สวัสดีทุกคน พี่น้องผู้ชายสองคนของเราได้ผ่าตัดที่ ㅌㄹㄷ โดยของผมผ่านไป 1 ปี 8 เดือน ส่วนของน้องชาย 1 ปีแล้ว จึงขอมารีวิวครับ (ผมเขียนละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เลยขอแจ้งไว้ก่อนว่าเนื้อหาอาจยาวพอสมควร)
การผ่าตัดครั้งแรกของผมคือราวปี 2008 ที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่แถวสถานีกังนัม, ตอนนั้นเหมือนจะเป็นช่วงที่นิยมใช้ซิลิโคนทรง L กันมาก ผมจึงได้รับการผ่าตัดด้วยซิลิโคนทรง L หลังจากนั้นเวลาผ่านไป 10 ปี ระหว่างที่ค้นหาข้อมูลเรื่องศัลยกรรมจมูกในอินเทอร์เน็ต ฟอรัมของชุมชนนี้ และที่อื่นๆ ผมก็ได้ข้อมูลว่าเดี๋ยวนี้แทบไม่ใช้ซิลิโคนทรง L แล้ว พอถึงตอนนี้ผมก็อายุมากขึ้นแล้ว จึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการใช้งานมากกว่ารูปทรงที่กำลังเป็นแฟชั่น, เลยไปพบบุคคลที่เคยเป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยและมีชื่อเสียงว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมจมูก และในที่สุด หลังจากผ่าตัดครั้งแรกมา 10 ปี ผมก็ได้ผ่าตัดแก้ไขอีกครั้ง (ปี 2019) จนถึงตอนนั้นผมก็ยังเป็นผู้ชาย และรูปจมูกหลังผ่าตัดครั้งแรกก็ไม่ได้มีปัญหาใหญ่อะไรนัก (แค่รูจมูกไม่สมมาตรกัน) พอคิดว่าแค่เปลี่ยนซิลิโคนทรง L ที่นี่ คงไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นมาก ผมไม่เคยคาดคิดเลยว่าสิ่งที่คิดไว้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ในภายหลัง ผมผ่าตัดที่โรงพยาบาลนี้โดยใช้ซิลิโคน + กระดูกอ่อนหู แต่ในวันแรกที่แกะผ้าพันแผล ผมไปโรงพยาบาลกับคุณแม่ และทันทีที่เอาผ้าพันแผลออก คุณแม่เองก็ยังตกตะลึงจนพูดไม่ออก จมูกที่เคยเรียวกลับกลายเป็นทู่หนาอย่างมาก และเพราะผมลดจมูกลงมากเกินไป ทำให้กลายเป็นจมูกที่แทบดูไม่เหมือนจมูกของคนปกติ หลังเห็นปฏิกิริยาของผมกับคุณแม่ หมอจึงบอกว่าจะผ่าตัดแก้ให้อีกครั้ง แต่ผมรู้สึกว่าไม่อยากทำที่โรงพยาบาลนี้อีกแล้ว แค่จมูกเปลี่ยนไปเพียงอย่างเดียว แต่ใบหน้าของคนเรากลับเปลี่ยนได้มากขนาดนี้ จนกลายเป็นจมูกที่แทบมองไม่ไหว ผมต้องทนกับความทุกข์ทางใจอย่างรุนแรง เรื่องแบบนี้คงมีแต่คนที่เคยเจอเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจ..
ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา ช่วงเวลาที่แสนยากลำบากก็เริ่มขึ้นจริงๆ พอมาคิดดูตอนนี้ ผมว่าช่วงนั้นผมเอาแต่นับวันที่จะครบ 1 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการผ่าตัดจมูกและผ่าตัดแก้ไขอีกครั้ง
ด้วยความช่วยเหลือจากชุมชนนี้และคาเฟ่ใน Naver ผมจึงตั้งใจว่าจะต้องหาข้อมูลอย่างละเอียดจริงๆในครั้งนี้ เลยค้นหาทั้งวัน.. จากนั้นผมก็รู้จักคลินิกศัลยกรรมตกแต่ง Trand และอ่านรีวิวต่างๆ รวมถึงบล็อกส่วนตัวของหมอแบบละเอียดทุกอย่าง ผมพยายามจองคิวปรึกษา แต่คิวเต็มเลยต้องรอประมาณ 6 เดือน
ผมก็ได้หาข้อมูลและรีวิวในอินเทอร์เน็ตมาค่อนข้างเยอะก่อนจะไป จึงรู้ว่าหมอเป็นคนค่อนข้างเข้มงวด ตอนที่ไปจริง ผมยังจำได้ชัดว่าตัวเองเครียดมาก ก่อนเข้าปรึกษา เขาจะให้โน้ตที่เขียนข้อควรระวังมา และมีบางอย่างที่ต้องปฏิบัติตอนปรึกษา
อีกหนึ่งทิปคือ ถ้าคุณตั้งใจจะเอารูปคนดังไปด้วย ผมแนะนำว่าอย่าเอาไปจะดีกว่า (ผมพิมพ์รูปคนดังไปด้วย แต่ก็แทบไม่มีความหมายอะไรเลย..)
