โพสต์

รีวิวศัลยกรรมตา@eye-review

รีวิวผ่าตัดตาสองชั้นแก้ไข

การผ่าตัดครั้งแรกของฉันคือเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน คือในปี 2016 ค่ะ เพราะฉันเป็นคนที่แทบจะไม่มีชั้นตาเลย ก็เลยติดเทปตาสองชั้นไปด้วย และมีความอยากได้ตาสองชั้นมาตลอด ตอนนั้นยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับศัลยกรรมเลยด้วยซ้ำ ก็ไม่ได้หาข้อมูลดีๆ ทำแบบส่งๆ ไปทำที่ไหนก็ได้เฉยๆ แล้วตอนนั้นก็เป็นยุคที่รูปหน้าคมๆ ดูโด่งๆ กำลังฮิต... ทั้งที่ฉันอยากได้แบบอินไลน์ที่มีอารมณ์คล้ายเอาท์ไลน์ สุดท้ายกลับได้ตาไส้กรอกมาซะงั้นㅜ ช่วงระยะห่างระหว่างตากับคิ้วของฉันค่อนข้างแคบอยู่แล้ว เลยไม่เหมาะกับชั้นตาที่หนาเลย แต่ตอนนั้นคิดสั้นเกินไป..

เอาเป็นว่าก็ใช้ชีวิตกับชั้นตาที่หนาและอูมๆ แบบนั้นมาเรื่อยๆ จริงๆ พอแต่งตาแล้วก็ไม่ได้ดูแย่จนเกินไปอะไร คิดว่าอีกสักหลายปีคงจะดีขึ้นเองบ้าง.. แล้วอีกอย่าง สิ่งที่กลัวและรู้สึกหนักใจที่สุดก็คือการต้องผ่าตัดใหม่ㅠㅠ ก็เลยปล่อยๆ อยู่แบบนั้น แต่ผ่านไป 5 ปีแล้วมันก็ยังเป็นตาไส้กรอกอยู่ดี ㅎㅎㅎ พอโตขึ้นแล้วเริ่มอยากได้ความเป็นธรรมชาติมากขึ้น ฉันก็คิดว่าคงต้องลองคิดเรื่องผ่าตัดแก้ไขดู... พอเคยเจอผลข้างเคียงมาก่อนแล้ว ฉันยิ่งระวังเรื่องการผ่าตัดแก้ไขมากขึ้นไปอีก ตัดสินใจง่ายๆ ไม่ได้เลย... ตอนนี้เองฉันก็ยังคิดว่า ถ้าใช้ชีวิตต่อไปแบบเดิมก็อยู่ได้แหละ แต่ถ้าทำไปแล้วกลับพังหนักกว่าเดิมจะทำยังไงดี ความคิดนี้หนักที่สุดเลย ㅜㅜ

ในบรรดาเหตุผลที่อยากผ่าตัด เรื่องที่ฉันมองว่าสำคัญที่สุดคือ

1. ชั้นตาสูงเกินไป (โดยรวมชั้นตาค่อนข้างสูงอยู่แล้ว แต่ฝั่งซ้ายสูงจริงๆ ค่ะ จากช่วงต้นไปจนถึงช่วงปลายยิ่งกว้างขึ้นเรื่อยๆ ...) 2. ตอนเหลือบตาลงหรือตอนหลับตา เส้นชั้นตาจะเข้มมากและยึดแน่นลึกมาก ทำให้บริเวณด้านล่างดูอูมมาก - คิดว่านี่น่าจะเป็นเหตุผลใหญ่ที่สุดที่ทำให้ดูเหมือนตาไส้กรอก เวลาเหลือบตาลงจากด้านข้างจะเห็นชัดเลยว่าเหมือนเลข 3 เส้นตาสองชั้นยุบเข้าไป ส่วนบนกับล่างป่องออกมา.... คนที่เป็นตาไส้กรอกน่าจะเข้าใจㅜㅠ 3. นอกจากนี้ พอรอบดวงตาหรือหน้าบวม หรือเวลาเหนื่อย ก็มีบางครั้งที่พอลืมตาขวาจะเกิดรอยพับซ้อนใหญ่มาก หรือดวงตาดูง่วงๆ ฯลฯ แต่พวกนี้เป็นแค่ช่วงชั่วคราว หรือก็ไม่ได้กังวลมากนัก... สองข้อข้างบนจึงเป็นปัญหาที่ฉันอยากแก้ที่สุด!

