โพสต์

รีวิวศัลยกรรมจมูก@rhino-review

ครบ 3 เดือนหลังศัลยกรรมจมูกแบบปิดไม่ใช้ซิลิโคน สำหรับจมูกฮัมพ์ จมูกเบี้ยว และโรคจมูกอักเสบ…

ก่อน <ก่อนผ่าตัด> ก่อน <ก่อนผ่าตัด> ก่อน <ก่อนผ่าตัด> หลัง <หลังผ่าตัด> หลัง <หลังผ่าตัด> หลัง <หลังผ่าตัด> หลัง <หลังผ่าตัด> ฉันเข้ารับการผ่าตัดจมูกที่คิดมาตลอด 6-7 ปี เพราะกังวลเรื่องผลข้างเคียงค่ะ ได้ข้อมูลหลายอย่างจากชุมชนนี้เยอะมาก เลยมาเขียนรีวิวบ้างค่ะ! ฉันมีใบหน้าไม่สมมาตร จมูกเบี้ยว และโรคจมูกอักเสบรุนแรงมาก อีกทั้งยังมีจมูกฮัมพ์ด้วย ก่อนหน้านี้เคยฉีดฟิลเลอร์กึ่งถาวรชื่อ ArteFill ที่บริเวณคอลัมเมลลา (เรียกว่าฟิลเลอร์แมว ใครที่กำลังลังเลอยู่ ห้ามฉีดเด็ดขาดนะคะ ถ้ากำลังคิดจะศัลยกรรมจมูก ฉันก็ไม่แนะนำอย่างยิ่งทั้งการฉีดฟิลเลอร์อื่นๆ หรือการร้อยไหมค่ะ) ดังนั้นถึงจะเป็นการผ่าตัดครั้งแรก แต่ก็เป็นเคสที่ค่อนข้างยากมากค่ะ

เพราะแบบนั้น ฉันจึงหาข้อมูลโรงพยาบาลอย่างระมัดระวังยิ่งขึ้น หลังจากตั้งใจค้นหาโรงพยาบาลผ่านหลายแอป เว็บไซต์ และการค้นหา ฉันไปปรึกษา 4 แห่งแล้วจึงจองผ่าตัดค่ะ ตอนแรกตอนตัดสินใจว่าจะไปปรึกษาโรงพยาบาลไหน ฉันดูรีวิวและคำแนะนำโรงพยาบาลในแอปหรือคาเฟ่อื่นๆ ส่วนใหญ่เพื่อคัดโรงพยาบาลที่ไม่ควรไปปรึกษาออก (อ่านรีวิวหรือคอมเมนต์แนะนำโรงพยาบาลแล้วจะเห็นว่านายหน้าเยอะมากจริงๆ.....) รีวิวเซลฟี่ที่เห็นทั้งหน้า หรือรีวิวนางแบบที่มีกลิ่นอายโฆษณาโรงพยาบาลชัดเจน ฉันก็ใช้เป็นข้อมูลเพื่อคัดโรงพยาบาลออกเช่นกันค่ะ นอกจากนี้ โรงพยาบาลใหญ่ที่อาจมีความเป็นไปได้เรื่องผ่าตัดแทนโดยคนอื่น หรือที่ไม่ใช่โรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมจมูก ฉันไม่ได้เอามาพิจารณาตั้งแต่แรกค่ะ

และเพราะฉันตัดสินใจผ่าตัดเพื่อปรับปรุงข้อด้อยของจมูกจากเดิม แม้ด้านความสวยงามอาจยังมีจุดที่น่าเสียดายบ้าง แต่เพื่อให้ผลข้างเคียงน้อยที่สุด ฉันจึงไปปรึกษาเรื่องการผ่าตัดแบบไม่ใช้ซิลิโคนหรือวัสดุเสริมเทียมค่ะ เมื่อปรึกษาหลายโรงพยาบาล ก็จะเริ่มเห็นภาพว่าจมูกของตัวเองอยู่ในสภาพแบบไหน และควรผ่าตัดด้วยวิธีใด สภาพจมูกของฉันสรุปได้ดังนี้ค่ะ