ก่อนจะปรึกษา หมอบอกให้ลองวาดจมูกที่อยากได้ แต่ผมก็วาดไม่ค่อยได้ (เรื่องนี้ก็ไม่ต้องกดดันตัวเองมากก็ได้) ผมรู้ว่าเวลาปรึกษานาน แต่พอฟังหมออธิบายเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ ก็ใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งสำหรับผมกลับรู้สึกว่าแป๊บเดียว
จากข้อมูลที่ผมหามาในอินเทอร์เน็ต ถ้าผมยืนยันความต้องการของตัวเองมากเกินไปกับหมอ ก็มีกรณีที่เขาไม่ผ่าตัดให้ ดังนั้นผมแทบจะตอบสั้นๆ แค่ว่า “ครับๆ” เท่านั้น^^; (คงเพราะผมอยากผ่าตัดที่โรงพยาบาลนี้มากจริงๆ..)
แต่ถ้าคิดเรื่องนี้ตอนนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในศัลยกรรมความงามคือเซนส์ด้านความงามของศัลยแพทย์ ในมุมของคนไข้ แน่นอนว่าผมคิดว่าคงมีมุมมองหลากหลายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำไมถึงไม่โฟกัสที่รูปจมูกที่คนไข้ต้องการ.. แต่ถ้าคิดกลับกัน หมอก็ทำแต่ผ่าตัดจมูกมาตลอด และถ้าต้องทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากทั้งหมดตามความต้องการแบบเฉพาะบุคคลทั้งหมด แน่นอนว่าก็อาจมีคนพอใจ แต่ก็อาจมีคนไม่พอใจได้เช่นกัน
เพราะอย่างนั้น ผมคิดว่าหมอใหญ่ของ Trand จะผ่าตัดโดยยึดมาตรฐานความงามสูงสุดที่ตัวหมอคิดว่ายอดเยี่ยม ดังนั้นแทนที่จะปรับตามที่คนไข้บอกว่าอยากให้ทำแบบนี้แบบนั้นมากๆ หมอคงเดินตามสไตล์ที่ตัวเองเชื่อว่าเหมาะสมมากกว่า
แต่ถึงอย่างนั้น เหตุผลที่ยังกล้ามอบใบหน้าที่มีค่าของตัวเองให้หมอคนนี้ ก็คงเป็นเพราะเรื่องราวความสำเร็จที่หาอ่านได้ทั่วไปในอินเทอร์เน็ต โรงพยาบาลนี้.. ถ้าจะมีจุดที่พิเศษจริงๆ ก็คือผมยังไม่เคยเห็นรีวิวที่บอกว่าหลังผ่าตัดแล้วไม่พอใจกับรูปทรงเลย
แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นรีวิวของผู้หญิง ผมก็เคยกังวลเหมือนกันว่ามันจะเป็นอย่างไรสำหรับจมูกผู้ชาย แต่ดูเหมือนคนที่ทำจมูกผู้หญิงเก่งก็จะทำจมูกผู้ชายได้ดีเหมือนกัน^^:
ผมตัดสินใจใช้กระดูกอ่อนซี่โครง + ซิลิโคน + กระดูกอ่อนหู + dermis จากหนังศีรษะ และเรื่องค่าใช้จ่ายก็เป็นไปตามที่ทราบมาก่อน จึงไม่ได้ต่างจากจำนวนเงินที่ผมรู้ไว้มากนัก
ถ้าจะพูดเรื่องค่าใช้จ่าย การผ่าตัดค่อนข้างแพงพอสมควร (แน่นอนว่าอาจเป็นเพราะผมใช้กระดูกอ่อนซี่โครงด้วย) แต่สำหรับผม เพราะต้องลำบากมามากแล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะเสียเงินเท่าไร ถ้าผลลัพธ์ดีผมก็ไม่ได้ติดใจมาก
ถ้ามีใครกำลังกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ผมอยากบอกแบบนี้ ผมคิดว่าแทบไม่มีใครที่พอใจกับการทำจมูกแค่ครั้งเดียวได้เลย ดังนั้นพอทำแก้หลายครั้งก็เป็นเรื่องจริงที่ภาระค่าใช้จ่ายจะหนักขึ้น
เพราะฉะนั้น แทนที่จะมองศัลยกรรมเป็นเรื่องง่ายๆ แล้วไปหาที่ราคาถูก ผมขอแนะนำอย่างจริงใจให้ค้นหารีวิวและข้อมูลต่างๆ ให้ดี แล้วทำที่โรงพยาบาลที่แม้ราคาจะสูงกว่านิดหน่อยแต่คาดหวังผลลัพธ์ที่ดีได้
สิ่งที่ผมกังวลที่สุดตอนรอผ่าตัดคือ “เวลาผ่าตัด” คนที่ค้นข้อมูลมาคงทราบกันอยู่แล้วว่าหมอท่านนี้ใช้เวลาผ่าตัดนานมาก พูดให้ชัดคือใช้เวลามากกว่าของโรงพยาบาลอื่นหลายเท่า
เรื่องนี้ก็มีเขียนไว้ในบล็อกของหมอเช่นกัน โดยหมอบอกว่าถ้าตัวเองยังไม่พอใจก็จะไม่จบการผ่าตัด
ผมเลยกังวลเรื่องนี้มาก และในครอบครัวก็มีคนเป็นหมอ เลยลองขอคำแนะนำด้วย
ผมกังวลว่าจะอันตรายไหมถ้าเวลาผ่าตัดยาวขึ้น
ผมจึงค้นคว้าเรื่องนี้อยู่นานมาก แล้วก็หาข้อมูลต่ออีกเรื่อยๆ (ผมเป็นคนค่อนข้างจู้จี้กับเรื่องพวกนี้...)
สรุปคือวิธีนี้ปลอดภัยกว่าด้วยซ้ำ.. มีวิสัญญีแพทย์เฉพาะทางเป็นผู้ดูแล และแม้จะเป็นการผ่าตัดจมูกก็ยังใส่ท่อช่วยหายใจ (intubation)
ผมยังจำได้ว่าก่อนวันผ่าตัดหนึ่งวัน หมอโทรมาจากเบอร์ส่วนตัวของตัวเอง ทำให้ผมตกใจมาก (ตอนนั้นหมอถามว่าต้องการให้สูงและยาวแค่ไหน)
ผมจำเวลาแน่นอนไม่ได้ แต่ผมเข้าห้องผ่าตัดตอน 10 โมงเช้า และตื่นขึ้นอีกทีก็หลังตี 3 ของวันถัดไป หมอเป็นคนโทรมาหลังตี 5 เอง เพื่อตรวจดูว่าผมโอเคไหม (ไม่รู้ว่าวันถัดไปหมอจะไปทำงานยังไง...)