ฉันไปปรึกษาทั้งหมด 5 ที่ และสุดท้ายได้ผ่าตัดที่คลินิกศัลยกรรม Inique ซึ่งเป็นที่ที่ไปปรึกษาครั้งสุดท้ายค่ะ ระหว่างไปปรึกษาหลายที่ ฉันได้รู้ว่าผิวของฉันค่อนข้างหนา ดังนั้นยังไงก็หลีกเลี่ยงความเป็นตาไส้กรอกได้ยากนิดหน่อย ถ้าอยากลดให้มากที่สุดก็ต้องทำให้ชั้นตาบางลง ซึ่งชั้นตาปัจจุบันก็ถือว่าสูงจริง และเพราะการยึดชั้นตาลึกเกินไป สาเหตุที่ตาซ้ายดูหนากว่าเพราะกำลังเปิดตาฝั่งซ้ายอ่อนกว่า - อาจต้องปรับกล้ามเนื้อตาเล็กน้อย ฯลฯ

เพราะเป็นการผ่าตัดแก้ไข ฉันเลยระวังมาก ค้นหาข้อมูลเยอะมาก แทบจะรื้ออินเทอร์เน็ตแล้วเรียน(?) ให้เข้าใจและกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนค่อยไปปรึกษา ฉันพอมีแนวคิดไว้ระดับหนึ่งแล้วเกี่ยวกับวิธีผ่าตัดที่เหมาะกับตาแบบฉัน และวิธีแก้ปัญหาที่ฉันคิดไว้ (แน่นอนว่ามุมมองของคุณหมออาจต่างออกไปได้ ㅜ) เวลาไปปรึกษามาจากหลายที่ก่อนหน้านี้ ฉันตัดสินใจยากมาก แต่ละที่ก็มีส่วนที่ชอบ แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่ไม่ชอบ... อย่างที่บอกไปข้างต้น สิ่งที่ฉันให้ความสำคัญที่สุดคือทำให้การยึดชั้นตาเบาที่สุด ลดชั้นตาลงด้วยวิธีเปิดแผลสองชั้น แต่ไม่เอาชั้นตาแบบชั้นในที่แคบเกินไป และ....

ทุกที่บอกว่าตาไม่ใช่เคสที่ยากมาก แต่ไม่มีที่ไหนที่พูดได้ชัดเจนตรงกับวิธีที่ฉันอยากให้แก้ไขเลยㅜㅜ (ส่วนใหญ่บอกว่าสามารถลดชั้นตาลงได้ แต่ถึงจะทำให้การยึดเบาลงก็ไม่ได้ทำให้ตาไส้กรอกดีขึ้น / ถ้าอยากตัดความรู้สึกตาไส้กรอกออกไปเลย ก็ต้องไปเป็นชั้นในล้วนๆ เป็นต้น ที่ปรึกษาแห่งหนึ่งฉันค่อนข้างชอบมาก แต่ราคากลับหนักเกินไปㅜ) แต่จริงๆ แล้วฉันก็ไม่ใช่หมอ แค่คิดว่าให้ดีขึ้นกว่าตอนนี้ก็พอแล้ว เลยเกือบจะทำๆ ไป แต่ก็ยังลังเลอยู่ สุดท้ายคิดว่าไปอีกที่หนึ่งเป็นที่สุดท้ายแล้วกัน พอไปถึง Inique ก็ได้จองผ่าตัดทันทีหลังปรึกษาคุณหมอ.. แม้จะมีส่วนหนึ่งเพราะเดินปรึกษามาหลายที่จนเหนื่อย แต่หลักๆ คือคุณหมอพูดตรงกับปัญหาและวิธีผ่าตัดที่ฉันคิดไว้เลย ตัวอย่างเช่น จะทำการยึดให้เบาลง ฝั่งขวาชั้นตาไม่ได้สูงมากก็จะตัดแต่งนิดหน่อย ส่วนฝั่งซ้ายจะทำแบบเปิดแผลสองชั้น ปรับกล้ามเนื้อตาเบาๆ ทางตาซ้าย... (จริงๆ ฉันไม่เคยคิดเรื่องปรับกล้ามเนื้อตาเลย เพราะได้ยินว่าผลข้างเคียงค่อนข้างหนักและน่ากลัว แต่พอไปปรึกษาหลายที่ ยกเว้นที่หนึ่ง ที่อื่นพูดถึงการปรับกล้ามเนื้อตากันหมด... ถึงจะบอกว่าไม่ทำก็ไม่เป็นไร แต่ตาซ้ายของฉันก็เป็นแบบที่เห็นตาดำค่อนข้างน้อยกว่าอยู่ดีㅜ เลยขอให้ทำแบบปลอดภัยและน้อยที่สุด) แล้วก็เพราะฉันกังวลมากว่าจะเกิดภาวะหลับตาไม่สนิท เลยอยากทำแบบเปิดแผลสองชั้นอย่างเดียว แม้จะเหลือแผลเป็นเส้นเดิมนิดหน่อยก็ยอม แต่คุณหมอบอกว่าฝั่งขวาจะลดลงเพียงประมาณ 1 มม. เท่านั้น จึงสามารถตัดเนื้อออกได้ ก็เลยตกลงให้ฝั่งซ้ายทำแบบเปิดแผลสองชั้นเท่านั้น!

