โพสต์

รีวิวการยกกระชับ@lifting-review

ㅂㄹㅇ ศัลยกรรมโครงหน้า 3 จุด + Accu + ยกกระชับ

1. รูปหน้าเป็นปัญหาที่กังวลมาตลอด เซลฟี่ก็ไม่สวย รูปจบการศึกษาก็พังหมด แต่ตา จมูก ปากยังโอเค เลยปลอบใจตัวเองผ่านวัย 20 มาได้ และในที่สุดก็เข้าสู่วัย 30 ที่ความแก่เริ่มมา พอความยืดหยุ่นหย่อนลง โครงหน้าก็ดูเด่นขึ้นกว่าเดิม (แก้มตอบเร็วขึ้น) เพราะรูปหน้าเลยมีข้อจำกัดเรื่องทรงผมกับเมกอัปตลอด และรู้สึกเหมือนมีแค่ตัวเองที่กำลังแก่ เลยตัดสินใจทำ

2. มีโรงพยาบาลอยู่ไม่กี่แห่งที่ผ่านรอบคัดเลือกตามเกณฑ์ของฉัน เช่น CCTV, ชื่อเสียง, เคสผลข้างเคียง, วิสัญญีแพทย์, รีวิว ฯลฯ แต่เลือกโรงพยาบาลนี้ด้วยเหตุผลเดียว คือสามารถแก้แก้มตอบได้ด้วย (แถมยังทำดูดไขมันหน้าและยกกระชับด้วย ถ้าแยกทำยกกระชับต่างหากก็ต้องขึ้นเตียงผ่าตัดสองครั้ง และก็ไม่ได้มีเคสผลข้างเคียงอะไรเป็นพิเศษ เลยทำที่โรงพยาบาลเดียวกัน)

