ผมเป็นผู้ชายครับ เพราะคางยื่นและการสบฟันผิดปกติรุนแรง เลยเริ่มจัดฟันทันทีหลังปลดประจำการจากทหาร ไม่ใช่การจัดฟันทั่วไป แต่ตั้งแต่แรกก็จัดฟันโดยคำนึงถึงการผ่าตัดขากรรไกรสองข้างไว้แล้ว (จัดฟันก่อนผ่าตัด) ทำอยู่ประมาณ 2 ปี แล้วผ่าตัดที่โรงพยาบาลเอกชนในโซลเมื่อเดือนมีนาคม 2020 (จัดฟันทำต่างจังหวัด) ตอนจัดฟันก่อนผ่าตัด ผมกำลังเตรียมสอบอยู่เลยใช้เวลานาน จริง ๆ จัดฟันประมาณ 10 เดือน คุณหมอก็บอกว่าสามารถผ่าตัดได้แล้วครับ ตอนผ่าตัดเป็นช่วงที่เคสอุบัติเหตุทางการแพทย์ในคลินิกศัลยกรรมตกเป็นประเด็น ผมเลยให้คุณหมอฟันสาขาศัลยกรรมช่องปากและขากรรไกรเป็นคนผ่าตัดให้ เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องดมยาสลบครั้งแรก ผมเลยกลัวมาก แต่พอนึกถึงช่วงวัยเรียนและชีวิตทหารที่ลำบากเพราะคางยื่น ก็ทนได้ครับ ผมคิดว่าตัวเองอดทนได้เพราะนึกถึงประสบการณ์ที่ถูกล้อบ่อย ๆ และเคยได้ยินคำพูดน่าอับอายอย่าง “ถ้าหน้าฉันเป็นแบบมัน ฉันคงฆ่าตัวตายไปแล้ว” ผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง และต้องมัดปากไว้เกือบ 2 สัปดาห์ สิ่งที่ยากที่สุดน่าจะเป็นความอึดอัดครับㅜㅜ ช่วงนั้นกินได้แค่น้ำกับ New Care น้ำหนักเลยลดฮวบ ๆ.. มีอาการคล้ายปวดเส้นประสาทด้วย? ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเส้นประสาทขากรรไกรบนถูกตัดแล้วกำลังเชื่อมกลับหรือเปล่า จำได้ว่าปวดจนหลับไม่ได้เลยครับ ประมาณหนึ่งเดือนผ่านไป ถึงได้กินอะไรอย่างไข่ตุ๋น และรู้สึกว่าพอใช้ชีวิตได้มากขึ้น ตอนนี้ผ่านมาประมาณ 2 ปีแล้ว ก็ไม่มีผลข้างเคียงอะไรเป็นพิเศษและใช้ชีวิตได้ดีครับ เรื่องเส้นประสาทเสียหายที่กังวลที่สุดก็ไม่มี ถึงจะมีเล็กน้อย พอผ่านไป 1 ปี ก็ดูเหมือนกลับมาเป็นปกติทั้งหมดแล้ว ความรู้สึกว่าปลายจมูกเย็นนิด ๆ ก็หายไปเมื่อเข้าปีที่ 2 กลับกัน เวลาเห็นด้านข้าง จมูกดูสูงขึ้น และพอขากรรไกรล่างถอยเข้าไป ใบหน้าก็ดูมีมิติมากขึ้น จนมีภาพลวงตาว่าตาดูโตขึ้นเล็กน้อยด้วย เวลาเจอคนที่รู้จักผมก่อนผ่าตัดหลังจากไม่ได้เจอกันนาน เขายังถามเลยว่านอกจากคางแล้วไปทำตรงอื่นมาด้วยหรือเปล่า.. ผมกำลังเสียใจที่น่าจะทำให้เร็วกว่านี้สัก 1 ปี เหนือสิ่งอื่นใด ผมคิดว่าการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดคือการที่สามารถมั่นใจได้เวลาถ่ายรูปตัวเองหรือถูกถ่ายรูปครับㅎㅎ (ส่วนเหนียง/ผิวหย่อนใต้คางคงเลี่ยงไม่ได้ น่าจะต้องไปทำหัตถการครับ)
ยังไม่มีความคิดเห็น