ราคาอยู่ในระดับที่ฉันคิดไว้ ไม่ได้หนักเกินไป..! เพราะเป็นการผ่าตัดแก้ไข ราคาเริ่มต้นก็แพงอยู่แล้วㅠ และยังมีส่วนลดจากการเขียนรีวิวด้วย จึงได้ลดลงมานิดหน่อย

แต่พอจองผ่าตัดแล้วกลับบ้าน ฉันก็ยังคิดวนไปวนมาอยู่ ㅜㅜ จะรีบตัดสินใจผ่าตัดเกินไปไหม... ถึงจะชอบตอนปรึกษา แต่เพราะแค่คิดว่าไปที่สุดท้ายสักหน่อยเลยไม่ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับโรงพยาบาลมากนัก ถึงที่นี่จะเป็นโรงพยาบาลที่เห็นบ่อยในชุมชนเรื่องผ่าตัดแก้ไขตาไส้กรอก แต่ฉันเป็นคนที่เชื่อผลงานที่มองเห็นด้วยตาตัวเองมากที่สุด เลยกลับถึงบ้านก็รีบหารีวิวของโรงพยาบาลก่อนเลย ฉันคิดว่าทุกคาเฟ่/ชุมชนย่อมมีทั้งนายหน้าและรีวิวปลอมแน่ๆ แต่รูปตาก่อนและหลังที่คนโพสต์ถ่ายเอง มันก็เป็นผลลัพธ์ของคนที่ผ่าที่โรงพยาบาลนั้นจริงๆ นั่นแหละ คงไม่ใช่เอาตาที่ผ่าที่โรงพยาบาลอื่นมาโพสต์ว่าเป็นของที่นี่....

ดังนั้นฉันจึงพยายามหาพวกรีวิวที่มีรูปตาให้มากที่สุด เพราะเป็นโรงพยาบาลที่มีส่วนลดสำหรับรีวิว เลยมีรีวิวละเอียดๆ อยู่พอสมควร ถึงจะเขียนเพราะได้ส่วนลดรีวิว สุดท้ายก็ต้องเป็นคนที่มาผ่าที่โรงพยาบาลนั้นจริงและเขียนเพราะพอใจ ฉันเลยไม่ได้คัดทิ้ง แต่ดูอย่างละเอียด..! แน่นอนว่าฉันคิดว่าไม่น่าจะไม่มีรีวิวด้านลบ เพราะการผ่าตัดอะไรก็ไม่มีทาง 100% อยู่แล้ว... ฉันไม่คิดว่าถ้าคน 99 คนไปทำที่โรงพยาบาลหนึ่งแล้วดี อีกคนที่เหลือจะต้องดีไปด้วยเสมอ! การไปทำในที่ที่มีเคสสำเร็จเยอะกว่าก็แค่ช่วยลดโอกาสพังลงเท่านั้น.. แต่ฉันเองก็อาจเป็นคนนั้นได้เหมือนกัน เลยได้แต่หวังว่าโอกาสนั้นจะไม่ตกมาถึงฉัน ㅎㅎ..

เอาเป็นว่าฉันก็ได้รับความช่วยเหลือจากรูปรีวิวเยอะเหมือนกัน เลยอยากเขียนรีวิวละเอียดๆ ㅎ รีวิวที่ฉันเห็นในคาเฟ่ส่วนใหญ่เป็นเคสที่สำเร็จ และเป็นตาในแบบที่ฉันต้องการ (ฉันเน้นความเป็นธรรมชาติแบบสุดๆ..! ตอนปรึกษาและจนถึงก่อนผ่าตัดก็ยังตะโกนว่าต้องธรรมชาติเท่านั้น...ㅋㅋㅋㅋ) เพราะฉะนั้น... ฉันก็คิดว่าคุณหมอคนนี้เก่ง ก็เลยตัดสินใจเชื่อและทำเลย! ฉันเคยกังวลจนเลื่อนวันผ่าตัดไปหลายครั้ง ㅋㅋㅋ ตอนนี้คิดว่าทำแล้วดีมากจริงๆ!