3. รีวิว . ก่อน: ซื้อโจ๊ก แปรงสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก Garglin ถุงน้ำแข็ง เครื่องฉีดน้ำทำความสะอาดฟัน หมอนรองคอ ฯลฯ เตรียมไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ก่อน กลัวมากจนแทบอดอาหารอดน้ำ น้ำหนักลดไป 4 กิโล...ㄷㄷㄷ พยายามไม่คิดเรื่องผ่าตัด ใช้ชีวิตไปวัน ๆ เหมือนนกกระจอกจนถึงวันผ่าตัด คิดแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าแล้วขึ้นเตียงผ่าตัด . วันผ่าตัด: เข้าโรงพยาบาลแล้วก็ควบคุมจิตใจตัวเองตลอดจนก่อนจะเสียบเข็มเข้าหลอดเลือด ในที่สุดก็เข้าห้องผ่าตัด พอมือเท้าถูกมัด ความกลัวล้วน ๆ มาเต็ม....ㄷㄷㄷ คุณหมอวิสัญญีมา (คนเดียวกับที่เห็นใน YouTube!!) แล้วก็หลับ...ตื่นขึ้นมาทันที (น่าจะอยู่ในภาวะดมยาสลบประมาณ 6-7 ชั่วโมง แต่เวลาและสติหายไปในพริบตา) ย้ายไปห้องพักฟื้นด้วยรถเข็นแล้วนอนโรงพยาบาล 1 วัน มีเครื่องระงับปวดติดอยู่เลยไม่เจ็บ แต่สภาพร่างกายแย่มาก ทั้งตัวไม่มีแรงและรู้สึกจมลงเรื่อย ๆ หายใจเพื่อขับแก๊สยาสลบออก หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงในที่สุดก็ดื่มน้ำได้ โรงพยาบาลให้ไซริงจ์ใหญ่มาก (ถอดเข็มออกแล้ว) เลยใช้มันฉีดน้ำเข้าปาก ตั้งแต่ใต้จมูกลงไปไม่มีความรู้สึก; (ต่อให้โดนต่อยกรามก็คงไม่รู้;;;) จุดที่เจ็บที่สุดคือ Accu ตรงเหนียง เจ็บเหมือนรอยฟกช้ำทุกครั้งที่ขยับหัว...ㅠㅠㅠ นอนโดยปรับเตียงให้ชัน 50-60 องศา อึดอัดมาก หลับ ๆ ตื่น ๆ วนไปไม่จบจนถึงเช้า . วันที่ 1: ตอนเช้าออกจากโรงพยาบาลพร้อมสายระบายเลือด ตอนลุกยืน เวียนหัวมากและคลื่นไส้จนต้องฉีดยาแก้อาเจียนแล้วค่อยออกมา ย้ายไปโรงแรมใกล้ ๆ (เตียงเป็นแบบปรับเอน) แล้วพักฟื้นอย่างสบาย ทั้งหน้าปวดตุบ ๆ (ถ้าพูดให้ชัดคือไม่ใช่กระดูกปวด แต่เป็นกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อผิวหนังที่ปวด) และเริ่มบวมทีละนิด ตาช้ำจนลืมตายาก เอาแต่นอนเลยพลาดมื้ออาหาร และประคบน้ำแข็งอย่างจริงจังไม่ได้ แทบจะเทยาใส่ท้องว่าง แต่เพราะมียาลดกรดรวมอยู่ด้วยเลยไม่หนักเกินไป ในปากบวมมากจนแทบกินหรือดื่มอะไรไม่ได้ . วันที่ 2: หน้าบวมจนคิดว่านี่โอเคจริงไหม กังวลว่าทั้งไหมในปากและไหมยกกระชับจะปริแตกทั้งหมด ตอนเช้าไปโรงพยาบาลเพื่อเอาสายระบายออก ต้องเอาท่อในปากและท่อยกกระชับ (หลังหู) ออก ฉีดยาชาเฉพาะที่จุดละ 2 เข็ม รวม 8 เข็ม แล้วเอาสายระบายออก ฉันเคยมีประสบการณ์ยาชาเฉพาะที่ เลยค่อนข้างชอบยาชาเฉพาะที่ แค่อดทนกับความเจ็บจี๊ด ๆ และแรงกด หลังจากนั้นก็ไม่เจ็บเลย แต่การขึ้นเตียงผ่าตัดนั้นอีกครั้งทั้งที่มีสติเต็ม ๆ น่ากลัวมากจนร้องไห้ (เห็นไหม การทำยกกระชับพร้อมกันทีเดียวคือวิสัยทัศน์ของฉันจริง ๆ ถ้าไม่ใช่การผ่าตัดที่เกี่ยวกับชีวิตโดยตรงอย่างผ่าตัดมะเร็ง เตียงผ่าตัดไม่ใช่อะไรที่ควรขึ้นสองครั้งㅠㅠㅠㅠ) เอาสายระบายออกแล้วใส่ผ้ารัดหน้าทันที เฮ้อ...