โพสต์

รีวิวศัลยกรรมกราม@jaw-review

รีวิวสด ๆ ร้อน ๆ หลังผ่าตัดสองขากรรไกร

ฉันคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่ใกล้จะผ่าตัด หรือคนที่เพิ่งผ่าตัดเสร็จ มากกว่าคนที่กำลังวางแผนผ่าตัดค่ะ ขอเล่าไว้เป็นข้อมูลว่า ฉันผ่าตัดที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยค่ะ

ฉันเข้าโรงพยาบาลวันก่อนผ่าตัด ทั้งวันกินของอร่อยและคุยกับผู้ดูแล แล้ววันถัดมาก็เข้าไปแบบพูดเล่นกับคนที่เข็นวีลแชร์ให้ และนอนลงบนเตียงผ่าตัด ตอนที่ยังพูดได้ กินได้ และหัวเราะได้ ให้ทำไว้เยอะ ๆ นะคะㅎㅎ

วันผ่าตัดแทบไม่บวมเลยค่ะ อยู่ในสภาพที่ต่อถุงระบายเลือด สายน้ำเกลือ และสายสวนปัสสาวะ เพราะเขาให้ยาแก้ปวด สเตียรอยด์ และอะไรบางอย่างผ่านสายน้ำเกลือ เลยไม่รู้สึกว่าเจ็บเลย หลังฤทธิ์ยาสลบหมดก็จำได้แค่ว่านอนหลับสนิท วัดความดัน แล้วก็นอนต่อค่ะ

ช่วงวันที่ 1 ถึงวันที่ 4 หลังผ่าตัด ใบหน้าบวมขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ นอกจากบางครั้งตอนเช้ามืดคัดจมูกจนหลับไม่ได้ ก็ไม่มีอะไรผิดปกติเป็นพิเศษ ฉันรู้สึกจริง ๆ ว่าดีมากที่เอาหมอนรองคอมา เพราะช่วยล็อกศีรษะไว้ เลยสบายขึ้นมาก จริง ๆ ในห้องพักผู้ป่วยมีเครื่องดูดอยู่ แต่พยาบาลดูยุ่งมากจนเหมือนจะทำให้ลำบาก ฉันเข้าใจได้เลยไม่บ่น แค่ใส่น้ำเกลือเข้าจมูกแล้วล้างโพรงไซนัสเองค่ะ ประมาณวันที่ 4 คุณหมอเจ้าของไข้จะมาดูดให้ประมาณวันละครั้ง เห็นว่าบางคนมีปัญหาเรื่องการสบฟัน แต่กรณีของฉัน การจัดฟันก่อนผ่าตัดประมาณ 1 ปีและการผ่าตัดผ่านไปด้วยดีทั้งหมด เลยไม่มีปัญหาเลยค่ะ

จนถึงประมาณวันที่ 7 ถ้าก้มศีรษะหรือเดินไปมาเร็วหน่อย เลือดกำเดาจะออกแน่นอนค่ะ แต่ความดีใจที่ได้ออกจากโรงพยาบาลมากกว่าㅎㅎ ตัวการผ่าตัดเองไม่มีปัญหา แต่สภาพจิตใจตกลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ค่ะ หน้าก็บวม รู้สึกในปากตึง ๆ อยากกินอาหารอร่อย ๆ แต่พูดไม่ได้ ช่วงนั้นความมั่นใจลดลงมากและรู้สึกซึมเศร้า ครอบครัวช่วยสนับสนุน ทั้งพาออกไปเดินเล่น ทำให้หัวเราะ และให้กำลังใจ เลยผ่านไปได้อย่างราบรื่นค่ะ เป็นช่วงที่ค่อย ๆ หยุดยาแก้ปวดกับยาปฏิชีวนะที่โรงพยาบาลสั่งให้ เลยมีอาการปวดหัวนิดหน่อย ความรู้สึกเหมือนมีแรงกดในปากตลอดทั้งวันแรงขึ้นค่ะ อีกทั้งรอบจมูกบวม ทำให้จมูกอุดตันแน่นเหมือนเป็นไซนัสอักเสบ และบางครั้งได้ยินเสียงน้ำในหู แต่ไม่นานอาการนี้ก็ผ่านไปค่ะ ยังคงใส่แผ่นที่ช่วยจับการสบฟันไว้ ไม่รู้เรียกว่าเวเฟอร์หรือสปลินต์อะไรสักอย่าง พร้อมกับยางรัดค่ะ

