ก่อน<ก่อนผ่าตัด>ก่อน<ก่อนผ่าตัด><วันที่ 2 ที่ลำบากมาก><รอยช้ำและบวมวันที่ 2><วันแรกที่ไปทำงาน.. แว่นกดที่ขมับ><รูปวันนี้หลังครบ 2 สัปดาห์>ฉันผ่าตัดเมื่อวันศุกร์ของสองสัปดาห์ก่อน และวันนี้ครบ 2 สัปดาห์พอดี! ไม่ใช่นายหน้าแน่นอน จ่ายเองผ่อนเอง... รีวิวจริง.. ที่มาโพสต์เพราะฉันเองก็หาข้อมูลยากมาก.. เลยหวังว่าถ้ามีคนที่กำลังจะทำผ่าตัดแบบเดียวกับฉัน จะได้ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงแน่นอน..!! แถมฉันยังทำแบบแอบครอบครัวที่อยู่ด้วยกันด้วย..(เลยยิ่งลำบากกว่าเดิม)
ปกติเขาว่าถ้าผ่าตัดออกมาดีแล้ว คนก็จะไม่กลับมาที่นี่อีกและใช้ชีวิตประจำวันกันตามปกติ แต่ตอนแรกฉันบวมหนักมากจนคิดว่าผิดพลาด เลยเข้ามาดูตลอด ตอนนี้ก็เข้ามาเพราะมันสนุกเฉยๆ.. และฉันเองก็อยากเขียนรีวิวแบบครบ 3 เดือนอะไรแบบนั้นสักวันㅜㅜ!!
จะเขียนแบบละเอียดและตรงไปตรงมาเลยนะ!! - วิธีผ่าตัด : กรีดบริเวณโหนกแก้มใต้หางตาและโหนกแก้มด้านจอนผม เป็นวิธีไม่ยึดตรึง : เขาบอกว่าไม่ได้เป็นโหนกแก้มที่ยื่นเด่นมาก จึงจะไม่เห็นผลแบบดรามาติก แต่จะเห็นผลเรื่องการจัดแนวหน้าให้เรียบร้อยขึ้น : เขาบอกว่าสามารถไปทำงานได้หลัง 3 วัน ฉันเลยผ่าตัดเช้าวันศุกร์แล้วไปทำงานวันจันทร์..(ไม่แนะนำให้ไปทำงานหลัง 3 วันค่ะ.. เหตุผลอยู่ด้านล่าง)
- วันผ่าตัด (วันที่ 1, วันศุกร์) : ผ่าตัดตอน 10 โมงเช้า พอไปถึงก็ปรึกษา ถ่ายรูป เตรียมผ่าตัดอย่างรวดเร็ว แล้วพอรู้ตัวอีกทีฉันก็นอนอยู่บนเตียงผ่าตัด.. ยาสลบเข้าไป พอลืมตาขึ้นมาก็อยู่ในห้องพักฟื้นแล้ว ความรู้สึกแรกทันทีที่ลืมตา ไม่ใช่ว่าเจ็บเท่าไหร่ แต่เป็น อึดอัดผ้าพันแผลจัง เหมือนรีวิวอื่นเป๊ะเลย.. แบบนี้ค่ะㅋㅋ แล้วแน่นอนว่ายาสลบยังไม่หายดี เลยยังมึนๆ แล้วก็หลับไปอีก.. หลับไปพักใหญ่ คุณหมอมาดูและบอกว่าผ่าตัดเรียบร้อยดี แล้วกลับบ้าน! แต่พอลงลิฟต์มาถึงชั้น 1 เลือดกำเดาก็ไหลพราก.. เขาให้ทิชชูไว้เพราะบอกว่าจะมีเลือดกำเดา ฉันเลยเช็ดด้วยทิชชูนั้นแล้วไปบ้านเพื่อน.. เพราะทำแบบแอบครอบครัว ช่วงสองวันที่พันผ้าพันแผลฉันบอกว่าจะไปนอนบ้านเพื่อน แล้วก็ไปบ้านเพื่อน.. แล้วผ้าพันแผลรัดแน่นมากจนตลอดเวลาลำบากจริงๆ มากๆๆๆ ตอนเย็นโหนกแก้มก็ปวดตุบๆ มาก เจ็บมากจนต้องฝืนกินยาแก้ปวดทั้งที่ปากแทบอ้าไม่ได้ แล้วก็เจ็บจนร้องไห้และวุ่นวายไปหมด;; วันแรกนอนแบบนั่งเอนๆ แต่ตื่นตลอดจริงๆ เพราะผ้าพันแผลทำให้หายใจก็ลำบาก เพื่อนบอกว่าฉันกรนดังมากด้วย.. ตื่นประมาณตี 3 มากินยาแก้ปวดอีกแล้วนอนต่อ.. ยาที่สั่งมาให้หนึ่งสัปดาห์ ฉันกินไปเกือบหมดในสองวันที่พันผ้าพันแผล;
