โพสต์

รีวิวศัลยกรรมหน้าอก

รีวิวปรึกษาศัลยกรรมหน้าอก !!

สวัสดีค่ะ พอดีลองดูแล้ว เหมือนรีวิวของคนที่ทำไปแล้วจะมีเยอะ แต่รีวิวแบบ “ปรึกษา” ยังไม่ค่อยมีเท่าไหร่ เลยลองมาเขียนรีวิวการปรึกษาดูค่ะ!

(ตอนนี้อยู่ช่วง 3 สัปดาห์หลังทำศัลยกรรมหน้าอก~)

จะเขียนค่อนข้างละเอียดหน่อย เผื่อไว้ให้เพื่อนหรือคนรู้จักดูในอนาคต.. หวังว่าคนที่อ่านก็จะได้ประโยชน์นะคะ ^^

(ช่วงระหว่างเขียนก็นึกอะไรได้ก็พิมพ์ไปเลย เลยมีสไตล์การพูดปน ๆ แบบ ~임 ด้วย ยังไงขออภัยด้วยนะคะ!)

#1. เหตุผลที่ตัดสินใจทำศัลยกรรมหน้าอก

อายุฉันก็สามสิบแล้ว,, เป็นคนผอมมาก และหน้าอกก็แทบจะติดตัวแบบปุ๊บปั๊บเลยค่ะ (80A) แต่เอาจริง ๆ ตลอดชีวิตก็ไม่เคยคิดจะทำศัลยกรรมหน้าอกเลย

ฉันไม่เคยทำศัลยกรรมแม้แต่จุดเดียว.. คิดว่ามันเป็นเรื่องของโลกอีกใบที่ไม่เกี่ยวกับฉันเลย

แต่เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เพื่อนสนิทมาก ๆ คนหนึ่งไปทำศัลยกรรมหน้าอก แล้วตอนที่ได้ฟังตั้งแต่ขั้นตอนปรึกษาไปจนถึงการผ่าตัดครบทุกอย่าง รู้สึกเริ่มใจอ่อนนิด ๆ..

ตอนนี้ประมาณ 3 เดือนแล้วนะคะ รูปร่างเปลี่ยนแบบ ว้าว.. จากคัพ AA ขยับไป C cup แล้ว พูดตรง ๆ ว่าแม้จะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมองแค่หน้าอกกับรูปร่างตลอดเลย รู้สึกแบบนั้นจริง ๆ

แล้วพอดูทรงหน้าอก อ้าว ทำไมมันธรรมชาติมากเลยล่ะ??

ฉันคิดว่าเวลาผ่าตัดต้องมีความไม่ธรรมชาติแบบเหมือนเอาถ้วยชามคว่ำวางไว้แน่ ๆ.. แต่พูดตรง ๆ คือถ้าไม่บอกว่าเคยผ่าตัด ก็น่าจะดูไม่ออกในระดับนั้นเลย;;

ตอนนั้นก็คิดว่า ว้าว.. เดี๋ยวนี้ศัลยกรรมหน้าอกสุดยอดจริง ๆ พอคิดแบบนั้นไปด้วย..

ช่วงหลัง ๆ ฉันเริ่มเล่นโยคะค่ะ

เพื่อนเอาชุดโยคะที่ตัวเองเคยใส่สมัยก่อนมาให้ บอกว่าตอนนี้ใส่ไม่ได้แล้ว

พอกลับบ้านแล้วลองใส่ทันที ภาพที่เห็นทำให้ช็อกทางสายตา...

มันเหมือนร่างเด็กประถมชัด ๆ เลย เพราะแผ่นเสริมก็บางมาก เลยเห็นหน้าอกที่ไม่มีอะไรเลยแบบชัดแจ้ง เหมือนเด็กประถมใส่ชุดว่ายน้ำยังไงยังงั้น..