ตั้งแต่หลังผ่าตัดทันที ผมมีอาการอย่างหนึ่งคือบริเวณก้นกบมีอาการบวมและเจ็บ จึงถามหมอ และหมอบอกว่าเพราะนอนบนเตียงผ่าตัดนานเกินไป อีก 2-3 วันจะดีขึ้น ไม่ต้องกังวล ผมอาจจะน้ำหนักเยอะด้วยก็ได้ หมอยังบอกว่ากรณีแบบนี้อาจเกิดขึ้นได้เป็นครั้งคราวในผู้ชายที่น้ำหนักตัวมากกว่าผู้หญิงในสัดส่วนที่มากกว่า
ตั้งแต่วันถัดจากผ่าตัดไป 1 สัปดาห์ ต้องไปโรงพยาบาลทุกวัน.. ถ้าคุณกำลังวางแผนจะผ่าตัดที่ Trand ก็ควรเก็บจุดนี้ไว้เป็นข้อมูล
ตั้งแต่หลังผ่าตัดทันที การทำแผล/การรักษาทุกอย่างหมอเป็นคนทำเองทั้งหมด (ไม่มีพยาบาลมาทำแทน)
ผมเป็นผู้ชายแต่จุดที่เอากระดูกอ่อนซี่โครงออกมายังเจ็บอยู่ เลยบ่นเจ็บไปนิดหน่อย หมอก็เลยให้ยาระงับปวด คนที่วางแผนจะผ่าตัดด้วยกระดูกอ่อนซี่โครงไม่ต้องกังวลมากเกินไป น่าจะไม่สบายแค่ 2-3 วัน แล้วก็จะดีขึ้นเร็ว
ผมเองก็ไปโรงพยาบาลมาหลายที่ตั้งแต่เด็กและเคยผ่าตัดที่อื่นมาหลายครั้ง แต่จริงๆ แล้วนี่เป็นครั้งแรกที่ผมเจอหมอที่ละเอียดถี่ถ้วนแบบหมอที่ ㅌㄹㄷ เรื่องความสะอาดหมอใส่ใจมากจนล้างมือตลอด มือจนผิวหลังมือแทบไม่เหลือสภาพดีเลย;;
แต่ด้วยความใส่ใจแบบนั้น ผมก็ผ่านช่วงรักษาไปได้อย่างปลอดภัย ไม่มีอักเสบอะไร และผลผ่าตัดก็ดีมาก
หมอให้ความสำคัญกับ columella มากกว่าที่อื่นจริงๆ และอย่างที่หมอบอก ถ้าดูรูปคนดังที่จมูกสวย สิบคนสิบคนจะเห็น columella ชัดเจน (ก่อนผ่าตัดผมก็ไม่รู้เลยว่าความสำคัญของ columella มีมากขนาดนี้) ถ้ายังไม่เข้าใจว่าผมหมายถึงอะไร ให้ลองดูรูปคนดังด้านข้างดูได้
เคยได้ยินว่าถ้าทำจมูกด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง จมูกจะค่อนข้างแข็งและไม่สบาย แต่แม้แต่คนที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนอย่างผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าไม่สบายอะไรเป็นพิเศษ ใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ถ้าคุณผ่าตัดที่ Trand จะมีอีกหนึ่งจุดที่ต่างจากโรงพยาบาลอื่น คือคุณต้องติดเทปให้ดี
ผมคิดว่าตัวเองติดเทปอยู่ประมาณ 1 เดือน เรื่องนี้ไม่ยาก ก็ไม่ต้องกังวลมาก..
ผมเคยทุกข์ทรมานจากความเครียดและความเจ็บปวดทางใจอย่างรุนแรงเพราะผ่าตัดล้มเหลวจากโรงพยาบาลอื่น แต่ด้วยการผ่าตัดที่ละเอียดอ่อนของหมอใหญ่นี้ที่ Trand และการดูแลหลังผ่าตัดที่ใส่ใจอย่างเต็มที่ ผมจึงหลุดพ้นจากความทุกข์นั้นได้ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังรู้สึกขอบคุณมาก และจำได้ว่าในวันที่การรักษาสิ้นสุด ผมพูดขอบคุณหลายครั้ง แต่หมอกลับจับไหล่ผมและยิ้ม บอกว่าไม่ต้องขอบคุณมากขนาดนั้นก็ได้ ตอนปรึกษาครั้งแรก คุณอาจรู้สึกว่าหมอค่อนข้างเข้มงวดและพูดน้อย แต่หลังผ่าตัดแล้วท่านดูแลอย่างเป็นกันเองมากจริงๆ
ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่ได้พบหมอแบบนี้ ไม่สิ ต้องบอกว่าผมโชคดีจริงๆ ที่มีศัลยแพทย์ตกแต่งแบบนี้อยู่ เพราะความประทับใจที่ได้รับจาก Trand ผมจึงขอให้หมอคนนี้ผ่าตัดให้น้องชายแท้ๆ ของผมด้วย และน้องชายของผมก็ผ่าตัดมาได้ 1 ปีแล้ว แน่นอนว่าเพราะพอใจทั้งด้านความงามและทุกๆ ด้าน ผมจึงแนะนำให้คนในครอบครัวมาทำด้วย น้องชายผมก็เป็นผู้ชาย และเขาก็พอใจกับผลลัพธ์อย่างมากๆ จริงๆ (เรื่องนี้ทั้งคนรอบตัวและครอบครัวก็เห็นตรงกัน) หมอมี “เซนส์ด้านความงาม” ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ.. ถ้าใช้คำฮิตช่วงนี้ก็คือระดับท็อปของวงการศัลยกรรมจมูก... ตอนที่ผมฝากให้หมอผ่าตัดให้น้องชายครั้งแรก หมอบอกว่า “ผมจะทำเหมือนเป็นน้องชายของตัวเอง” ทำให้ผมสบายใจมากแค่ไหน..
