โพสต์

รีวิวศัลยกรรมจมูก@rhino-review

ขั้นตอนการผ่าตัดและรีวิวศัลยกรรมจมูกเชิงแก้ไขการทำงาน (วันที่ 1-7)

สวัสดีค่ะ/ครับ อยากโพสต์รีวิวเกี่ยวกับศัลยกรรมจมูกเชิงแก้ไขการทำงาน ตั้งแต่ผ่าตัดจนถึงวันที่ 7 ค่ะ/ครับ (ตั้งใจจะเขียนให้เร็วกว่านี้ แต่มีเรื่องส่วนตัว เลยเพิ่งมาเขียนตอนนี้..) เดิมทีทรงจมูกของฉัน/ผมสันจมูกก็ต่ำ และเป็นจมูกปลายใหญ่ เลยกังวลมาตลอด และเริ่มคิดว่าอยากเปลี่ยนให้ได้สักนิดก็ยังดี ยิ่งกว่านั้น อาการภูมิแพ้จมูกของฉัน/ผมรุนแรงจนต้องกินยาอยู่ตลอด จึงเริ่มพิจารณาด้านการทำงานของจมูกไปด้วย บังเอิญได้ลองค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับศัลยกรรมจมูกเชิงแก้ไขการทำงาน ซึ่งช่วยปรับปรุงทั้งด้านความงามและช่วยให้อาการภูมิแพ้จมูกดีขึ้น ดังนั้นฉัน/ผมจึงอยากรู้ข้อมูลละเอียดขึ้น และตั้งแต่นั้นก็เริ่มหาข้อมูลโรงพยาบาลที่ต้องการผ่านคาเฟ่ บล็อก และอื่นๆ เพราะได้ยินมาว่าการผ่าตัดจมูกมีการผ่าตัดแก้มากกว่าส่วนอื่น และยากที่จะได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ จึงคิดว่าใช้เวลานานพอสมควร ระหว่างนั้น ฉัน/ผมเห็นสถานที่ชื่อ DA Plastic Surgery จึงค้นหาว่าผ่าตัดปลอดภัยแค่ไหน ชื่อเสียงเป็นอย่างไร เป็นต้น พอลองค้นดู ก็เห็นว่ามีคนไปเยอะและรีวิวก็ดูใช้ได้ เลยคิดว่าจะตัดสินใจเลือกที่นี่ดีไหม แต่ก็ยังคิดว่าถ้าไปจริงๆ อาจไม่พอใจก็ได้ เลยคิดว่าอย่างน้อยลองไปปรึกษาสักครั้ง จึงนัดวันที่ 21 พฤษภาคมแล้วไปที่โรงพยาบาล เพราะต้องเดินทางจากต่างจังหวัดไปโซล เลยจดคำถามไปเยอะและถามอย่างละเอียดให้ได้มากที่สุด แต่การปรึกษานั้นตรงข้ามกับความกังวล คือพอใจมากค่ะ/ครับ หัวหน้าที่ปรึกษาของโรงพยาบาลก็ตอบรับอย่างเป็นมิตรและอธิบายคำถามมากมายให้ฟัง ทำให้รู้สึกสบายใจ และในการปรึกษากับคุณหมอผู้อำนวยการ คุณหมออธิบายปัญหาของสภาพจมูกฉัน/ผมและวิธีแก้ไข รวมถึงอธิบายขั้นตอนผ่าตัดและแนวทางการปรับปรุงหลังผ่าตัดอย่างละเอียด ตอนนั้น แผนการผ่าตัดได้อธิบายถึงการปรับปรุงภูมิแพ้จมูก วาล์วจมูก และผนังกั้นจมูก รวมถึงสันจมูกและปลายจมูก การตัดกระดูกด้านข้าง และการแก้จมูกปลายใหญ่ คุณหมอบอกว่าจะใส่ซิลิโคนที่สันจมูก ส่วนปลายจมูกจะใช้กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก หากไม่พอจะใช้กระดูกอ่อนใบหู ในการปรึกษาเรื่องทรงจมูก คุณหมออธิบายว่าแม้จมูกของดาราหรือของคนอื่นจะเป็นข้อมูลอ้างอิงสำคัญ แต่จะทำเป็นทรงธรรมชาติที่เหมาะกับรูปหน้าของฉัน/ผม หลังจากปรึกษาแล้ว ฉัน/ผมลังเลอยู่นานว่าจะทำจมูกหรือไม่ และเมื่อตัดสินใจผ่าตัดแล้ว จึงไปที่โรงพยาบาลวันที่ 11 มิถุนายนเพื่อทดสอบภูมิแพ้ จากนั้นกำหนดวันผ่าตัดเป็นวันที่ 16 มิถุนายน ในวันผ่าตัด ฉัน/ผมนั่งรถบัสตอนเช้าไปถึงโรงพยาบาลตอน 9 โมง ฟังคำอธิบายทั้งหมดเกี่ยวกับการผ่าตัด เปลี่ยนเป็นชุดผ่าตัด แล้วเริ่มผ่าตัดประมาณ 10 โมง หลังผ่าตัดเสร็จและรู้สึกตัว ก็พบว่าผ่าตัดเสร็จแล้ว และเวลาอยู่ประมาณบ่าย 2 โมง หลังกลับบ้าน ยาชาก็เริ่มหมดฤทธิ์ และจากตอนนั้นชีวิตประจำวันก็เริ่มเปลี่ยนไป