แล้วตอนที่ไปเรียนโยคะ ผู้หญิงคนอื่น ๆ ก็... ถึงจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็มีพื้นฐานกันพอสมควรทุกคนเลยนะคะ

เวลาเข้าส่าทำท่าทีไรก็เห็นเนินอกกันแทบตลอด.. ของฉันนี่ไม่มีแม้แต่เนินเลย

พอเห็นเพื่อนคนแรกที่ทำหน้าอกแล้วรูปร่างดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และพอไปช็อกจากโยคะเป็นคนที่สอง..

ก็เลยคิดว่า เอาแค่ไปปรึกษาดูก่อนไหม..? แล้วก็จองปรึกษาที่คลินิกเดียวกับที่เพื่อนไปทำเลยค่ะ

#2. เลือกคลินิกปรึกษาศัลยกรรมหน้าอกยังไง?

พูดตามตรง.. ฉันไม่ได้ไปปรึกษาหลายที่นะคะ

เพราะเพื่อนที่ทำหน้าอกไปเป็นคนแบบ ESTJ ที่ละเอียดมากกกกกกกก ค้นข้อมูลเกี่ยวกับศัลยกรรมหน้าอกทุกอย่าง ทั้งรีวิว กลุ่มแชต Open Chat ยูทูบ ฯลฯ

เพื่อนคนนั้นคัดแล้วคัดอีก จนไปปรึกษา 3 ที่ที่คัดมาเป็นพิเศษ แล้วก็จองปรึกษาที่ ㄷㅌ ซึ่งเป็นที่ที่ตัดสินใจจะทำทันทีเลย

ฉันเองก็ขี้เกียจหาข้อมูลเยอะด้วย... แล้วก็เชื่อในความละเอียดของเพื่อนกับผลลัพธ์ที่ออกมาสวยและเป็นธรรมชาติ(!).. เลยเลือกคลินิกอย่างสบายใจ!

อีกอย่าง มันก็แค่ไปปรึกษาเฉย ๆ นี่นา.. ถ้าไปแล้วรู้สึกไม่ดี หรือคิดว่า โอ๊ย จะต้องเสียเงินขนาดนี้จริงเหรอ.. ถ้ามีความรู้สึกแบบนั้นแม้แต่นิดเดียว ก็ว่าจะไม่ทำค่ะ

เขาบอกว่าพอไปแล้วจะมีอะไรแบบจำลองให้ดูรูปหน้าอกหลังทำด้วย ฉันก็เลยอยากไปลองดูสักครั้งอยู่ดี เพราะสนใจตรงนั้นด้วย

ยังไงก็ตาม สรุปแล้วก็คือเลือกคลินิกที่จะไปปรึกษาได้แล้ว!!

#3. ขั้นตอนการปรึกษา

รอบที่ 1 - ปรึกษากับผู้จัดการเคส

พอจองคิวแล้วไปถึง ก็ไม่ได้รอนานอะไร กรอกข้อมูลส่วนตัวในแท็บเล็ต แล้วก็ได้ปรึกษารอบแรกกับผู้จัดการเคสเลยค่ะ

โดยรวมก็ฟังแค่ประเภทของซิลิโคน เช่น Mentor, Motiva, Sebbin ฯลฯ แล้วตอนนั้นฉันรู้อยู่แค่ว่าเพื่อนเคยพูดอะไรสักอย่างเกี่ยวกับ Mentor ว่าดี~~ ประมาณนั้นเอง

แต่ตอนที่ผู้จัดการเคสตอบทุกคำถามที่สงสัยให้หมดเลย (เรื่องสัมผัสของซิลิโคน, ทรงจะดูเป็นธรรมชาติไหม, ควรวางใต้กล้ามเนื้อสองชั้นหรือใต้พังผืดดี ฯลฯ?) ทำให้รู้สึกเชื่อถือขึ้นมาก

ด้านหน้ามีซิลิโคนหลายแบบวางให้ดูด้วย เลยได้จับลองด้วยตัวเอง!! (เขาบอกว่าซิลิโคนสมัยนี้ไม่แตกแน่นอน แถมให้นมลูกได้อย่างไม่มีปัญหา)

แล้วที่รู้สึกแปลกใจมากคือ.. ผู้จัดการเคสเองก็เคยทำศัลยกรรมหน้าอกจากโรงพยาบาลที่ตัวเองทำงานอยู่ด้วย

แถมผู้จัดการเคสยังเล่นโยคะด้วยเหรอ??? (ตั้งใจมากถึงขั้นเรียนหลักสูตรผู้สอนโยคะเลย!)

