หลังทำหน้าอกมาได้สักพักแล้ว เลยมาเขียนรีวิวสั้น ๆ นะ! เหตุผลที่ฉันเลือกโรงพยาบาลนี้คือ -มีคนพูดถึงเยอะว่าไม่บังคับขนาด ไม่บังคับชนิดซิลิโคน -ดูรูปก่อนและหลังแล้วความต่างชัดมาก -เป็นที่ที่ดูแลตำแหน่งแผลผ่าตัดละเอียด (แผลเล็กมาก + ใช้ Dermabond)
ฉันรู้จักที่นี่จากการดูทั้งแอปและหลาย ๆ คาเฟ่/คอมมูนิตี้ แล้วรีวิวก็ดูโอเค เลยตัดสินใจทำ
ก่อนผ่าตัด หน้าอกฉันก็เป็นหน้าอกธรรมดา ๆ แบบไม่มีอะไรเลย ไม่ได้ดูหย่อนคล้อย และแทบไม่รู้เลยว่ามีสิ่งที่เรียกว่า “ร่องอก”.. เลยเครียดมากที่ดูเป็นทรงตรงลงมาถึงเอวเหมือนท่อนเดียว ทุกคนที่เข้าใจความรู้สึกนี้ก็น่าจะเข้าใจใช่ไหม?
ก็เลยไปผ่าตัดมา พอใส่ซิลิโคนเสริมหน้าอกแล้ว แปลกมากที่เอวก็ดูคอดขึ้นด้วย.. เรื่องไซซ์นี่แน่นอนว่าเปลี่ยนชัดเจน! ตั้งแต่ตอนผ่าตัดใหม่ ๆ ก็แทบไม่มีอาการหน้าอกส่วนบนนูนเกินไปเลย น่าจะเป็นเพราะคุณหมอจับทรงให้ละเอียดมาก? พอคาดหวังว่าจะได้ไลน์หน้าอกที่นูนสวย ก็ได้แต่หวังว่าเวลาจะผ่านไปเร็ว ๆ
ซิลิโคนก็อย่างที่เขียนไว้ในหัวข้อ ฉันใช้ Mentor Smooth ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับ Motiva ราคาแพง ฉันลองจับด้วยตัวเองแล้วเลือกแบบที่สัมผัสดี และปรึกษากับคุณหมอตลอดเพื่อเลือกซิลิโคนที่จะช่วยพยุงสภาพเนื้อและผิวของฉันได้ ทุกคนก็เหมือนกัน ถ้าเจอโรงพยาบาลที่ดัน Motiva อย่างเดียว หรือแนะนำซิลิโคนราคาแพง ก่อนอื่นฉันแนะนำให้คิดให้รอบคอบก่อน แล้วลองดูว่ามีซิลิโคนที่เหมาะกับตัวเองมากกว่านี้ไหม ลองจับเอง ลองฟิตติ้งเอง แล้วค่อยตัดสินใจ!
สุดท้าย เหตุผลที่ฉันเลือกแผลรักแร้!
ฉันยังไม่ได้แต่งงาน.. แล้วก็ไม่อยากต้องคอยกังวลเรื่องรอยแผลเป็นที่อาจเห็นทุกครั้งที่ส่องกระจก.. ทุกครั้งที่นอน มันเหมือนประกาศว่า “ฉันทำหน้าอกมา” แบบนั้นเลย (นี่เป็นความเห็นส่วนตัวของฉันนะ..) รู้สึกกดดันนิด ๆ.. แล้วดูจากสภาพหน้าอกของฉัน ยังไงก็เป็นฝั่งที่ไม่มีรอยพับใต้เต้านมชัดอยู่แล้ว.. คุณหมอก็แนะนำแผลรักแร้อย่างระมัดระวังด้วย
มีหลายคนที่คำนึงถึงช่วงพักฟื้น แต่สำหรับฉัน การใช้แขนไม่ได้ลำบากขนาดนั้นนะ! แค่ระวังพอประมาณเวลาจัดทรงผมหรือมัดผมก็โอเคแล้ว..?? นอกจากอาการแสบจี๊ด ๆ ทันทีหลังผ่าตัด ก็โอเค
เรื่องรอยแผลเป็นจะจางลงไหม พูดตรง ๆ แค่ดูตำแหน่งแผลผ่าตัดก็รู้ แผลถูกกรีดตรงตามรอยพับพอดี และก็ไม่ได้ยาวมาก + บางคนถูกเย็บจนผิวดูตะปุ่มตะป่ำหรือโป่งออกมา แต่ของฉันใครเห็นก็ดูออกว่าเย็บเป็นแนวแผลที่สะอาดเรียบร้อย ตอนกลับไปพบคุณหมอเพื่อติดตามอาการ คุณหมอก็บอกว่าถ้าทายาขี้ผึ้งอย่างสม่ำเสมอ หลังเวลาผ่านไปมันจะดูเหมือนรอยพับอย่างสมบูรณ์เลย!
พูดตรง ๆ.. ในฐานะคนไข้ เราต้องเชื่อใจคนที่จะผ่าตัดให้เรา คนที่ผ่าตัดให้เรา และคนที่จะช่วยแก้ปัญหาให้ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นในอนาคตใช่ไหม.. เพราะแบบนั้นถึงไปปรึกษาและลองวิเคราะห์สไตล์ของคุณหมอด้วย ฉันเป็นคนที่คิดแบบนั้น.. ตั้งแต่ตอนปรึกษาจนถึงตอนเข้าผ่าตัด ฉันสังเกตท่าที?? ที่คุณหมอปฏิบัติต่อฉันอยู่ตลอด.. ท่าทางที่พยายามช่วยให้ฉันคลายความกังวลจนถึงก่อนผ่าตัด หลังผ่าตัดเสร็จก็บอกว่าผ่าตัดออกมาดี และอธิบายละเอียดว่าได้ทำอย่างไร ขั้นตอนเป็นอย่างไรแล้วค่อยไป.. ไม่รู้ว่าคุณหมอจำหน้าคนไข้ทีละคนได้หรือเปล่า แต่ตอนฉันมาติดตามอาการ คุณหมอยังจำเรื่องที่ฉันเคยพูดผ่าน ๆ ได้ พอเห็นแบบนั้นก็รู้สึกว่า อ๋อ ที่นี่เป็นโรงพยาบาลที่ทำให้ไว้ใจได้เรื่อย ๆ เลยนะ~
ทำไมเขียนไปเขียนมาถึงยาวขนาดนี้ก็ไม่รู้ จริง ๆ แค่ตั้งใจจะเขียนสั้น ๆ เอง.. คงมีหลายอย่างที่อยากอธิบาย ที่โรงพยาบาล ฉันได้รับการดูแลเรื่องสัมผัส การดูแลด้วยคลื่นความถี่สูง และการดูแลลดบวม! ยังผ่านไปแค่ไม่กี่เดือน ตอนนี้ก็รู้สึกได้ว่าสัมผัสกำลังคลายตัวอยู่ แต่คงต้องรอจนกว่าจะนิ่มกว่านี้~ เวลาเอ๋ย รีบวิ่งไปเร็ว ๆ นะ!!