โพสต์

รีวิวศัลยกรรมกราม@jaw-review

ครบ 1 ปีหลังผ่าตัดขากรรไกรสองข้าง

ฉันผ่าตัดขากรรไกรสองข้างเพื่อแก้ไขความไม่สมมาตรมาเกิน 1 ปีแล้วค่ะ

เพราะเดิมทีฉันชอบใบหน้าของตัวเองอยู่แล้ว จึงไม่ได้มีความอยากให้คางเรียวขึ้น หน้าเล็กลง หรืออยากสวยขึ้นเลยแม้แต่น้อย ฉันแค่อยากให้แก้เฉพาะความไม่สมมาตรจริงๆ จึงต้องการให้เปลี่ยนเท่าที่จำเป็นต่อการแก้ความไม่สมมาตรเท่านั้น แพทย์ผู้ดูแลก็บอกว่าจะทำให้แบบนั้นค่ะ

แต่ผลลัพธ์แน่นอนว่าแตกต่างจากที่คุยกันตอนปรึกษามาก และกลับกลายเป็นใบหน้าแบบที่ฉันย้ำมาตลอดจนถึงก่อนผ่าตัดว่าฉันไม่อยากเป็นจริงๆ การผ่าตัดขากรรไกรสองข้างเป็นการตัดกระดูก และเนื่องจากเนื้อเยื่ออ่อนก็เปลี่ยนไปตามมุมใบหน้าที่เปลี่ยนจากการหมุนกระดูกด้วย หากล้มเหลวครั้งหนึ่งแล้วจึงเป็นการผ่าตัดที่แก้คืนได้ยากมาก บนใบหน้า ความต่างเพียง 1-2 มม. ก็แสดงออกมาเป็นความเปลี่ยนแปลงมหาศาล

การผ่าตัดอื่นๆ ถ้าผ่าซ้ำ ค่าใช้จ่ายก็แพงขึ้นมากเช่นกัน แต่การผ่าตัดแก้ไขที่เกี่ยวกับกระดูก ราคาเริ่มต้นก็มักเกินหลักสิบล้านวอนขึ้นไปอย่างง่ายดาย และต่อให้ไม่นับเรื่องค่าใช้จ่าย การผ่าซ้ำก็ไม่ได้หมายความว่าโอกาสสำเร็จจะสูง ผลข้างเคียงที่ตามมาภายหลังก็มีมากจริงๆ ผิวหย่อนคล้อย จมูกบานแทบจะเป็นตัวเลือกพื้นฐานของการผ่าตัดขากรรไกรสองข้าง และยังมีคนจำนวนมากที่มีรูปปากยุบแบบเฉพาะของการผ่าตัดขากรรไกรสองข้าง ในความเป็นจริง หลังผ่าตัดขากรรไกรสองข้าง มีคนจำนวนมากที่ทำศัลยกรรมจมูกเพราะจมูกบาน ดูดไขมันคางเพราะผิวหย่อน และทำหัตถการ/ผ่าตัดยกกระชับ ผลข้างเคียงจากการผ่าตัดครั้งที่สองแบบนี้ก็ย่อมมีอยู่แล้วใช่ไหมคะ?

แน่นอนว่าฉันรับรู้เรื่องผิวหย่อนคล้อยและจมูกบานอยู่แล้ว และฉันไม่ได้ทุกข์เพราะเรื่องเหล่านี้อย่างแน่นอนค่ะ

ก่อนผ่าตัด ไม่ว่าจะขอมากแค่ไหนว่า “ขอให้น้อยที่สุด เป็นธรรมชาติที่สุด อย่าทำให้เป็นแบบนี้นะคะ” ถ้าฝีมือของแพทย์มีขีดจำกัด เรื่องที่ผลออกมาไม่เป็นแบบนั้นก็เกิดขึ้นบ่อยมาก หรือไม่ก็สร้างใบหน้าคนไข้ตามสไตล์ของตัวเองที่เคยทำมา คนส่วนใหญ่น่าจะอยากสวยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และแพทย์ก็น่าจะรู้เรื่องนั้นอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นผลลัพธ์ที่ต้องการก็ไม่ออกมา สุดท้ายก็คงเป็นเพราะ “ฝีมือ” ค่ะ