เธอเล่าเรื่องประสบการณ์ของตัวเองอย่างใจดีมาก ทั้งกระบวนการที่กังวลเรื่องศัลยกรรมหน้าอกมาตั้งแต่มัธยมปลายเป็นเวลากว่า 5 ปี แล้วสุดท้ายถึงตัดสินใจทำ รวมถึงเหตุผลที่เลือกทำที่โรงพยาบาลนี้ด้วย.. (บอกว่าหมอเป็นคนที่ดูเหมือนรู้จักแต่หน้าอก(?) เป็นคนที่จริงจังกับเรื่องหน้าอกมากจริง ๆ)

ตอนฟังเรื่องพวกนี้ก็ทั้งแปลกใจ.... ทั้งรู้สึกเหมือนชะตาลิขิตเลยด้วย และก็หวั่นไหวมาก แต่ก็ยังคิดว่า เอ๊ะ แต่ตอนนี้ยังไม่แน่ใจอยู่ดี.. เลยยังมีอารมณ์ก้ำกึ่งอยู่นิด ๆ

แล้วก็มาถึงการปรึกษากับคุณหมออีจุนอุคที่รอคอย...

รอบที่ 2 - ปรึกษากับคุณหมอ

ห้องปรึกษาของคุณหมอเป็นห้องที่ค่อนข้างมีมิติ พื้นที่ดูโปร่งดี มีหน้าจอเต็มผนังด้านหนึ่งแบบสุด ๆ~~~

แล้วก็มีซิลิโคนหลายขนาดและหลายชนิดวางอยู่ด้วย

จากนั้นก็ต้องเปิดหน้าอกให้คุณหมอดู......

แรก ๆ ก็เขินอยู่บ้าง แต่ก็คิดว่า นอกจากฉันแล้ว ท่านก็คงเคยเห็นหน้าอกมาเป็นพัน ๆ คนแล้วมั้ง.. เลยให้ดูไป

สายตาของท่านดูเหมือนช่างฝีมือจริง ๆ ตอนวัดรอบหน้าอก รอบใต้หน้าอก รอบเอว และรอบสะโพกทั้งหมด

แรก ๆ ก็แอบคิดว่า แล้วทำไมต้องวัดอย่างอื่นนอกจากหน้าอกด้วยล่ะ...? แต่พอฟังแล้ว ท่านบอกว่าตัวท่านจะดูสมดุลรวมระหว่างหน้าอก เอว และสะโพก และมุ่งเน้นขนาดที่กลมกลืนกันค่ะ

แน่นอนว่าก็มีคนที่ต้องการ “ใหญ่ไว้ก่อน!!!!” อยู่เหมือนกัน และสำหรับคนแบบนั้น ท่านก็บอกว่าจะพยายามเกลี้ยกล่อมก่อน แต่ถ้ายังยืนยันว่าต้องการจริง ๆ ก็จะทำตามความต้องการนั้นให้

แต่ฉันเองก็อยากให้ใหญ่ขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ!!!!! ให้เหมือนหน้าอกของตัวเองเหมือนเพื่อนค่ะ และเพราะคุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญ ก็น่าจะรู้อยู่แล้ว~ เลยพูดไปว่า 'ช่วยแนะนำขนาดที่ดูสวยแบบเป็นธรรมชาติให้หน่อยค่ะ'

ขนาดที่คุณหมอแนะนำคือ 'B cup เต็ม' ค่ะ

แต่พูดตามตรง พอฟังแล้วก็คิดว่า 'ไหน ๆ ก็ผ่าตัดแล้ว B เต็มมันจะเล็กไปไหม..' ตอนนี้ถ้าดูจากการวัดของ Venus ก็ยังเป็น 75B อยู่เลยนี่นา..

