หลัง<ครบ 1 เดือนหลังผ่าตัด>หลัง<อันนี้ก็ครบ 1 เดือน แต่แต่งหน้าอ่อนลงหน่อย!>หลัง<วันที่ 1 หลังกรีด.. บวมไม่หนักจนน่าทึ่ง>หลัง<สัปดาห์ที่ 2 หลังกรีด>ก่อน<ก่อนผ่าตัดที่เหมือนชาติที่แล้ว >ฉันเป็นคนหนึ่งที่ปกติโดนบอกตลอดว่าลืมตาไม่มีแรงและดูง่วง.. อยากทำตาสองชั้น แต่คิดว่าทรง semi-out ที่กำลังฮิตหรือดวงตาแบบหวานคมจัดๆ ไม่น่าจะเข้ากับฉันเลย จึงหาที่ทำให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุดและไปผ่าตัดมา
ไปปรึกษามาพอดี 3 ที่ เป็นคลินิกใหญ่ 1 ที่ และคลินิกส่วนตัว 2 ที่! ที่ใหญ่แนะนำสารพัด ไม่ใช่แค่ศัลยกรรมตา แต่ยังบอกให้ทำจมูก ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ฯลฯ.. แนะนำทุกการผ่าตัดเลย ฉันเลยหันไปทางคลินิกส่วนตัว และในนั้นเลือกที่ที่พอฉันถามคุณหมอหนึ่งเรื่อง คุณหมออธิบายวิธีผ่าตัดอย่างละเอียดในมุมผู้เชี่ยวชาญ! เขาอธิบายละเอียดที่สุดว่าปัญหาของตาฉันคืออะไร และถ้าจะปรับตาที่ดูง่วงควรผ่าตัดอย่างไร นอกจากนี้พนักงานโรงพยาบาลทุกคนก็ใจดี และรู้สึกเป็นส่วนตัวดี (โรงพยาบาลอื่นให้คำปรึกษาเหมือนแค่พยายามรั้งไว้เพื่อให้จองคิว แต่ที่นี่หัวหน้าที่ปรึกษาก็คุยสบายๆ และบอกว่าการทำศัลยกรรมควรศึกษาด้วยความรอบคอบ พร้อมทั้งเห็นใจสิ่งที่ฉันน่าจะกังวลจากมุมของฉันอย่างเต็มที่)
เพราะเปลือกตาบนมีไขมันเยอะ ไปที่ไหนก็ให้ทำแบบกรีด แต่มีคนพูดเยอะว่าทำตาสองชั้นแบบกรีดจะบวมหนักใช่ไหม? แต่พอฉันทำจริงๆ แม้วันแรกก็ลืมตาได้ดีกว่าที่คิด.. และไม่ได้รุนแรง (อาการบวมกับรอยช้ำน่าจะแล้วแต่คนจริงๆ!) ตอนนั้นคุณหมอก็บอกว่าผ่าตัดออกมาดี และถ้าตัดไหมแล้วอาการบวมจะยุบลงเรื่อยๆ ตั้งแต่นั้น ฉันเลยไม่ได้กังวลมาก
พูดตรงๆ กรีดครบหนึ่งเดือน? ฉันเคยกังวลเพราะได้ยินว่าช่วงนี้ต่อให้แต่งหน้าแค่ไหนก็อาจดูออกว่าผ่าตัดและดูหนักได้.. แต่ฉันแต่งหน้าได้ดีและออกไปไหนมาไหนปกติตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 แล้ว ไม่ใช่ว่าแบบกรีดจะต้องบวมหนักทุกคนเสมอไป.. เส้นตาสองชั้นทำเป็น in-out ตามที่คุณหมอแนะนำ และคิดว่าตัดสินใจถูกแล้วที่ทำแบบนี้~ แนะนำทุกคนอย่างมากให้ผ่าตัดกับคุณหมอที่หาเส้นที่เข้ากับรูปตาของตัวเองได้ดี!
รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