โพสต์

รีวิวโบท็อกซ์

2 เดือน 2 สัปดาห์หลังผ่าตัดยกหน้าผากลดขนาด และเอาแท่งเสริมหน้าผากออก

ก่อน <ก่อนผ่าตัด> ก่อน <ก่อนผ่าตัด> ก่อน <ตอนผ่านมานิดหน่อยกว่า 1 เดือน> ก่อน <วันที่ 42> ก่อน <2 เดือน 2 สัปดาห์ (ปัจจุบัน)> ก่อน <2 เดือน 2 สัปดาห์ (ปัจจุบัน)>ตอนนี้ความเป็นธรรมชาติคือกระแสหลักแน่นอน.. แต่สมัยฉันอายุยี่สิบต้น ๆ หน้าผากที่ดูอิ่มนูนชัด ๆ กลับค่อนข้างฮิตเลย

ฉันเลยใส่แท่งเสริมหน้าผากเพื่อความสวยงาม เพราะอยากได้แนวหน้าที่ดูดีขึ้น และหลังจากนั้นแม้จะไม่พอใจ 100% แต่ก็อยู่กับมันแบบค่อนข้างพอใจมานานครบ 10 ปีพอดี

แต่พอเวลาผ่านไป ฉันเริ่มเห็นรูปทรงเปลี่ยนไปเล็กน้อย ถึงจะไม่ได้มีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่เมื่อเทรนด์ความงามเปลี่ยนไป และพอทรงที่กลมเกินไปทำให้ภาพลักษณ์ดูเข้มขึ้น ฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าควรถอดแท่งเสริมออก

ปกติคนที่ไปเอาฟิลเลอร์ออกหรือเอาแท่งเสริมออกเหมือนจะมีผลข้างเคียงเยอะมากใช่ไหม? แต่ของฉันไม่ใช่แบบนั้น ไม่ได้มีอาการอย่างเลือดคั่งหรือน้ำคั่งที่หน้าผาก หรืออาการเป็นปุ่มเป็นก้อนอะไรทำนองนั้น เหตุผลใหญ่ที่สุดที่อยากเอาออกคือ พออายุมากขึ้นหน้าผากก็กว้างขึ้น อีกทั้งแนวที่ไม่เป็นธรรมชาติจากแท่งเสริม และตาก็เหมือนถูกดึงขึ้นด้วยหน้าผากจนรู้สึกไม่สบายหลายอย่าง

คนที่กำลังหาข้อมูลเรื่องเอาแท่งเสริมออกคงรู้กันอยู่แล้วว่าตรง ๆ คือโรงพยาบาลที่เน้นเอาออกโดยเฉพาะมีไม่เยอะ แถมราคาก็แรงจริง ๆ... เทียบกับการผ่าตัดอื่นก็ถือว่าแพง แถมยังกังวลว่าผ่าตัดจะออกมาดีไหมเลยหาข้อมูลเยอะมาก

โรงพยาบาลที่ฉันผ่าตัดนั้น คุณหมอเจ้าของโรงพยาบาลมีชื่อเสียงเรื่องการยกกระชับอยู่แล้ว และยังถูกพูดถึงเรื่องเอาฟิลเลอร์กับเอาแท่งเสริมออกด้วย เลยตอนแรกฉันไม่ได้สนใจการยกหน้าผากมากนัก แต่พอคุยกับคุณหมอแล้ว ท่านบอกว่าอาการตาอึดอัดและหน้าผากย่นอาจเป็นอาการที่เกิดจากแท่งเสริมที่ทรุดลงได้ ^^

ดูจากตาตอนก่อนผ่าตัดก็จะเข้าใจเลย ตาฉันค่อนข้างโตแต่กลับดูอึดอัด.. แนวตาก็ดูแคบมาก ระยะห่างระหว่างคิ้วก็ดูแคบด้วย คุณหมอบอกว่าเรื่องนี้ปรับดีขึ้นได้ด้วยการยกหน้าผาก.. เลยหลังจากคิดอยู่นานก็เลยตัดสินใจทำ

ได้ยินว่าพอยกหน้าผากแล้วความยาวของหน้าผากอาจกว้างขึ้นได้ พอจะทำอยู่แล้วก็เลยทำลดขนาดไปด้วย..

ดูจากรูปจะเห็นเลยว่าพอถึงช่วง 2 เดือน 2 สัปดาห์ อาการบวมยุบลงเยอะมากแล้ว~ จริง ๆ ฉันคิดว่าการยกหน้าผากเป็นหนึ่งในหัตถการที่ต้องมองระยะยาวพอสมควร เป็นการผ่าตัดที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด ดังนั้นฉันอยากให้คนที่ยังอายุน้อยมาก ๆ อย่างช่วงต้นยี่สิบหรือกลางยี่สิบคิดให้รอบคอบกว่านี้หน่อย ^^

ก่อนอื่นขอพูดสั้น ๆ ถึงอาการข้างเคียงที่ฉันเจอ

ปวดหัว / ไม่มีความรู้สึก / หนังศีรษะเสียวซ่า / หน้าผากเป็นปุ่มเป็นก้อน / แสบตา..

อย่างแรกคือปวดหัวรุนแรงมากกกกกกก ฉันนึกว่าผ่าตัดพลาดไปแล้วจริง ๆ.. อยู่ได้นานพอสมควร.. เขาบอกว่าเพราะไม่ได้แค่ดึงผิว แต่ยังยกทั้งกล้ามเนื้อและอย่างอื่นขึ้นไปพร้อมกัน เลยมีอาการเจ็บเป็นเรื่องปกติ.. ฉันถึงกับโทรหาผู้จัดการทั้งน้ำตาเลย...

ส่วนการลดขนาดหน้าผากนั้น ความเจ็บไม่ได้รุนแรงมาก แต่เพราะแผลกรีดค่อนข้างใหญ่ เลยต้องดูแลแผลเป็นให้ดี เขาบอกว่าจะหลบตำแหน่งรูขุมขนที่เส้นผมขึ้นอยู่ให้ดี ก็เลยสบายใจขึ้นหน่อย แต่พอแผลกรีดใหญ่กว่าที่คิดก็เลยตกใจเหมือนกัน ตอนนี้แทบไม่เห็นแล้ว.. แค่ผมยังขึ้นปิดแนวแผลไม่ค่อยมากเท่าไหร่ ^^~~

เอาเป็นว่าฉันอยากเขียนให้ดูมีคลาสหน่อยแต่กลับวกวนไปหมด ~~ สุดท้ายขอแนบรูปก่อน/หลังเพิ่มนะ! ในโรงพยาบาลมีระบุไว้แล้ว แต่ถ้ามีอะไรอยากรู้อีกก็ส่งข้อความหรือคอมเมนต์มาได้เลยนะ ^^

จะบันทึกรีวิวนี้ไหม +0

รีวิวนี้เป็นรีวิวหลังผ่าตัดที่มุ่งเน้นความเป็นธรรมชาติ

ดูบน sungyesa

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้