ผ่าตัดประมาณเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วค่ะ เดิมทีคางร่น เลยใช้ชีวิตด้วยการฉีดฟิลเลอร์ปลายคางมาตลอด! เครียดเพราะหน้าดูใหญ่และมีเหลี่ยมมุม หลังจากปรึกษาแล้ว หมอบอกว่าโหนกแก้มไม่ได้ใหญ่มาก จึงแนะนำให้ทำกรามเหลี่ยมกับผ่าตัดเลื่อนปลายคางไปข้างหน้า เลยตัดสินใจทำค่ะ คางร่นดีขึ้นแล้ว และเพราะคุณหมอเน้นความเป็นธรรมชาติมาก ความยาวและขนาดคางโดยรวมเลยไม่ได้ลดลงแบบเห็นชัด คางร่นดีขึ้นก็จริง แต่ก็ยังเสียดายว่า ถ้าตัดความยาวคางกับกรามเหลี่ยมออกมากกว่านี้อีกหน่อย.. ถ้าลดให้มากขึ้นแม้แค่นิดเดียว ความลำบากจากการผ่าตัดกับค่าใช้จ่ายคงไม่รู้สึกเสียดายขนาดนี้.. อีกด้านหนึ่ง ก็คิดว่าดีกว่าไปโรงพยาบาลอื่นแล้วโดนเหลาเยอะเกินไปจนคางดูแปลก ผิวหย่อน และดูออกว่าทำมา แค่ถ้าลดลงอีกนิดเดียวจริงๆ ก็คงพอใจแล้วค่ะ.. หลังผ่าตัดเพราะแทบไม่เปลี่ยน เลยร้องไห้ที่โรงพยาบาลแล้วปรึกษาใหม่ คุณหมอบอกว่าประมาณ 6 เดือนผ่านไปจะช่วยแก้สิ่งที่ต้องการให้ และยังบอกว่าจะดูดไขมันที่คางแล้วปลูกถ่ายไปยังส่วนเว้าโค้งบริเวณโหนกแก้มให้ด้วย.. แต่ตอนนี้ไม่อยากผ่าตัดหน้าแล้วㅠ และถ้าปลูกถ่ายไขมันก็มีสิ่งที่ต้องเสียไปด้วย เลยไม่ได้ไปค่ะ.. ถึงอย่างนั้นคุณหมอก็มีความรับผิดชอบ และในขณะที่มีโรงพยาบาลแย่ๆ ที่มองแต่เงินเยอะ คลินิกนั้นเน้นความปลอดภัยจริง และความรับผิดชอบของคุณหมอดีมากค่ะ.. หน้าฉันไม่ได้เป็นแบบกรามเหลี่ยมหนักๆ หรือมีความขรุขระของใบหน้าหนักๆ! แค่เมื่อเทียบกับรูปร่างแล้วหัวกับหน้าค่อนข้างใหญ่ เลยทำผ่าตัดเพราะอยากเห็นผลแม้เพียงเล็กน้อย แม้คนอื่นจะไม่ได้สังเกตหรือบอกว่าสวยขึ้น แต่คางร่นดีขึ้นก็จะพยายามพอใจค่ะ.. แต่พอไว้ผมยาวแล้วเปลี่ยนบรรยากาศ กลับได้ยินคนบอกว่าสวยขึ้นเยอะเลยㅋㅋㅋ เป็นความคิดส่วนตัวนะคะ แต่ถึงหน้าจะเล็กลง ถ้าหย่อนคล้อยก็ดูไม่สวยและดูแก่ใช่ไหมคะ สำหรับคนที่หน้าไม่ได้ใหญ่มากหรือโครงหน้าไม่ได้มีเหลี่ยมมุมรุนแรง ฉันคิดว่าอาจจะดีกว่าถ้าใช้เงินกับหัตถการยกกระชับหรือผิวค่ะㅎㅎ กลับกัน แบบนั้นได้ยินคำว่าสวยขึ้นบ่อยกว่ามากๆ และพอใจกว่าค่ะㅠ....
ถูกใจ 5