คุณหมอแนะนำซิลิโคนรุ่น 'Sebbin Integrity' ค่ะ

แล้วก็ให้ลองจับซิลิโคนด้วย ซึ่งเอ๊ะ มันค่อนข้างแน่น..? นะคะ

ฉันก็เลยถามว่า ซิลิโคนที่นิ่ม ๆ แบบนี้จะไม่ดูออกเหรอคะ?

คุณหมอบอกว่า ต้องใช้ซิลิโคนที่เหมาะกับเนื้อของแต่ละคนถึงจะเป็นธรรมชาติและไม่ค่อยดูออก เพราะเนื้อฉันค่อนข้างแน่น เลยแนะนำ Sebbin ค่ะ

และท่านก็อธิบายว่า,

ถ้าผิวด้านนอกมีความยืดหยุ่นแต่ค่อนข้างแน่น แต่ข้างในกลับนิ่มมาก~ แบบนั้นแหละถึงจะยิ่งดูไม่ธรรมชาติ

พออธิบายแบบนั้นก็เข้าใจทันที..

ส่วนแผลผ่าตัด ฉันเลือกแบบกรีดใต้ราวนม เพราะอนาคตฉันจะเล่นโยคะด้วย และก็จะใส่เสื้อกล้ามด้วย

แผลใต้ราวนมคงไม่มีโอกาสให้ใครเห็นอยู่แล้ว!

ส่วนตำแหน่งใส่ซิลิโคน มีทั้งใต้พังผืดกับแบบสองชั้น แต่คุณหมอบอกว่าใต้พังผืดอาจฟื้นตัวเร็วกว่าและอะไรทำนองนั้น แต่ฉันผอมมาก ถ้าเลือกใต้พังผืดก็น่าจะดูออก และมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงอย่างพังผืดหดรัดตัวมากขึ้นด้วย

เลยแนะนำให้ใช้แบบสองชั้นค่ะ

พูดตามตรง ฉันเคยคิดว่า 'ไหน ๆ ก็ผ่าตัดทั้งที ขนาด B เต็มมันจะน่าเสียดายไปไหม..'

แต่คุณหมอบอกว่าให้ลองดูความรู้สึกจริงของขนาดหน้าอกที่ท่านแนะนำก่อน

ท่านบอกผู้จัดการเคสว่า ใส่ซิลิโคน 275cc ข้างซ้าย และ 310cc ข้างขวา แล้วก็ให้ชุดชั้นในเฉพาะกับซิลิโคนพวกนั้นมาลองใส่ด้วย

(เขาบอกว่าหน้าอกของแต่ละคนไม่เท่ากันนิดหน่อย จึงต้องใช้ขนาดต่างกันเพื่อปรับให้สมดุลค่ะ)

พอใส่ชุดชั้นในนั้นแล้วมองกระจกเต็มตัว โอ้โห..............

พูดตรง ๆ ตอนนั้นความตั้งใจจะทำศัลยกรรมพุ่งขึ้นแบบสุด ๆ เลยค่ะ

พอฉันเห็นตัวเองในกระจกที่มีขนาดนั้น รูปร่างมันดูสวยมากจริง ๆ

ฉันผอมมากจริง ๆ และก็สูงด้วย แต่พอมีสัดส่วนระดับนั้นกับร่างกายแบบนั้น มันดูมีวอลลุ่มและเป็นธรรมชาติมาก

จากนั้นก็ยังอยู่ในอาการมึน ๆ แล้วคุณหมอก็ฉายภาพจำลองจริงบนหน้าจอผนังที่เต็มทั้งด้านนั้นให้ดูด้วย

คือสามารถดูภาพ “หน้าอกจริง” ตอนที่ขนาดหน้าอกตอนนี้กลายเป็นขนาดที่คุณหมอแนะนำได้ผ่านการจำลองเลย!!

ตอนดูแล้วก็ยิ่งอยากทำอีก..

