ก่อนก่อน<นี่คือรูปที่ถ่ายเก็บไว้ก่อนผ่าตัด>หลังหลังหลัง<รูปอาการบวมสัปดาห์ที่ 3>เดิมทีหน้าไม่สมมาตรค่อนข้างหนัก ตอนเด็กเคยกระแทกหน้าด้านขวาค่อนข้างแรง ก็เลยใช้ชีวิตคิดว่าเป็นเพราะเรื่องนั้นหรือเปล่า? แต่ไม่ใช่แฮะ... ไม่ชอบโหนกแก้มที่ยื่นออกมา แล้วก็ไม่ชอบตรงช่วงที่เป็นเหลี่ยม จากคางด้านหน้าเชื่อมไปถึงกรามเหลี่ยมด้วย.. รู้สึกว่ายิ่งโตคอมเพล็กซ์ก็ยิ่งหนักขึ้น..
ค่าใช้จ่ายก็เรื่องหนึ่ง แต่ถ้าทำถึง 3 อย่างก็รู้สึกหนักไปหน่อย เลยทำแค่ 2 อย่างที่อยากแก้ที่สุดตอนนี้ คือโหนกแก้ม/กรามเหลี่ยม ตอนหาข้อมูลโรงพยาบาลก็ลำบากจริงๆ เพราะ มีโรงพยาบาลถึงสามที่ที่บอกให้ฉันทำ 3 อย่าง ได้รับคำแนะนำให้ทำอย่างตัดกระดูกชั้นคอร์ติคัล เอาไขมันแก้มลึกออก อะไรแบบนี้ด้วย แต่ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าเหมือนรักษาเกินความจำเป็นไปหน่อย เลยเลือกทำที่โรงพยาบาลหนึ่งในนั้นที่บอกว่าแค่ 2 อย่างก็น่าจะพอ โชคดีที่ค่าใช้จ่ายก็พอดีกับงบที่คิดไว้... ถ้าค่าใช้จ่ายแรงเกินไป ต่อให้แนะนำแค่ 2 อย่าง ก็คงทำทันทีไม่ได้ แล้วคงพักเรื่องนี้ไว้อีกสักปีค่อยผ่า
ยังไงก็ตาม หลังผ่าตัดก็นอนโรงพยาบาลหนึ่งวัน พอยาชาหมดฤทธิ์หมดแล้วเขาบอกให้ดื่มน้ำอุ่น จริงๆ แบบ ว้าว.. จำได้ว่าตรงนั้นฉันดื่มน้ำอึกๆ ไปเยอะมาก ปกติไม่ค่อยดื่มน้ำ จนเคยพนันกับเพื่อนๆ ว่า มาดื่มน้ำวันละ 2L กันเถอะ แต่ตรงนั้นเหมือนดื่มน้ำที่จะดื่มทั้งชีวิตหมดไปเลย คอแห้งและแสบมากจนลำบากขนาดนั้น หลังผ่าตัดหน้าปวดตุบๆ ก็เลยประสาทไวขึ้น กรณีของฉัน ปวดหัวนิดหน่อยด้วย พูดตามตรง ฉันคิดว่าที่บอกว่าศัลยกรรมโครงหน้าไม่เจ็บเลยเป็นเรื่องโกหก..^^ แต่เรื่องนี้เป็นแค่วันผ่าตัดกับถึงช่วงเที่ยงของวันถัดมา พอกินยาดีๆ และพักผ่อนเต็มที่ ตั้งแต่เย็นวันที่สองก็เริ่มโอเคขึ้น ฉันทำซ้ำบ่อยๆ คือใส่ผ้ารัด 1 ชั่วโมง แล้วพัก 30 นาที อาหารก็กินโจ๊กทีละนิด.. ถ้าจะกินจริงๆ ก็สามารถบดให้ละเอียดแล้วกินได้ แต่ขี้เกียจแปรงฟัน เลยกินข้าวแค่พอก่อนกินยาเท่านั้น ช่วงนี้น้ำหนักน่าจะลดไปประมาณ 2 กิโล
สภาพตอนนี้ยังมีรอยช้ำเหลืองกับบวมอยู่นิดหน่อย แต่ก็สภาพดีขึ้นกว่าก่อนมาก ความพึงพอใจเลยค่อยๆ เพิ่มขึ้น อากาศก็เย็นสบายกำลังดี ทุกคืนเลยเปิด RunDay แล้วทำคาร์ดิโอเพื่อช่วยลดบวม หรือถ้าทำไม่ได้ก็ใส่ Apple Watch แล้วไปเดินเล่นอย่างสม่ำเสมอ คิดแค่ว่าอยากให้อาการบวมยุบหมดเร็วๆ แล้วหน้าเรียวลง..
รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความเป็นธรรมชาติและดูละมุน