียวกันเลย คำขอของฉันคือให้ธรรมชาติที่สุด และทรงไม่ต่างจากจมูกตอนนี้มาก แล้วพูดตรงๆ เหตุผลใหญ่ที่สุดที่เลือกที่นี่แทนโรงพยาบาลอื่นคือเรื่องผนังกั้นจมูกคด ฉันเป็นโรคนี้ค่อนข้างหนัก พอนอนลงก็หายใจไม่ออก ตอนแรกเลยคิดว่าจะทำแค่ด้านการใช้งาน แต่ก็คิดว่าไหนๆ แล้วลองเสริมสันจมูกขึ้นหน่อย เลยตัดสินใจทำด้วยกัน ตอนเดินปรึกษาหลายที่ ทุกที่พูดว่าใช้ประกันได้ แต่ราคาขึ้นไปแบบไร้เหตุผลมาก แค่ตั้งผนังกั้นจมูกให้ตรงเอง... ถ้าคิดดูดีๆ ราคาส่วนที่ประกันครอบคลุมถูก แต่จมูกเสริมความงามแพง ราคาก็เลยทำเอาอึ้งมาก แต่ที่นี่ตอนปรึกษากับคุณหมอ เขาบอกว่าภาวะคดเป็นสิ่งที่ต้องผ่าตัดเป็นพื้นฐานก่อนทำความงามอยู่แล้ว จึงไม่คิดเงินเพิ่ม เขาบอกให้ลองคิดดูสิ จะใส่วัสดุเสริมตรงๆ เข้าไปในจมูกที่คดได้ยังไง... แน่นอนว่าต้องตั้งให้ตรง แก้ไขผนังกั้นจมูก แล้วใส่วัสดุเสริมไว้ด้านบน และใช้กระดูกอ่อนที่ได้จากผนังกั้นจมูกทำปลายจมูก ฟังไปก็สมเหตุสมผล ตอนนั้นเลยเชื่อใจมากขึ้น และทั้งที่ฉันยังไม่ได้พูด เขาก็บอกให้รู้ไว้ว่าเพราะระยะระหว่างหัวตาแคบ ถึงขอให้ยกสูงก็ยกให้มากไม่ได้ ตรงนั้นฉันถูกใจทุกอย่าง เลยจองหลังคุณหมอออกไป แน่นอนว่าก่อนผ่าตัด คุณหมอก็บอกว่าไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยหรือผลข้างเคียง จะทำให้อย่างปลอดภัยและสวยที่สุด ฉันก็โอเค แล้วตรงไปห้องผ่าตัด นอนบนเตียงผ่าตัด ไม่รู้ว่าอะไรแต่เขาใส่อะไรคล้ายสายน้ำเกลือ แล้วตรึงแขนขาทั้งสองข้าง จากนั้นอาจารย์วิสัญญีที่ดูเหมือนไม่เป็นมิตรสุดๆ ก็มาแล้วบอกว่าจะเวียนหัวนิดหน่อย ฉันก็คิดว่าเมื่อไหร่จะเวียนหัวนะ แต่จู่ๆ ก็มีกลิ่นน่าสะอิดสะเอียนพุ่งขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง คิดว่า กลิ่นอะไรเนี่ย? แล้วพอลืมตาก็อยู่ห้องพักคนไข้แล้วㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋ ยาสลบทั้งตัวนี่ไม่ว่าทำเมื่อไหร่ พอตื่นมาก็รู้สึกแย่จริงๆ เวียนหัวและเหมือนจะอาเจียน ยังไงก็ตาม ผู้ปกครองของฉันมาแล้ว เขาอธิบายข้อควรระวังหลังผ่าตัดอีกครั้งในที่ที่ผู้ปกครองฟังด้วยได้ และบอกเวลามาพรุ่งนี้ แต่ฉันจำไม่ได้ㅋㅋㅋㅋㅋ รู้เพราะแม่บอกㅋㅋㅋㅋ ต้อง... ตอนกลับบ้านให้จดเวลานัดครั้งต่อไปไว้ อย่าถามสองรอบ.. อนุญาตให้ผู้ปกครองได้แค่ 1 คน พ่อเลยมารับยาแทน สิ่งที่ทำตั้งแต่กลับบ้านมาจนถึงตอนนี้คือ ประคบน้ำแข็งไปพร้อมกับเลือดไหลพราก แค่ก้มหน้าลงนิดเดียว เลือดก็ไหลเป็นสายจนรู้สึกได้ว่า อ๋อ นี่คือแรงโน้มถ่วง... ฉันที่คิดว่าจะอ่านหนังสือนี่โง่จริงๆ ส่งรูปสภาพตัวเองให้เพื่อนดู เพื่อนถามว่านี่อีซึงชอล “ยินดีต้อนรับ” เหรอ จริงๆ แล้วอยู่ในสภาพนั้นมาตลอดจนถึงตอนนี้ เพราะเลือดไหลเลยต้องเปลี่ยนผ้าก๊อซบ่อยมาก ฉันเป็นคนที่เคยฆ่าเชื้อเองหลายครั้งเลยชำนาญ แต่เพื่อนๆ ที่ไม่ชำนาญ ควรซื้อผ้าก๊อซขนาดกลาง แอลกอฮอล์สวอบ และเทปไว้ แล้วทำผ้าก๊อซให้เหมือนที่พี่พยาบาลทำไว้ใช้ก็จะดี คราบเลือดต้องเช็ดด้วยแอลกอฮอล์สวอบ ไม่ใช่ทิชชู่เด็ดขาด ฉันเคยคิดในการผ่าตัดครั้งก่อนว่าอะไรคล้ายทิชชู่เปียกก็น่าจะได้ แล้วติดเชื้อ ดังนั้นต้องใช้แอลกอฮอล์สวอบ และใช้แหนบคีบ ไม่ใช่มือ แน่นอนว่าการฆ่าเชื้อแหนบเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ยังไงก็ประคบเย็นอย่างขยันจริงๆ และซื้อเครื่องทำความชื้นแบบไร้สายมา เวลาเดินไปไหนก็ถือไปเหมือนโคมไฟเลย ต้องซื้อเครื่องทำความชื้นไร้สายนะ...ดีที่สุด... ฉันเป็นโรคจมูกอักเสบอยู่แล้ว เลยชินกับการหายใจทางปาก พอทนได้ แต่คนที่ไม่ชินน่าจะลำบากหน่อย แล้วเขาบอกว่านอนก็ไม่ต้องนั่งนอน ใช้หมอนสูงๆ แล้วหลับให้ลึกดีต่อการฟื้นตัว ฉันเลยลากหมอนทั้งหมดในบ้านมา ตอนนี้จมูกกลายเป็นจมูกโตจากอีกโลกจริงๆㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋ สงสัยว่านี่เป็นปกติหรือเปล่า... ก็มีคิดว่าไม่น่าทำเลยไหม เพราะทรงจมูกเดิมเข้ากับหน้าฉันและสวยอยู่แล้ว... นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เป็นคนจมูกใหญ่ขนาดนี้ แต่แน่นอนว่ามุมเฉียงๆ? ดูสวย ดังนั้นเลยตัดสินใจลองเชื่อคุณหมอ... รีวิวพรุ่งนี้จะมาโพสต์หลังเอาสำลีในจมูกออก

ถูกใจ 4

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้