ผ่านมาจะครบ 1 ปีแล้วค่ะ พวกโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ ฉันพยายามทำในที่ถูกที่สุดเท่าที่ทำได้อยู่ค่ะ แต่ดูดไขมันนี่กลัวว่าถ้าไปที่ถูกๆ แล้วจะกลับมาเหมือนเดิมหรือหย่อนคล้อยไปหมด เกณฑ์ที่ฉันใช้หาโรงพยาบาลเลยคือที่ที่คนจีนไปกันเยอะค่ะ ㅋㅋㅋ คิดว่าที่ที่มีทัวร์ศัลยกรรมเยอะก็น่าจะดังในต่างประเทศด้วยไม่ใช่เหรอ แล้วถ้าช้ำหรือบวมมาก วันต่อไปก็ไปทำงานไม่ได้ เลยเลือกที่ที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด? ทำด้วยยานอนหลับ พอตื่นขึ้นมาหน้าก็เหมือนเล็กลงไปครึ่งหนึ่ง จนถึง 2 สัปดาห์แรก บริเวณที่ไขมันหายไปจะรู้สึกชาๆ เสียวๆ แต่พอเวลาผ่านไป ความรู้สึกก็กลับมา นอกจากรอยที่เหมือนมีเข็มเข้าไปแล้ว ก็ไม่มีรอยช้ำสักจุดและไม่บวม เลยติดแผ่นแปะสิวแล้วไปทำงานค่ะ แถมตอนนั้นยังเป็นบริษัทใหม่ด้วย เรื่องที่ไม่มีใครรู้เลยนี่ถือเป็นตำนานทางวิชาการจริงๆ พอดูรูปเก่าๆ แล้วตกใจมากจริงๆ.. ไขมันแก้มที่ไม่หายไปสักที ไม่ว่าจะฉีดโบท็อกซ์ ฉีดเสริมความงาม ฉีดปรับรูปหน้า หรือฉีดหน้าเรียวเท่าไหร่ ก็ยุบลงแบบนักแสดงเลย ตอนนี้ครบหนึ่งปีแล้วก็ยังเหมือนเดิมค่ะ มันดูเป็นธรรมชาติขึ้นนิดหน่อย แต่เขาบอกว่าเดิมทีก็เป็นเรื่องปกติค่ะ บอกว่าไขมันที่เหลือจะไปหาพื้นที่ไขมันที่ว่างอยู่ แม้นอนเล่นมือถือก็ไม่มีอะไรนอกจากหนังบริเวณเหนียง และถ่ายด้วยกล้องปกติก็ยังดูหน้าเรียวค่ะ ต้องใส่สายรัดหน้านอน 1 สัปดาห์เลยไม่สะดวก แต่เพราะไม่เจ็บเลย ก็พอใจ 200% ค่ะ ตอนนั้นจ่ายแบบผ่อน แต่ไม่เสียดายเงินเลยสักนิด หลังดูดไขมัน เขาบอกว่าจะทำลิฟติ้งอะไรสักอย่างที่มีแต่ผู้อำนวยการทำ? เพื่อให้ผิวติดแน่นไม่หย่อนคล้อย เลยอาจเป็นเพราะแบบนั้นที่ถึงตอนนี้ยังไม่หย่อน ต่อไปจะลองรับนวดกดจุดใบหน้า แล้วก็ลอง Skin Botox อะไรแบบนี้ด้วย ;-) อย่างว่าแหละ ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ…
ถูกใจ 6