- จมูกเบี้ยวเอียงไปด้านข้าง (/), เป็นจมูกฮัมพ์ และบริเวณกระดูกจมูกไม่กว้าง ค่อนข้างบาง (เขาบอกว่าเป็นเคสที่ต้องตัดสินใจเรื่องการตัดกระดูกอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้บริเวณกระดูกจมูกบางเกินไปค่ะ) - ผนังกั้นจมูกค่อนข้างยาว และกระดูกอ่อนไม่ได้นิ่ม ดังนั้นแม้ก่อนผ่าตัดจมูกก็ทำจมูกหมูได้ไม่ค่อยดี (เขาบอกว่าเป็นลักษณะของจมูกยาวและจมูกลูกศรค่ะ) - รูจมูกข้างหนึ่งใหญ่ และไม่สมมาตรค่อนข้างมาก อีกทั้งเป็นจมูกมังกร ทำให้รูจมูกเชิดขึ้น (ฉันสนใจแต่จมูกเบี้ยวกับฮัมพ์มาตลอด ก่อนปรึกษาจึงไม่รู้เลยว่ารูจมูกตัวเองขนาดไม่เท่ากันค่ะ) - ปลายจมูกตก ทำให้ช่วงกลางหน้าดูยาวขึ้น - ผนังกั้นจมูกคดรุนแรงมากๆ จริงๆ และเทอร์บิเนตล่างข้างหนึ่งบวมมาก มีร่องรอยไซนัสอักเสบ

หลังจากเข้าใจข้อมูลเชิง客观เกี่ยวกับจมูกตัวเองได้ระดับหนึ่งแบบนี้แล้ว ฉันเข้ารับการผ่าตัดที่ Revens ENT ค่ะ สิ่งที่ฉันทำคือ

การเอาฮัมพ์ออกแบบปิด, ตัดกระดูกด้านซ้ายเพื่อแก้จมูกเบี้ยว, จัดเรียงกระดูกอ่อนใหม่ + เย็บมัดกระดูกอ่อน + ปลูกถ่ายกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกเพื่อยกปลายจมูก, และผ่าตัดผนังกั้นจมูกคด + เทอร์บิเนตล่าง + วาล์วจมูกเพื่อ改善โรคจมูกอักเสบ

โดยทั่วไป หากเปิดจมูกแบบโอเพ่น โอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ปลายจมูกตกจะสูงขึ้น จึงมักทำการยืดผนังกั้นจมูกร่วมด้วยในหลายกรณี แต่ฉันไม่ต้องการให้ปลายจมูกถูกตรึง หรือโครงสร้างจมูกเสียหายมาก จึงเลือกโรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญการศัลยกรรมจมูกแบบปิด (เขาบอกว่าการผ่าตัดแบบปิดไม่ตัดหลอดเลือดแดงคอลัมเมลลา จึงทำให้ปลายจมูกไม่ตกง่ายค่ะ) นอกจากนี้ เพื่อให้ดีไซน์และการสื่อสารชัดเจนขึ้น ก่อนผ่าตัดฉันให้คุณหมอดูภาพจมูกของฉันที่ปรับใน Photoshop แล้วค่ะ ดังนั้น ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้จากการผ่าตัดนี้มีดังนี้ค่ะ

- เอาฮัมพ์ออก, แก้จมูกเบี้ยวได้บางส่วน, ด้วยลักษณะของการไม่ใช้วัสดุเสริมเทียม สันจมูกอาจขรุขระเล็กน้อยได้ - เมื่อปลายจมูกสูงขึ้น จะได้ไลน์กึ่งเชิดนุ่มๆ ถึงทรงตรงมีโค้งเล็กน้อย - เพื่อแก้จมูกเบี้ยว เมื่อนำปลายจมูกเข้ามาทางกึ่งกลาง ความไม่สมมาตรของรูจมูกอาจดูเด่นชัดขึ้น - มุมจมูก-ริมฝีปากดีขึ้นจากเดิม - โรคจมูกอักเสบดีขึ้น