วันที่ 1 - หลังกลับบ้าน พอตอนเย็นยาชาหมดฤทธิ์ มีอาการเจ็บที่ปลายจมูก และไม่สบายมากเพราะต้องหายใจทางปากเท่านั้น แม้จะทนโดยกินยาปฏิชีวนะและยาแก้ปวดที่โรงพยาบาลสั่งให้ แต่ถึงจะนอนก็สะดุ้งตื่นทุกๆ สองชั่วโมง ใช้เวลาทั้งวันแบบแทบไม่ได้นอน อีกทั้งน้ำมูกปนเลือดยังคอยไหลตลอด จึงต้องพกทิชชูไว้เสมอ วันที่ 2 - เหมือนวันที่ 1 คือยังมีอาการปวด และรู้สึกมึนๆ เลยกินข้าวต้มเป็นอาหาร ปกติฉัน/ผมชอบอาบน้ำล้างตัวบ่อยๆ แต่ตอนนี้แม้แต่สระผมก็ลำบาก จึงแค่ล้างหน้าและแปรงฟันแบบง่ายๆ ตอนนี้อาการบวมก็เพิ่มขึ้นทั่วหน้า รุนแรงจนคนในครอบครัวแทบจำไม่ได้ว่าเป็นใคร วันที่ 3 - ถึงวันที่ 18 มิถุนายน โรงพยาบาลเอาผ้าก๊อซในจมูกออกและทำความสะอาดฆ่าเชื้อ การหายใจทางปากอย่างเดียวลำบากมาก แต่ตอนนี้เริ่มหายใจทางจมูกได้เล็กน้อย ตอนนั้นอาการเจ็บคอลดลงเหมือนไม่จริง และคิดว่าฟื้นตัวดีขึ้นมากจนกินอาหารปกติได้ เลือดที่ปนกับน้ำมูกในจมูกก็ไหลออกมาเพียงเล็กน้อย ดีขึ้นมาก แต่บวมยังคงรุนแรงอยู่ วันที่ 4 - เริ่มคุ้นกับชีวิตแบบนี้ระดับหนึ่งแล้ว และช่วงพักก็ใช้เวลานอนมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นการหลับเป็นช่วงๆ แต่ต่างจากคนอื่นที่เดินเล่นหรือดื่มน้ำฟักทองเพื่อลดบวม ฉัน/ผมก็รู้สึกขี้เกียจด้วย เลยเลือกนอน วันที่ 5 - ตั้งแต่ตอนนี้ อาการบวมที่อยู่บริเวณส่วนบนของใบหน้าเริ่มค่อยๆ ลงมาที่แก้มและคาง และอาการปวดก็น้อยลง จากตอนนี้เริ่มคาดหวังมากว่าจะได้รีบตัดไหมและถอดเฝือก เพื่อให้ล้างหน้าได้ง่ายขึ้น วันที่ 6 - แทบไม่ได้นอนเพราะตื่นเต้นที่พรุ่งนี้จะได้ตัดไหม ถอดเฝือก และเห็นจมูกแล้ว (จริงๆ ก็เพราะมีอาการปวดเล็กน้อยด้วย..) อาการบวมลดลงมากและน้ำมูกแทบไม่ไหลแล้ว จึงรู้สึกโล่งใจ คิดว่าการผ่าตัดสำเร็จในระดับหนึ่ง วันที่ 7 - ระหว่างอยู่ในรถไปโซล ฉัน/ผมคิดว่าตอนนี้กำลังจะเป็นอิสระแล้ว และเหมือนจะยิ้มออกมา หลังไปโรงพยาบาล ได้ตัดไหมบางส่วนและถอดเฝือกออก และในการตรวจติดตามกับคุณหมอผู้อำนวยการ เมื่อได้ยินว่าการผ่าตัดเป็นไปด้วยดีและทรงจมูกก็ยังคงสภาพดี ฉัน/ผมคิดว่าที่ผ่านมาทนมาได้ดีจริงๆ ปัญหาคือมีไขมันอุดตันบนจมูกเยอะมาก เกิดจากหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ไม่ได้ล้างบริเวณจมูก และเดิมทีฉัน/ผมก็มีไขมันที่จมูกเยอะอยู่แล้ว จึงไม่ตกใจ เมื่อเวลาผ่านไปก็หายใจได้ดีขึ้น และเหนือสิ่งอื่นใด การได้นอนราบทำให้มีความสุขมาก (แต่ถึงอย่างนั้น เขาว่าจนถึง 1 เดือนควรนอนหงายมองเพดานจะดีกว่า..)