- วันถัดจากผ่าตัด (วันที่ 2, วันเสาร์) : ว้าว บวมกว่าวานนี้หลายเท่า ช้ำกว่าหลายเท่า.. เขาว่ามีแต่คนอาการหนักเท่านั้นที่ช้ำใต้ตา แต่ฉันแทบจะตาดำตาปูดไปหมด... กังวลมากว่าจะกลับบ้านในสภาพนี้ได้ไหม และเพราะบวม ผ้าพันแผลก็ยิ่งทรมานขึ้นไปอีก อ้อ ช่วงสองวันที่พันผ้าพันแผล ฉันกินได้แต่ของเหลวผ่านหลอด ร่างกายเหนื่อยมากจนไม่ค่อยอยากอาหาร.. แค่ดื่ม Morning Rice เพื่อกินยาอะไรแบบนั้น.. ยาแก้ปวดเหมือนจะกินเกือบทุก 3-4 ชั่วโมงครั้งละเม็ด และมันมีความรู้สึกเฉพาะที่ฟันบนตึงๆ ปวดๆ.. พอรู้สึกแบบนั้นก็กินทันที ก่อนที่จะปวด! แล้ววันที่สองนอนดีกว่าวันแรก แต่ผ้าพันแผลนี่อึดอัดมากๆๆๆ จริงๆ อึดอัดมาก หูกับกรามเจ็บมากๆๆ เหมือนนรกเลยㅜㅜㅜㅜ เขาว่าถ้าเอานิ้วสอดตรงผ้าพันแผลแถวหูกับกรามให้รัดน้อยลงหน่อยจะดีขึ้น แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าดีขึ้นไหม แค่ภาวนาจริงๆ ให้เวลาผ่านไปเร็วๆ เพื่ออย่างน้อยจะได้ถอดผ้าพันแผล
- วันที่ 3 หลังผ่าตัด (วันอาทิตย์) : วันที่รอคอยในการถอดผ้าพันแผล!!!! แต่ก็ยังอยากให้ครบ 48 ชั่วโมงพอดี เลยคิดว่าผ่าตัดน่าจะเสร็จประมาณเที่ยงใช่ไหม? ตั้งใจจะถอดประมาณเที่ยง แต่เหมือนถอดราวๆ 11 โมง.. หน้าบวมเกินจินตนาการจริงๆ จนแทบมองข้างหน้าไม่ชัด คิดว่าถ้าแค่ถอดผ้าพันแผลออกก็น่าจะดีขึ้นหน่อย เพราะต้องกลับบ้านแล้ว.. เลยถอดตอน 11 โมง! ว้าว แค่ถอดผ้าพันแผลก็รู้สึกเหมือนเลือดไหลเวียนและเหมือนจะมีชีวิตรอดแล้ว ㅋㅋㅋㅋㅋ ฉันแกล้งบอกแม่ว่าแค่ทำดูดไขมันหน้า + มัดกล้ามเนื้อกราม..(บอกว่าทำกับเพื่อนตอนกลางวันวันเสาร์) แค่ถอดผ้าพันแผลก็รู้สึกเหมือนรอดชีวิต ดื่มเครื่องดื่มได้สบาย ซาบซึ้ง!!! แล้วหลังถอดผ้าพันแผล ฉันก็ภาวนาขอให้ระหว่างกลับบ้านอาการบวมยุบลงหน่อย แล้วถึงบ้าน แม่เห็นหน้าก็ตกใจแน่นอน แต่ระดับบวมกับรอยช้ำใต้ตายังพอเชื่อได้ว่าเป็นดูดไขมันหน้า.. แน่นอนว่าก็ดูเหมือนคนดูดไขมันหน้าแล้วพลาดนิดหน่อย เพราะมันหนักมาก;; อยู่บ้านก็ประคบเย็นตลอด ใส่ผ้ารัดหน้าเป็นระยะ.. พรุ่งนี้ต้องไปทำงานนะ ขอร้อง~~
- วันที่ 4 หลังผ่าตัด (วันจันทร์) : ตอนเช้าลืมตาปุ๊บก็ใส่ผ้ารัดหน้าแล้วประคบเย็นนิดหน่อย จากนั้นไปทำงานทันที แน่นอนว่าบวมแบบไม่น่าเชื่อ และรอยช้ำก็หนักมาก.. ดูรีวิวแล้วคนอื่นไม่เป็นแบบนี้ㅠㅠㅠㅠ ฉันใส่หน้ากากกับแว่น แต่ข้างในหน้ากากเต็มไปด้วยหน้าที่บวมจนแน่น สภาพร่างกายโดยรวมแย่มากจริงๆ.. หัวหนัก รู้สึกเหมือนหัวสั่นๆ แค่อยากรีบนอนและถอดทุกอย่างบนหน้าออกㅠㅠ ฉันบอกแค่คนสนิทว่าทำดูดไขมันหน้า.. เขาก็ยังตกใจมาก บอกว่ารอยช้ำหนักเกินไป.. คนอื่นๆ เป็นงานออฟฟิศที่ไม่ค่อยต้องเจอหน้ากันตรงๆ โชคดีเลยไม่รู้และผ่านไป แต่จริงๆ เหนื่อยมาก.. ผ่าศุกร์ไปทำงานจันทร์อาจต่างกันแต่ละคน แต่ไม่แนะนำค่ะ แน่นอนถ้านับแค่ว่าทำได้หรือไม่ได้ ต่อให้บวมและช้ำหนักแบบฉันก็ทำได้! กลับบ้านแล้วล้มตัวเลย ประคบเยอะมาก และตอนเย็นเหมือนจะหลับไปทันที..(อ้อ วันนั้นช่วงพักกลางวันฉันไปโรงพยาบาลที่ผ่าตัดมาเพื่อฉีดยาลดบวม)
- วันที่ 5~6 หลังผ่าตัด : รอยช้ำยังคงตาดำตาปูด.. อาการบวมก็เหมือนฮปปังแมน โหนกแก้มยื่นออกมามากกว่าก่อนผ่าตัดอีก จนคิดว่า ว้าว ฉันพังแล้ว เลยเอาแต่เข้าไปดูคาเฟ่และชุมชนต่างๆ.. เสียใจจริงๆ ว่าไม่น่าทำเลย กินอะไรก็ไม่ได้ มีแต่ลำบาก และเสียใจมากว่าตอนที่คนอื่นบอกว่าอย่าทำ ฉันน่าจะไม่ทำ..