การผ่าตัดทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง จึงรับการผ่าตัดได้อย่างสบายใจจริงๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการผ่าตัดแทนโดยคนอื่นหรือเนื้อหาการผ่าตัดถูกเปลี่ยน และเพราะฉันรู้สึกตัวระหว่างผ่าตัด คุณหมอก็ให้ดูทรงจมูกระหว่างผ่าตัดด้วยค่ะ (เขาบอกว่าส่วนนี้ทำได้เฉพาะตอนผ่าตัดแบบปิดเท่านั้น) และเพราะคุณหมอผ่าตัดสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง วันละเพียงคนเดียว จึงไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพร่างกายของคุณหมอ หลังผ่าตัดมักจะกังวลง่ายแม้เรื่องเล็กๆ แต่ในช่วงหนึ่งสัปดาห์หลังผ่าตัด คุณหมอเช็กอาการ ทำความสะอาดแผล ดูแล และอธิบายข้อควรระวังด้วยตัวเองทุกวัน ทำให้ในมุมผู้ป่วยรู้สึกวางใจได้จริงๆ ค่ะ อีกทั้งเพราะผ่าตัดแบบปิด จึงไม่มีแผลเป็นที่คอลัมเมลลา และแม้รายละเอียดการผ่าตัดจะซับซ้อน แต่ตอนถอดเฝือกหลังหนึ่งสัปดาห์ อาการบวมแทบไม่มีเลยค่ะ

ตอนนี้ผ่านมาประมาณ 3 เดือนหลังผ่าตัดแล้ว ถ้าฉันไม่บอกก่อนก็ไม่มีใครรู้ว่าผ่าตัดมา เพราะดูเป็นธรรมชาติมาก และเมื่อก่อนฉันต้องหายใจทางปากตลอดจนคอแห้งและอึดอัด แต่ตอนนี้หายใจได้สบายมากจริงๆ ค่ะ

นี่เป็นการผ่าตัดที่ฉันคิดและหาข้อมูลมานานมาก เตรียมตัวและตัดสินใจอย่างตั้งใจเหมือนได้รับมอบหมายโปรเจกต์สำคัญในบริษัทค่ะ ถึงจะเป็นศัลยกรรมความงาม แต่ก็เป็นการผ่าตัดใหญ่จริงๆ ในชีวิต ดังนั้นขอให้ทุกคนระมัดระวัง ตรวจเช็กทีละอย่างอย่างละเอียดก่อนรับการผ่าตัดนะคะ ก่อนผ่าตัดให้ถ่ายรูปบริเวณที่จะผ่าตัดไว้หลายมุม และต้องเข้าใจรายละเอียดการผ่าตัดกับผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดจากการผ่าตัดให้ถูกต้องก่อนค่อยทำค่ะ ฉันคิดว่านี่คือการผ่าตัดครั้งแรกและครั้งสุดท้าย จึงทำเช็กลิสต์ จัดระเบียบเนื้อหาการปรึกษาใน Excel แล้วตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลและจองผ่าตัดค่ะ จากการอ่านรีวิวผลข้างเคียงจำนวนมาก และรีวิวที่เทคนิคหรือวัสดุเสริมถูกเปลี่ยนระหว่างผ่าตัด ทำให้ฉันรู้สึกว่าเรื่องพวกนี้ ต่อให้เข้มงวดและละเอียดแค่ไหนก็ไม่มากเกินไปเลยค่ะ หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังลังเลเรื่องผ่าตัดเหมือนฉันนะคะ!

ถูกใจ 35

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้