ผมผ่าตัดมาได้ 1 ปี 8 เดือนแล้ว แต่ครั้งนี้มีเรื่องต้องสอบถามเกี่ยวกับการผ่าตัดบริเวณใบหน้าอีกส่วน จึงติดต่อโรงพยาบาลไป แล้วหมอก็โทรหาผมเองโดยตรง และบอกว่าคำอธิบายอาจจะยาว เลยขอให้โทรกลับมาที่เบอร์ส่วนตัวของหมอในเย็นวันถัดไป
แม้ผมจะโทรไปในเย็นวันอาทิตย์ แต่หมอก็ยังใส่ใจอย่างละเอียดและอธิบายเรื่องต่างๆ ให้ผมอย่างรอบคอบ ผมคิดว่าในปัจจุบันไม่ค่อยมีคนที่ดูแลคนไข้ที่ผ่าตัดผ่านมาแล้วกว่า 2 ปีได้ถึงขนาดนี้
ผมไม่ค่อยมีฝีมือในการเขียน พอเขียนไปเรื่อยๆ บทความก็ยาวมาก พอผมอ่านเองยังรู้สึกเหมือนชมแต่ด้านดีล้วนๆ แต่เพราะผลลัพธ์ออกมาดีจริงๆ จึงเป็นบทความที่ผมเขียนจากมุมมองของคนไข้ 100% เกี่ยวกับสิ่งที่ผมรู้สึกและประสบมาจริงๆ
ผมเขียนสิ่งนี้ขึ้นมาเพราะอยากช่วยคนที่กำลังทุกข์ทรมานจากศัลยกรรมที่ผิดพลาดเหมือนกับที่ผมเคยได้รับความช่วยเหลือผ่านชุมชนนี้
ผมขอสาบานต่อฟ้าว่าผมไม่ใช่คนแนวเอเยนต์หรือนายหน้าอะไรทั้งนั้น (Trand เป็นโรงพยาบาลที่ไม่ได้มีความหมายกับการโปรโมตอะไรเป็นพิเศษ จริงๆ เขาผ่าตัดวันละแค่ 1 คนเท่านั้น และถึงอย่างนั้นคิวก็ยังเต็มจนต้องรอนานมาก)
ผมเขียนสิ่งนี้ขึ้นเพื่อหวังว่าจะช่วยได้เล็กน้อยสำหรับคนที่กำลังวางแผนหรือกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัดที่ Trand
สุดท้ายผมขอเสริมอีกอย่างว่า, ไม่ว่าหมอจะผ่าตัดด้วยความตั้งใจมากแค่ไหน และบริการของโรงพยาบาลจะดีเพียงใด ผมก็ยังคิดว่าศัลยกรรมความงามต้องให้ผลลัพธ์ด้านความงามที่ดี
ในแง่นั้น คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง Trand แม้หลังผ่าตัดจะต้องมาโรงพยาบาลทุกวัน และอาจมีความยุ่งยากอยู่บ้าง แต่ในแง่ความสวยงาม ผมคิดว่ามันชัดเจนแน่นอน
ผมพูดแบบนี้ไม่ใช่แค่เพราะผลลัพธ์ของผมและน้องชายเท่านั้น แต่เพราะตลอดเวลาที่ไปโรงพยาบาลบ่อยๆ ผมได้เห็นจมูกของคนไข้ที่ผ่าตัดมาแล้ว และรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ
ขอให้ทุกคนได้ผลลัพธ์ที่ดี และขอให้ปิดท้ายปีนี้ที่เหลืออยู่อย่างดีนะครับ
ขอบคุณที่อ่านบทความยาวๆ นี้
좋아요 16