- วันที่ 7 หลังผ่าตัด (ตัดไหม) : ยังบวมอยู่ โหนกแก้มยิ่งยื่นออกมา และรอยช้ำก็ปกปิดด้วยคอนซีลเลอร์ไม่ได้.. ไปโรงพยาบาลแล้วงอแงบ่น แต่คุณหมอบอกฉันว่าโหนกแก้มยุบเข้าไปแล้ว.. แต่ที่น่าทึ่งอีกอย่างคือ พอตัดไหมและรับการดูแลลดบวมแล้ว อาการบวมยุบลงชัดมากจริงๆ! ทึ่งสุดๆ! ตั้งแต่นั้นเริ่มรู้สึกว่า โหนกแก้มเข้าไปหน่อยแล้วหรือเปล่า?
- วันที่ 8~13 หลังผ่าตัด : ช่วงที่อาการบวมยุบ! อาการบวมใหญ่และรอยช้ำค่อยๆ ลดลง และความรู้สึกเหมือนหัวสั่นก็ลดลงบ้าง แน่นอนว่าถ้ายังขยับแรงๆ ก็เวียนหัวมาก..
- วันที่ 14 หลังผ่าตัด : แฟนบอกว่าตอนนี้หน้าเรียวขึ้นชัดเจนแล้ว และเพื่อนดูรูปก็พูดประมาณว่า โอ้ เรียวขึ้นจริงๆ? แน่นอนว่าฉันมีอาการบวมและรอยช้ำหนักมากกก.... ตอนนี้ก็ยังบวมอยู่ และยังมีรอยช้ำอยู่ ดังนั้นเลยยิ่งตั้งตารออีกไม่กี่เดือนข้างหน้า!
*** สรุปรวม ***บวมและช้ำมากกว่าที่คิด จนคิดว่าพังแล้ว แต่พอประมาณ 2 สัปดาห์ก็รู้สึกเหมือนมีชีวิตรอด และคิดว่าทำแล้วดี! เรื่องอาหาร ที่บริษัทก็กินแค่โจ๊ก (โจ๊กก็ปั่นกิน) ที่บ้านก็ปั่นโจ๊ก หรือใส่ข้าวโอ๊ตกับกล้วยในนมแล้วปั่นดื่ม หรือไม่ก็ใส่ทุกอย่างลงเครื่องปั่นแล้วปั่นกินเลยㅋㅋ
ดูรีวิวอื่นๆ เห็นบางคนบอกว่า 2-3 สัปดาห์ก็พอเคี้ยวของอ่อนได้แล้ว.. แต่ฉันเหมือนฟื้นตัวช้าอยู่แล้ว และโรงพยาบาลก็บอกว่าเพราะเป็นวิธีไม่ยึดตรึง จึงห้ามเคี้ยว 1 เดือน.. ฉันเป็นคนค่อนข้างเชื่อฟังคำแนะนำแบบนั้น เลยพยายามทำตามอยู่ค่ะ
เป็นการผ่าตัดที่มองข้ามง่ายๆ ไม่ได้แน่นอน แต่ก็ไม่ได้เป็นการผ่าตัดที่ทำไม่ได้เด็ดขาดเช่นกัน ดังนั้นสำหรับคนที่โหนกแก้มเป็นปมด้อยมาตลอดชีวิต ฉันคิดว่าคุ้มที่จะลองรวบรวมความกล้าดูค่ะ! ถ้าผ่านไปอีกไม่กี่เดือนแล้วพอใจมากขึ้น.. จะพยายามมาโพสต์อีกนะคะ
ถูกใจ 14