จนถึงประมาณวันที่ 11 เวลากลั้วปากจะมีเสมหะ? น้ำมูก? ที่ปนเลือดกำเดาออกมาเยอะค่ะ ฉันกลั้วปากด้วยน้ำบ่อย ๆ เช็ดล้างด้วยแปรงสีฟัน (แปรงที่ได้จากโรงพยาบาลแข็งและใหญ่เกินไป เลยใช้แปรงผ่าตัด Curaden แบบนุ่ม แปรง CS1006 หัวเล็ก และที่ทำความสะอาดลิ้นจาก Daiso แยกต่างหาก) กับน้ำบ่อย ๆ แล้วเจือจาง Hexamedine กับน้ำในอัตรา 1:1 กลั้วปากวันละ 3 ครั้ง ที่บ้านมี Waterpik (เครื่องทำความสะอาดช่องปาก) แบบต่อกับอ่างล้างหน้าและปรับแรงดันน้ำได้ พอปรับแรงดันให้อ่อนแล้วล้างในปากเบา ๆ ก็สดชื่นขึ้นมากค่ะ อาการบวมเริ่มลดลงนิดหน่อย คางสองชั้นลดลง เมื่อบวมลดลงและอาการคัดจมูกลดลงเองตามธรรมชาติ ก็ไม่ค่อยกังวลแล้วค่ะ เริ่มนอนได้ใกล้เคียงกับการนอนราบมากขึ้น เวลา eating ข้าวจะถอดยางออกหนึ่งคู่ ตอนนั้นพูดยังไม่คล่อง แต่ยังไงก็พูดได้พอให้อีกฝ่ายเข้าใจ ถึงจะพูดได้ไม่มาก แต่ก็ดีใจที่พูดได้ค่ะ

ตอนนี้เป็นวันที่ 16 แล้วค่ะ อาการบวมยังลดลงเรื่อย ๆ และเริ่มเห็นหน้าเดิมบ้างแล้ว แต่ยังไม่ลดเท่าที่ต้องการ รู้จักรูปหมาที่โดนงูกัดไหมคะ? ประมาณนั้นเลย ยังไงกว่าบวมจะลดลงมากก็คงใช้เวลามากกว่าสองเดือน เลยใช้ชีวิตแบบสบายใจค่ะ เขาบอกว่าประคบเย็นแทบไม่ได้ผล (ผลคงเป็นความพึงพอใจทางใจว่าได้ทำอะไรสักอย่าง?ㅎㅎ) ฉันเลยไม่ได้ทำ อย่างอื่นก็โอเค แต่ไม่รู้เพราะไหมเย็บหรือเปล่า ถ้าหัวเราะกว้าง ๆ ด้านในแก้มบนทรมานมากค่ะ! แต่ก็ยังหัวเราะ ตอนนี้เลยเริ่มชินขึ้นนิดหน่อย เมื่อกี้ลองดูว่าปากอ้าได้ถึงไหน แม้จะยังมียางรัดล็อกไว้แถวฟันกราม ก็ยังใส่นิ้วได้หนึ่งนิ้วค่ะ กินอาหารที่เน้น New Care แล้วท้องเสีย เลยกินข้าวต้มใส่แครอท เนื้อวัว ฯลฯ ที่บดละเอียดผสมไปด้วยค่ะ ของว่างก็กินพุดดิ้ง ไข่ตุ๋นแบบญี่ปุ่น หรือไอศกรีมนุ่ม ๆ ที่ไม่มีชิ้นเนื้อเป็นครั้งคราว

ผลการผ่าตัดประเมินยากด้วยใบหน้าที่บวมเหมือนเกี๊ยว ต้องรอให้บวมลดลงอีกหน่อยถึงจะรู้สึกได้ แต่ฉันชอบนะคะ ครอบครัวฉันก็บอกว่า ถ้าเป็นแบบนี้ ตอนเด็กน่าจะไม่ต้องจัดฟัน (คิดว่าจัดฟันจะแก้คางยื่นและความไม่สมมาตรได้) แต่น่าจะให้ผ่าตัดสองขากรรไกรตั้งแต่แรกเลย ยังไงก็ขอให้ทุกคนผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ

ยังไม่มีความคิดเห็น