[ขั้นตอนการผ่าตัด]

อาจเพราะเป็นอาคารที่เพิ่งย้ายมาใหม่ การตกแต่งภายในและสิ่งอำนวยความสะดวกเลยสะอาดและให้ความรู้สึกสบายมาก ห้องรอก่อนผ่าตัด? ห้องพักคนไข้? ก็ใหญ่มาก น่าจะสะดวกให้ผู้ติดตามรอระหว่างผ่าตัดได้ดีเลย ฉันเป็นคิวแรกของตอนเช้า หลังจากดมยานอนหลับแล้วก็ฉีดยาชาเฉพาะที่ จากนั้นระหว่างผ่าตัดก็ปลุกให้ลืมตาแล้วหลับตา เปิด-ปิดตาหลายรอบมากเพื่อดูเส้นชั้นตา ระหว่างทำฉันก็ถูกให้ลุกขึ้นนั่งครึ่งตัวด้วย! ตอนผ่าตัดจะมีรู้สึกจี๊ดๆ หรือถูกดึงนิดหน่อย แต่เดาว่าถ้าบอกว่าเจ็บเขาคงเติมยาชาให้อีกได้ แต่ฉันเป็นคนทนได้ค่อนข้างดีอยู่แล้ว.. แถมรู้สึกขี้เกียจด้วยก็เลยทนเอาเอง.. การผ่าตัดทั้งหมดน่าจะใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมงนิดหน่อย พอผ่าตัดเสร็จแล้วกลับไปที่ห้องพัก สิ่งแรกที่ทำ ㅋㅋㅋ คือขอให้ผู้ติดตามถ่ายรูปจากด้านล่างดูว่าเราหลับตาได้สนิทไหม โชคดีที่หลับตาได้ดีทุกข้าง เพราะพอเริ่มบวม ถ้าบวมมากก็จะหลับตาไม่สนิทจนไม่รู้ว่าเป็นภาวะหลับตาไม่สนิทจริงไหม เลยถ่ายไว้ทันทีหลังผ่าตัดสำหรับฉันเอง!! ดังนั้นถ้าหลังจากนั้นหลับตาไม่สนิท ฉันก็จะมั่นใจว่าเป็นเพราะบวม...

เขาจ่ายยาปฏิชีวนะ ยาลดบวม ยาลดพังผืดสกาป/ยาลดแผลเป็น ทำให้ยาที่ต้องกินค่อนข้างเยอะเลย ประมาณ 40 นาทีก็ได้กลับบ้านทันที แล้วประมาณ 1 ชั่วโมงก็เริ่มบวม ช่วงนี้ฉันเริ่มหลับตาไม่สนิทแล้ว ㅋㅋㅋ (เพราะบวม) แม้จะเป็นวันแรกหลังผ่าตัด บวมก็ไม่ได้หนักมากนัก กลับถึงบ้านก็ไม่ได้บวมเท่าไหร่ และเห็นชัดเลยว่าชั้นตาต่ำลงแล้ว รู้สึกแปลกใหม่มาก.. แล้วที่นี่แปลกตรงที่เขาแปะแผ่นเทปบนเปลือกตาไว้ น่าจะเพื่อไม่ให้เกิดรอยพับซ้อน? ดูเหมือนจะแปะเพื่อให้เส้นชั้นตาออกมาสวย เวลาไปผ่าตาสองชั้นคนมักบอกให้เบิกตาให้กว้างโดยใช้แรงใช่ไหม แบบนั้นเส้นที่ผ่ามาจะเข้าที่ตามแนวชั้นตาได้ดี ㅋㅋ แต่พอมีเทปแปะไว้ แค่ลืมตาหลวมๆ ไม่ต้องออกแรงก็ไม่เกิดรอยพับซ้อนและลืมตาได้ดี สบายเหมือนกัน! แค่เวลาออกไปข้างนอกจะรู้สึกมีอะไรให้ต้องระวังนิดหน่อยㅋㅋ แล้วก็อาจเพราะปรับกล้ามเนื้อตา พอฉันลืมตาซ้ายกว้างๆ หรือออกแรง มันจะรู้สึกจี๊ดๆ อยู่หน่อย ㅜㅜ ฉันเลยกังวลมากว่าเป็นผลข้างเคียงหรือเปล่า แต่เป็นแค่วันแรก วันถัดไปก็หายไปเลย!