โชคดีในความโชคร้ายคือ ฉันไม่มีผลข้างเคียงใหญ่ๆ อื่นนอกจากเรื่องภายนอก แต่พอฟังเรื่องของคนอื่นๆ ที่ผ่าตัดล้มเหลว นอกจากสิ่งที่ฉันเขียนไปแล้ว ยังมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ความเสียหายของการรับความรู้สึก การสบฟันผิดปกติ ความเจ็บปวดเหมือนถูกแทงโดยไม่ทราบสาเหตุ ฯลฯ มีผลข้างเคียงรุนแรงมากมายเกินกว่าจะจินตนาการ จนทำให้ใช้ชีวิตประจำวันลำบากจริงๆ ยังมีคนที่ต้องรับการรักษาทางจิตเวชเพราะความทุกข์ทางใจ เช่น การหลีกเลี่ยงผู้คนจากการเปลี่ยนแปลงภายนอกด้วยค่ะ

จริงๆ แล้ว รูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปของฉันอาจดูโอเคสำหรับใครบางคนที่ไม่รู้จักหน้าตาฉันในอดีต แต่เมื่อรู้รูปลักษณ์เดิมของตัวเองอยู่แล้ว สิ่งนั้นก็ไม่มีความหมายอะไรเลย บางช่วงอาจคิดว่าโอเคหรือเปล่า แต่ทุกครั้งที่เผลอมองกระจก ทุกครั้งที่เห็นรูปเก่าๆ ฉันก็พังทลายลงกับความจริงที่ย้อนกลับไม่ได้ เช่นนี้เอง ผู้ป่วยจะต้องใช้ชีวิตไปตลอดชีวิตพร้อมความรู้สึกสูญเสีย ไม่ใช่แค่ตัวเอง ครอบครัวที่ทำได้เพียงเฝ้ามองอยู่ข้างๆ ก็คงเจ็บปวดไม่ต่างกันค่ะ

เช่นเดียวกับการผ่าตัดทุกอย่าง แน่นอนว่ามีคนที่ผลออกมาดี แต่ในบรรดาคนที่ล้มเหลว ไม่มีใครคิดว่าตัวเองจะกลายเป็นเคสล้มเหลวเลยเช่นกัน ฉันจึงอยากให้ทุกคนอย่ามองบทความเกี่ยวกับผลข้างเคียงแบบนี้ว่าเป็นแค่ “เรื่องของคนอื่น” เด็ดขาดค่ะ

ถ้าเป็นการผ่าตัดขากรรไกรสองข้างเพื่อความงามเพียงเพราะอยากให้หน้าเล็กลง อยากสวยขึ้น ฉันอยากห้ามอย่างไม่มีเงื่อนไขค่ะ แม้จะเป็นเคสผ่าตัด เช่น ความไม่สมมาตร หรือขากรรไกรล่างยื่น หากยังไม่ถึงขั้นใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ ฉันก็อยากให้คิดให้มากจริงๆ ไม่มีอะไรล้ำค่าเท่าใบหน้าเดิมของตัวเองค่ะ ปมด้อยของตัวเองอาจดูเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของคนนั้นในสายตาคนอื่นก็ได้ หากคุณอยากผ่าตัดขากรรไกรสองข้างจริงๆ โปรดอย่าดูแต่รีวิวสำเร็จเท่านั้น แต่ต้องค้นหารีวิวล้มเหลวและรีวิวผลข้างเคียงให้มากๆ กำหนดโรงพยาบาลที่ควรคัดออกให้ชัดเจน ไปปรึกษาหลายๆ ที่ แล้วทำกับโรงพยาบาลที่ตรงกับสไตล์ที่คุณต้องการค่ะ

การที่ผู้อำนวยการคลินิกออกมาอธิบายเรื่องการผ่าตัดและแสดงรีวิวสำเร็จเองใน YouTube บล็อก ฯลฯ อาจดูดี แต่โรงพยาบาลที่มีฝีมือจริงๆ แม้ไม่ต้องทำโฆษณาแบบนั้น ก็มีคนไข้มาเข้ารับบริการมากมาย คนไข้ได้รับข้อมูลจาก YouTube และบล็อกก็จริง แต่สำหรับพวกเขา จุดประสงค์อันดับหนึ่งคงเป็น “การโฆษณา” ค่ะ

อย่าลืมว่าสิ่งที่เราต้องพิจารณาไม่ใช่ความสามารถในการถ่ายทอดข้อมูลของแพทย์ แต่คือฝีมือ ต่อให้อยากสวยเร็วแค่ไหน ก็อย่ารีบร้อนเด็ดขาด และขอให้เลือกโรงพยาบาลอย่างละเอียดรอบคอบค่ะ

ยังไม่มีความคิดเห็น