ก่อนก่อนหลังหลัง ฉันผ่าตัดวันศุกร์ เลยใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์อย่างลำบากอยู่บ้าน หายใจก็ไม่ค่อยได้ แต่พอถึงวันจันทร์ก็เอาสำลีในจมูกออก ทำให้ดีขึ้นมากค่ะ อาการบวมโดยรวมไล่ลงมาจากหน้าผากถึงคาง และในวันที่ 7 ที่ถอดเฝือก อาการบวมไปกระจุกอยู่ที่จมูกเป็นพิเศษ.. ทันทีที่ถอดเฝือก จมูกอยู่ในสภาพที่รู้สึกว่าบวมตึงมากจริงๆ แต่ฉันก็อยากเห็นจมูก และตอนที่เห็นจมูกก็แอบผิดหวังนิดหน่อยค่ะ แต่พอเห็นโพสต์ในหลายๆ คอมมูนิตี้ที่บอกว่า ถ้าพอใจจมูกทันทีหลังถอดเฝือก แปลว่าการผ่าตัดพัง ก็เลยเอามาปลอบใจตัวเอง แล้วตั้งใจเดิน ดื่มชาลดบวม และดูแลตัวเองอย่างจริงจังค่ะ
ตอนถอดไหมจมูกมีเจ็บเล็กน้อย แต่ช่วงที่ใส่สำลีแล้วหายใจไม่ได้เป็นช่วงที่ทรมานที่สุด ดังนั้นความเจ็บอื่นๆ จึงถือว่าทนได้มากเมื่อเทียบกันค่ะ
วันที่ 13 ฉันไปโรงพยาบาลเพื่อเอาไหมที่เหลือกับไหมหลังหูออก แต่การดึงไหมเส้นเล็กเจ็บกว่าการดึงไหมเส้นใหญ่เยอะมาก….
ถึงอย่างนั้น สิ่งที่ดีแน่ๆ คือหลังถอดเฝือกแล้วรู้สึกได้ว่าอาการบวมลดลงทุกวัน จนถึงสัปดาห์ที่ 2 เนื้อบริเวณปลายจมูกยังรู้สึกตึงๆ แน่นๆ อยู่บ้าง ตอนนั้นเหมือนคิดอย่างเดียวว่าอยากให้ถึงเดือนที่ 6 เร็วๆ
ฉันไปโรงพยาบาล พบผู้อำนวยการ และถามหลายเรื่องที่สงสัย ท่านก็ตอบละเอียดดีมากค่ะ ตอนนั้นอาการบวมยังไม่ค่อยยุบ เลยเหมือนจมูกดูเอียงนิดๆ และยังรู้สึกอึดอัดเพราะเหมือนมีสะเก็ดเลือดติดอยู่ในจมูกค่ะ หลังผ่าตัดครบหนึ่งเดือน ปลายจมูกเริ่มมีความรู้สึกกลับมาในระดับหนึ่ง และเริ่มออกกำลังกายอีกครั้ง ใช้ชีวิตได้ดีโดยไม่มีปัญหามากค่ะ
คนรอบตัวก็บอกว่าดูเป็นธรรมชาติมาก จนเหมือนมีบางคนดูไม่ออกด้วยค่ะ แต่เวลาไอหรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในจมูก ก็ยังต้องระวัง ไม่กล้าแตะสุ่มสี่สุ่มห้าค่ะ
ฉันคิดว่าอาการบวมเปลี่ยนแปลงมากที่สุดช่วงสัปดาห์ที่ 3-4 ค่อยๆ ยุบลงทีละน้อย จนสมดุลขึ้นในระดับหนึ่ง แม้ในสัปดาห์ที่ 3-4 รอยแผลบริเวณที่กรีดยังมองเห็นได้ค่อนข้างชัดอยู่ และยังมีไหมเหลืออยู่ในจมูกประมาณ 1-2 เส้น เลยมีเจ็บเล็กๆ เป็นบางครั้งค่ะ
คนรอบตัวบอกว่าจมูกออกมาดูเป็นธรรมชาติและดีมาก ทุกครั้งที่ได้ยินก็รู้สึกดี และภูมิใจเพราะผลลัพธ์ดีสมกับที่ลำบากและอดทนมาค่ะ!
รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