ฉัน/ผมพยายามเขียนรีวิวตั้งแต่หลังผ่าตัดจนถึงวันที่ 7 อย่างเต็มที่ในแบบของตัวเองค่ะ/ครับ (เขียนหนังสือไม่เก่งจริงๆ เขียนได้ขนาดนี้ก็คงเป็นพรสวรรค์แล้วมั้ง..) ตอนแรกเห็นโพสต์เกี่ยวกับความกังวลและผลข้างเคียงของการผ่าตัดจมูกเยอะมาก จนเคยคิดว่าจะถอดใจดีไหม แต่ก็คิดในแง่ดีว่า จะได้แก้ภูมิแพ้จมูกที่กังวลมานาน และรูปทรงก็ดีขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย พอผ่าตัดจริงและเวลาผ่านไป ก็รู้สึกว่าทำไปแล้วดีจริงๆ และจริงๆ แล้วภูมิแพ้จมูกก็ดีขึ้นมาก การหายใจทางจมูกสบายกว่าก่อนมาก ในอนาคตเมื่ออายุมากขึ้น ไม่ว่าจะผ่านไป 10 ปี 20 ปี หรืออาจเกิดปัญหาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แต่ฉัน/ผมคิดว่าหากดูแลให้ดีและรับการรักษาที่เหมาะสม ก็น่าจะรักษาผลไว้ได้นาน และสิ่งสำคัญคือ ต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดจริงๆ และหาหมอที่เข้ากับสิ่งที่ตัวเองคำนึงถึง เพราะไม่ว่าจะทำที่โรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงแค่ไหน การหาว่าสิ่งนั้นเหมาะกับตัวเองหรือไม่เป็นเรื่องสำคัญมาก เหตุผลที่ฉัน/ผมพอใจกับการผ่าตัดที่นี่ เหนือสิ่งอื่นใดคือคุณหมอผู้อำนวยการอธิบายทิศทางการผ่าตัดและวิธีปรับปรุงอย่างจริงใจและละเอียด เพราะคุณหมอสร้างข้อความเชิงบวกให้ฉัน/ผมมากกว่าใคร ฉัน/ผมจึงสามารถเลือกและเข้ารับการผ่าตัดได้ ดังนั้นการผ่าตัดจมูกจึงสำคัญที่ต้องค่อยๆ ใช้เวลาคิด และหาคุณหมอผู้อำนวยการที่เข้ากับตัวเองได้ดี

* ตอนที่เขียนข้อความนี้ ฉัน/ผมเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 หลังผ่าตัดแล้ว ทรงจมูกก็ค่อยๆ เข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติ และเมื่อมีเวลาก็ทำการนวดที่โรงพยาบาลสอนเพื่อช่วยลดบวม ครอบครัวและเพื่อนๆ ต่างบอกว่าไม่รู้เลยว่าผ่าตัดมา ดูเหมือนทรงจมูกจะเป็นธรรมชาติ ไม่ได้หวือหวา อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่ได้ยินว่าอาการบวมที่จมูกอาจใช้เวลาถึง 3-6 เดือนกว่าจะยุบหมดจริงๆ จึงเหมือนเป็นการต่อสู้กับเวลาจริงๆ ถ้าเวลาผ่านไปเร็วๆ และเข้าที่อย่างสมบูรณ์ ก็น่าจะดีขึ้นกว่านี้ค่ะ/ครับ

ถูกใจ 3

ยังไม่มีความคิดเห็น