อึดอัดจนจะบ้า พอเอาสายระบายออก ปากก็อิสระขึ้น ใช้แก้วกระดาษได้ และพูดง่ายขึ้น ตั้งแต่เย็นวันที่ 2 เริ่มเจ็บคอ ไม่มีไอ แต่มีเสมหะขึ้นมา . วันที่ 3: ลืมตาง่ายกว่าเมื่อวาน ดูทีวีทั้งวัน ฉันบวมถึงแค่วันที่ 2 และตั้งแต่วันที่ 3 เริ่มยุบ เป็นคนต่างจังหวัดเลยพักโรงแรม 5 คืน แต่ไม่ได้ออกไปเดินเลยแม้แต่นิดเดียว แค่ประคบน้ำแข็งแล้วดูทีวี Mammamil (ซองโจ๊กสำหรับเด็ก 9 เดือน) เป็นแบบหลอด เลยใช้กินแทนมื้ออาหาร นุ่มมากและเป็นอาหารโซเดียมต่ำจนน่าหงุดหงิด เลยช่วยเรื่องบวมได้มาก เพราะแปรงฟันลำบาก เลยกินของแบบผงไม่ได้ โปรตีนเชคก็ไม่ได้กิน น้ำหนักลดแบบบ้าคลั่ง (จนถึงตอนนี้ลดเพิ่มอีก 4 กิโล รวม 8 กิโล) . วันที่ 5: แวะโรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการ พบคุณหมอทั้งหลาย และรับเลเซอร์ลดบวมกับบริการสระผม สระผมไม่ได้จนผมมันและเละมาก รู้สึกขอโทษสุด ๆ ㅠㅠㅠ เขาสระให้อย่างระมัดระวังมาก โรงพยาบาลนี้ให้ใส่ผ้ารัดหน้าตลอด 24 ชั่วโมงแค่ถึงวันที่ 5 หลังจากนั้นก็ sayonara adios ㅋㅋㅋ เพราะผ่าตัดกระดูกจบแล้ว การใส่ผ้ารัดหน้าเพิ่มจะรบกวนการไหลเวียนเลือดและทำให้บวมยุบช้าลง เขาบอกว่าผลที่คาดหวังจากการใส่นาน ๆ มีน้อยมาก หลังจากนั้นไม่ต้องใส่แล้วให้ทิ้งไปเลยㅋㅋㅋㅋ โอเย~ แล้วก็ปิดฉากชีวิตโรงแรม ในที่สุดก็กลับบ้าน . วันที่ 7: กลับมาบ้านแล้วทำงานบ้านนู่นนี่ รู้สึกว่าไม่ต้องออกไปเดินแยกก็พอแล้ว การแสดงสีหน้ายังฝืน (ยิ้มจาง ๆ ได้) แต่การพูดคล่องขึ้นมาก ดูรายการตลกแล้วเกือบหัวเราะดัง ทำให้รู้สึกกดบริเวณโหนกแก้ม เลยหยุดดูรายการตลกกับวาไรตี้ชั่วคราวㅋㅋㅋㅋㅋ อาการเจ็บคอและเสมหะหายไป ตอนเช้าบวมที่สุด ระหว่างวันบวมค่อย ๆ ยุบ และก่อนนอนเป็นช่วงที่บวมน้อยที่สุด นอนโดยซ้อนหมอน 2 ใบให้สูง (กังวลว่าจะเกิดรอยย่นที่คอㅠㅠㅠㅠㅠㅠ) . วันที่ 11: ไปโรงพยาบาลเพื่อเอาไหมในปากและไหมยกกระชับออก ทั้งสองอย่างทำโดยไม่ใช้ยาชา ไหมยกกระชับจบเร็ว คุณหมอทำอย่างละเอียดมาก (แต่เพราะอยู่รอบหู เสียงเลยชัดเกินไปㅠㅠㅠㅠ) เลยเสร็จไว ไหมในปาก....ส่วนบนแถวโหนกแก้มแทบไม่เจ็บ ส่วนฟันกรามเจ็บนิดหน่อยตอนตัดไหม...โซนนรกคือแนวฟันหน้าล่างฝั่งคางด้านหน้า...พอทนได้ แต่เจ็บㅠㅠㅠㅠ ไม่ถึงขั้นร้องไห้ แต่ถึงขั้นน้ำตาคลอㅠㅠㅠㅠ . วันที่ 12: ไปทำงาน เสียงที่ต้องห่อริมฝีปากออกเสียง (ㅁㅂㅍㅗㅛㅜㅠ) รู้สึกเหมือนลมรั่วนิดหน่อย ใต้ริมฝีปากล่างความรู้สึกทื่อ ตอนนี้เหมือนความรู้สึกกลับมามากกว่าตอนแรก กินข้าวที่โรงอาหารบริษัทไม่ได้ (แยกไปกินคนเดียวㅠㅠㅠ) อ้าปากใส่นิ้วตั้งได้ 1 นิ้ว ยังกลัวการเคี้ยวเลยยังไม่ได้ลอง กินแต่พวกโจ๊กที่กลืนได้ . สัปดาห์ที่ 3: บวมใหญ่ ๆ เหมือนจะยุบหมดแล้ว ยังมีบวมบริเวณคาง และความรู้สึกทื่อตามแนวกรามรวมถึงปลายคาง อีกอย่างเพราะทำ Accu กับยกกระชับ แก้มด้านหน้า เหนียง และแก้มมีความรู้สึกลดลง บริเวณยกกระชับชากว่าโครงหน้า ปากใส่ได้ประมาณนิ้วครึ่ง และแปรงฟันคล่องขึ้นมาก การเคี้ยวทำได้ระดับหนึ่ง แต่ทำได้แค่ขึ้นลง ยังขยับกรามซ้ายขวายาก หมูผัดชิ้นเล็ก ๆ ก็เคี้ยวแบบงึมงำแล้วกลืน คิดว่าหมูต้มสไลซ์น่าจะกินได้ เนื้อสัตว์อย่างปลาไก่กินได้ หมูหรือวัวก็ได้ถ้าเป็นแบบต้มสไลซ์หรือเนื้อบางมาก ๆ แต่ถ้าเป็นแบบทอดหรือผัดเหมือนไก่ทอดจะเคี้ยวยาก

4. ความรู้สึก: ถ้าทำตอนวัย 20 คงทำแค่โครงหน้า...แต่พอมาทำตอนกลาง 30 ที่อีกไม่กี่ปีก็จะมองไปถึง 40 เรื่องผิวหย่อนคล้อยเป็นกังวลมาก เลยทำทุกอย่างพร้อมกันทีเดียว ผลคือพอใจมาก ตอนเด็ก ๆ เคยคิดว่าน่าจะทำไปตั้งนานแล้ว แต่ตอนนั้นก็ไม่มีเงิน ไม่มีความกล้า (และวิธีผ่าตัดตอนนี้ก็พัฒนากว่าเดิม) ความฝันคืออยากไว้หน้าม้าเต็ม และก็เบื่อคิ้วทรงโค้งแย่ ๆ แล้ว ตอนนี้ตัดผมสั้นก็ไม่มีปัญหา ยังมีบวมเล็กน้อย เลยตั้งตารอหลัง 2 เดือน 6 เดือน และ 1 ปีมาก

ถูกใจ 37

ยังไม่มีความคิดเห็น