วันที่ 3-4 บวมหนักที่สุด แต่ถึงจะบวมก็เพราะลดชั้นตาลงจากก่อนผ่าตัดอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยเห็นชัดมาก ㅋㅋㅋ เรื่องดูแลบวม... ฉันก็ไม่ได้ทำดีนัก แต่พยายามนอนแบบกึ่งนั่งเกือบตลอด และตอนกลางคืนก็ออกไปเดินเล่น สลับประคบเย็นกับประคบร้อนหลังครบ 2 วัน ส่วนรอยช้ำเริ่มให้เห็นนิดๆ ตั้งแต่วันที่ 2 แล้วพอใกล้ถึงวันตัดไหมก็ดูสะอาดขึ้น! แต่ก่อนวันตัดไหมเทปดันรุ่ยมาก ก็เลยลอกออกไปเลย แต่แนะนำว่าอยากให้ติดไว้จนสุดนะ! เช้าวันถัดมาพอตื่นขึ้นมา เพราะบวมเลยเกิดรอยพับซ้อนอีกแล้ว ㅋㅋㅋ พอจับคิ้วแล้วยกตาโดยออกแรง มันก็หายไปทันที จำไว้ว่าจนกว่าชั้นตาจะเข้าที่จริงๆ ต้องเบิกตาให้กว้างโดยใช้แรงนะ..

วันที่ 5 ไปตัดไหม พอตัดไหมแล้วรู้สึกว่าตาเบาขึ้นมาก บวมยุบลงชัดเจน! ตอนลืมตาแทบไม่เห็นเลยว่าผ่าตัดมา วันนั้นคุณหมอก็ตรวจอาการฟื้นตัว และทำเลเซอร์รอยแผลอะไรประมาณนั้นให้ด้วย

ตอนนี้ผ่านมานิดหน่อยกว่า 1 เดือนแล้ว และฉันพอใจมากค่ะ! บางครั้งพอเหนื่อยหรือสภาพร่างกายไม่ดี บวมก็จะโผล่ขึ้นมาอีกเหมือนกลับไปเป็นตาไส้กรอก แต่แค่รอไปค่ะทุกคน.. ถ้าไม่มีอาการปวดหรือสัญญาณอักเสบอะไรเป็นพิเศษ ก็น่าจะเป็นแค่บวมเฉยๆ ถ้ามีอาการผิดปกติอย่าลืมติดต่อโรงพยาบาลนะคะ! ตอนประมาณสัปดาห์ที่ 3... ถึงไม่ควร แต่ฉันเคยดื่มเหล้า ㅠ แล้วตั้งแต่วันถัดจากที่ดื่ม เส้นชั้นตาก็ค่อยๆ บวมขึ้น.. รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นตาไส้กรอกจนตกใจมาก ตั้งแต่นั้นฉันไม่ดื่มเหล้าอีกเลยㅜ โชคดีที่หลังจากนั้นบวมก็ค่อยๆ ยุบลงจนกลับมาปกติ.. ㅋㅋㅋㅋㅋㅋ ครบ 1 เดือนก็ไปตรวจอาการกับคุณหมอแล้ว และนัดตรวจครั้งต่อไปคืออีก 3 เดือนข้างหน้า คุณหมอบอกว่าหลังจากนี้บวมจะยุบลงได้อีกมาก ㅎㅎ ตอนนี้เส้นชั้นตายังเข้มอยู่! เรื่องนี้ก็คงต้องรออย่างเดียว ㅠㅠ เพราะรอยแผลจากการกรีดมันไม่ได้หายไปหมดตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แค่ต้องรอให้มันจางลง... ตอนผ่าตัดครั้งแรก กว่าเส้นจะจางลงได้บ้างก็ต้องรอถึงปีที่ 4-5 เลย ㅜㅜ ฉันเป็นพวกแผลหายช้า... ตอนนี้พอมองลงมาเส้นก็ยังดูเข้มอยู่บ้าง (และก็เพิ่งผ่านมาหนึ่งเดือนเอง) แต่ถึงอย่างนั้น!! ก็เป็นธรรมชาติกว่าและดูดีกว่าตอนก่อนเยอะมาก ㅎㅎ สิ่งที่ทำให้ฉันประทับใจที่สุดคือ ㅜㅜ ตอนมองลงหรือหลับตา เงารูปเลข 3 ที่เห็นจากด้านข้างหายไปแล้ว ㅜㅜㅜ!!! ส่วนที่นูนออกมาหายไป กลายเป็นแบนเรียบ นี่แหละที่ฉันทึ่งที่สุดจนชอบเอามือไปแตะอยู่เรื่อยๆ ㅋㅋㅋ รู้สึกได้ชัดว่าการยึดมันเบากว่าก่อนมาก เลยพอใจสุดๆ ㅜㅜ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหลุดแน่นอนนะ! ㅎ ถึงจะไม่ใช่แบบเย็บจุด แต่เป็นแบบกรีด... ต่อให้การยึดเบาก็ไม่น่าจะหลุดง่าย (แต่ก็แล้วแต่คนใช่ไหม?!) ถ้าสมมติว่าหลุดจริง ฉันก็ยังอยากให้ทำแบบยึดเบาอยู่ดี เพราะชั้นตาที่เข้มมันทำให้ฉันเครียดมากเหลือเกิน ㅜ

