ก่อนอื่น เราทำโครงหน้า 3 จุดมาเกิน 8 ปีแล้ว และทำที่กังนัม () โหนกแก้มด้านข้างเหมือนแทบจะกรอแล้วก็เหมือนไม่ได้กรอ เลยไม่มีผลอะไร คางหน้าก็เหมือนกัน ส่วนกรามเหลี่ยมนี่... ตอนนั้นคงเป็นเทรนด์มั้ง.. คางแบบหมาๆ..
ยังไงก็ตาม ประมาณปลายเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เราได้แก้โหนกแก้มกับผู้อำนวยการแพทย์ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านช่องปากและใบหน้าขากรรไกร ที่โรงพยาบาลทันตกรรมที่เราไปอยู่ประจำ ผลคือสำเร็จ คนรอบตัวทุกคนบอกว่าไลน์หน้าดูเรียบเนียนขึ้น ในที่สุดก็สำเร็จแล้ว แต่คนเรามันก็เกิดความโลภใช่ไหม.. อย่างที่ทุกคนรู้.. พอโหนกแก้มเรียบและไลน์ออกมาดี ถึงจริงๆ หน้าไม่ได้ยาวขึ้น แต่ดูเหมือนหน้ายาวขึ้น! ฟีลเหมือนแตงกวานิดๆ? ประมาณนั้น? เราเลย ตัดสินใจผ่าตัดคางหน้าด้วยในเดือนเมษายนปีนี้ แม้จะปรึกษาไป 2-3 ครั้งและรู้ว่าจะไม่ได้เห็นผลชัดแบบโหนกแก้ม แต่ก็คิดว่ายังน่าจะมีผลที่มีความหมาย เลยผ่าตัด วิธีเป็นแบบ sandwich หลีกเลี่ยงแนวเส้นประสาทให้มากที่สุด ลดไลน์ที่ดูผู้หญิงเกินไป และดันคางไปข้างหน้าเพียงเล็กน้อยมากๆ เราคุยกับคุณหมอแล้วว่าจะผ่าตัดในทิศทางที่ไม่ฝืนเด็ดขาด! หลังผ่าตัดทันที พอเอาไขมันที่หย่อนจากการปลูกถ่ายไขมันที่โรงพยาบาลทำโครงหน้าเดิมใส่ไว้ตรงคางหน้าออกด้วย แม้จะยังบวมก็รู้สึกได้ว่าคางหน้าสั้นลง มองด้วยตาเปล่าอาจไม่รู้ แต่หน้ากากที่ใช้ประจำพอดีโดยไม่ต้องกางให้กว้าง เลยชอบมาก ตอนนี้ใกล้ครบ 4 เดือนหลังผ่าตัดแล้ว เราพอใจนะ สิ่งแปลกปลอมก็ถูกเอาออกแล้ว ไลน์กรามก็เรียบขึ้น ตอนนี้เลยไม่มีตรงไหนให้ผ่าตัดอีกแล้ว ช่วงนี้คงจะหาแค่เรื่องมินิเฟซลิฟต์หรือลิฟติ้ง.. ตอนเด็กๆ ด้วยความหุนหัน ไปทำที่โรงพยาบาลผิดๆ เหมือนเป็นหนูทดลอง ทำให้เอกลักษณ์หายไป เงินก็เสียไปเต็มๆ แล้วครั้งนี้ยังต้องแก้ใหม่ทั้งหมด.. แต่ถึงจะอ้อมมาไกลมาก การผ่าตัดแก้ครั้งนี้ก็ทำให้พอใจมาก ทุกคน ถึงจะไม่ใช่โรงพยาบาลนี้ ก็อยากให้คัดกรองดีๆ โรงพยาบาลที่เอาแต่จัดอีเวนต์ใหญ่ โรงพยาบาลที่ลดราคาเยอะ โรงพยาบาลที่เปิดห้องผ่าตัดหลายห้องแล้วผ่าตัดพร้อมๆ กัน ข้อสุดท้ายคงรู้ยาก แต่โรงพยาบาลใหญ่ๆ มักเป็นแบบนั้นเป็นพิเศษ.. อย่าเสียเงินเป็นสิบล้านวอนโดยเปล่าประโยชน์ ทำหน้าเอกลักษณ์หาย แล้วต้องมาแก้เหมือนเราเลย ถ้าต่อไปทำลิฟติ้งครบแล้ว ตอนนั้นหวังว่าจะได้ลงรีวิวตอนครบประมาณ 1 ปีนะ