ท่านเอารูปก่อน/หลังของคนอื่นที่มีขนาดใกล้เคียงกับฉันมาให้ดูด้วย มันสวยและเป็นธรรมชาติมากจริง ๆ

แผลกรีดใต้ราวนมก็เป็นแบบกรีดเล็กอยู่แล้ว (บอกว่ากรีดแค่ 2.5 ซม.) แล้วทางคลินิกยังดูแลต่อด้วยเลเซอร์ลดรอยแผลหลังผ่าตัดให้หมดเลย ทำให้รู้สึกอุ่นใจมาก

พอดูภาพก่อน/หลังของคนที่ทำจริงแล้ว รอยแผลใต้ราวนมแทบมองไม่เห็นเลย

แล้วสิ่งที่ดีของ ㄷㅌ คือมีแบบ 'ไฮบริด' ด้วย คือทำทั้งฉีดไขมันและใส่ซิลิโคนพร้อมกัน

สำหรับคนผอมแบบฉัน ถ้าใส่แค่ซิลิโคน หน้าอกอาจดูแผ่ออกนิดหน่อย และตรงกลางหน้าอกก็จะกลวงเหมือนมีทางด่วนตัดผ่าน แถมระยะห่างระหว่างหน้าอกจะกว้างเลยดูออกง่าย

เขาบอกว่าจะเอาช่องว่างตรงนั้นและส่วนบนของหน้าอกที่ยังว่างอยู่ มาเติมด้วยไขมันจากตัวฉันเอง!! เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติขึ้น

พอดูผลก่อน/หลังของการฉีดไขมันจริง ๆ ก็เห็นความต่างชัดมาก และดูเป็นธรรมชาติกว่ามากด้วย

แต่ฉันผอมมาก แล้วจะไปเอาไขมันจากตรงไหนล่ะ..? เขาบอกว่าจะเอาจากต้นขาค่ะ

ฉันก็ถามว่า ถ้าดูดไขมันต้นขาออกเยอะมากแล้วขาจะดูแย่จะทำยังไง.. เขาบอกว่าไม่ได้เอาออกเยอะขนาดนั้น แต่จะเป็นลักษณะเก็บไขมันส่วนเกินให้เรียบขึ้นมากกว่า

(แต่ถ้าเอาออกเยอะ ๆ สำหรับคนที่มีเนื้อเยอะหน่อยก็น่าจะดีเหมือนกันนะคะ.. หน้าอกใหญ่ขึ้น แถมต้นขากับต้นแขนก็เล็กลงด้วย)

ฟังเรื่องขนาด ซิลิโคน ตำแหน่งกรีด การฉีดไขมัน และเรื่องอื่น ๆ ครบแล้ว.. พอเห็นภาพหลังทำของตัวเองผ่านการจำลองก็ยิ่งตัดสินใจอยากทำแบบเต็ม ๆ.. ชอบมากจริง ๆ.. คุณหมออีจุนอุคนี่ความน่าเชื่อถืออันดับหนึ่งเลย...!!!!

หลังจากนั้นก็มีคุยราคากับผู้จัดการเคสด้วย แต่ในหัวตัดสินใจจะทำไปเรียบร้อยแล้ว เลยวางมัดจำจองคิวออกมาเลยค่ะ

ตอนแรกแค่ช่วงปรึกษารอบแรกกับผู้จัดการเคสก็ยังคิดว่า อย่างน้อยจะไปปรึกษาอีกสัก 2 ที่ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ.. แต่พอมาเจอที่นี่กลับรู้สึกว่า ที่นี่แหละคือที่สุด.. แถมเพื่อนที่ละเอียดแบบสุดโต่งคนนั้นก็ทำที่นี่เหมือนกันด้วย

----

ยังไงก็ตาม ก็เป็นการเล่าประสบการณ์ปรึกษาศัลยกรรมหน้าอกแบบค่อนข้างไม่มีลำดับนะคะ..

ครั้งหน้าจะเอารีวิววันที่ผ่าตัดจริงกับรีวิวครบ 1 สัปดาห์หลังผ่าตัดมาฝากนะคะ~~

ดูบน sungyesa

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้