ทางโรงพยาบาลบอกว่าแต่งหน้าได้หมด แต่ฉันยังไม่ได้แต่งตา เพราะถ้าแตะหรือถูบริเวณแผลกรีดจะยังรู้สึกจี๊ดๆ เหมือนยังไม่หายสนิท เลยกลัวว่าจะอักเสบซ้ำ ก็เลยยังไม่ค่อยแต่งตา ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงไว้ก่อนค่ะ!

จริงๆ ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดราม่ามากอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว ฉันก็ไม่ได้ตัดสินใจผ่าตัดเพราะอยากได้การเปลี่ยนแปลงแบบชัดเว่อร์อยู่แล้ว จุดประสงค์ตั้งแต่แรกคือการแก้ปัญหา.. !  ถึงอย่างนั้น คนรอบตัวที่รู้ว่าฉันผ่าตัดก็บอกว่าตาดูธรรมชาติและสวยขึ้นเยอะ ส่วนฉันคิดว่าเป็นความต่างเล็กๆ ที่มีแต่ตัวเองที่รู้สึก แต่พอเอารูปเก่ามาดูก็เห็นชัดว่าต่างจริง..! ตัดสินใจทำครั้งนี้คือถูกแล้ว ㅎㅎ รู้สึกขอบคุณคุณหมอมากจริงๆ..ㅠㅠㅠ

ช่วงเวลาที่ต้องอยู่กับตาไส้กรอกมา 5 ปี เทียบกับเวลาที่ตัดสินใจผ่าตัดแก้ไขและออกแรงหาข้อมูลเอง เดินหาหลายที่เพื่อเลือกโรงพยาบาล ช่วงเวลานั้นแหละที่เครียดที่สุดจริงๆ !! ㅋㅋㅋ เลยเขียนบทความยาวขนาดนี้เพราะหวังว่าคนที่กำลังมีความกังวลแบบเดียวกับฉันจะได้ประโยชน์บ้าง... ㅜㅜ

สุดท้ายแล้วฉันพอใจกับผลลัพธ์มาก แต่แต่ละคนก็มีลักษณะผิว รูปร่างตา ฯลฯ แตกต่างกัน !! ดังนั้นยิ่งต้องระวังเรื่องการผ่าตัดแก้ไขมากขึ้น ก่อนอื่นควรเข้าใจคอมเพล็กซ์และปัญหาของตัวเองให้ดี ศึกษาวิธีผ่าตัดให้เยอะ ไปปรึกษาหลายที่ แล้วค่อยตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลและคุณหมอที่เรารู้สึกว่าไว้ใจและฝากตัวได้ นั่นน่าจะดีที่สุด ㅎㅎ สำหรับฉัน คนคนนั้นก็คือคุณหมอยาง! ไม่ว่ายังไง ฉันก็หวังว่าทุกคนที่กำลังกังวลเรื่องผลข้างเคียงหรือการผ่าตัดที่ผิดพลาดจะได้ผลลัพธ์ที่ดีนะคะ ขอบคุณที่อ่านบทความยาวๆ นี้ค่ะ~!

좋아요 14

ยังไม่มีความคิดเห็น