ก่อน<ก่อนผ่าตัด>หลัง<หลังผ่าตัด 1>หลัง<หลังผ่าตัด 2>ครั้งนี้ฉันแก้จมูกมาได้หนึ่งเดือนแล้ว น่าจะเลยหนึ่งเดือนมานิดหน่อยหรือเปล่านะ? ตอนเด็ก ๆ เคยตกจากบาร์โหนแล้วจมูกหักครั้งหนึ่ง ตอนนั้นคิดว่าไม่เป็นไร ก็เลยปล่อยไว้เฉย ๆ น่ะ รู้ไหม? เลยคิดว่าถ้าตอนนั้นได้ผ่าตัดจมูกให้ถูกต้อง ตอนนี้ก็คงไม่คดแบบนี้..ㅠ ยังไงก็ตาม หลังจากนั้นโรคจมูกอักเสบก็แย่ลง อาการคัดจมูกก็หนักมาก เลยไปโรงพยาบาลเพื่อปรึกษา แล้วเคยผ่าตัดผนังกั้นจมูกคดมาแล้วครั้งหนึ่ง ㅠ ตอนนั้นจริง ๆ ไม่ได้ไปเพราะเรื่องทรงจมูกอย่างเดียวเลย ดังนั้นแม้อาการคัดจมูกจะดีขึ้นบ้าง แต่ส่วนที่คดกลับดูเด่นขึ้นกว่าเดิม.. โดยเฉพาะฉันเป็นคนหน้าไม่ค่อยมีเนื้อ คนรอบตัวก็เลยพูดบ่อย ๆ ว่า “จมูกเหมือนจะคดนะ?” ㅠ คนที่มีปมเรื่องจมูกเหมือนฉันคงเข้าใจ แต่มันเครียดมากจริง ๆ ใช่ไหม? ต่อให้พูดแบบไม่ได้คิดอะไร ฉันเองก็รู้อยู่แล้ว แล้วจำเป็นต้องพูดออกมาแบบนั้นด้วยเหรอ.. ดังนั้นครั้งนี้ก่อนจะเริ่มเตรียมหางานอย่างจริงจัง ฉันเลยตั้งใจว่าจะต้องแก้ไข และตัดสินใจทำศัลยกรรมแก้จมูก! ตอนปรึกษา ฉันย้ำหนักมากว่าไม่อยากใส่ซิลิโคน อยากให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด! ฉันไปปรึกษาประมาณ 4 ที่ และระหว่างปรึกษาเรื่องจมูก ก็ได้ตัดสินใจทำการแก้จมูกเชิงฟังก์ชันที่ทำทั้งด้านการทำงาน + ความงามไปพร้อมกัน! ตอนปรึกษา เขาบอกว่าสามารถทำได้โดยไม่ใส่ซิลิโคน ใช้แค่ผนังกั้นจมูกหรือกระดูกอ่อนหู ฉันก็เลยเข้ารับการแก้จมูก! เพราะเป็นการผ่าตัดแก้ เขาบอกว่าถ้าวัสดุจากผนังกั้นจมูก ไม่พอ ก็อาจใช้กระดูกอ่อนหูแทนได้ แต่โชคดีที่วัสดุน่าจะเพียงพอ เลยทำด้วยผนังกั้นจมูกอย่างเดียว (แก้จมูกคด/แก้จมูกฮัมพ์/แก้จมูกชมพู่/ปลายจมูก) แบบนี้! อาจเพราะเป็นการผ่าตัดครั้งที่สอง ตอนมีสำลีอุดอยู่ในจมูก ก็ไม่ได้เจ็บหรืออึดอัดเท่าที่คิด! ตอนผ่าตัดก็เหมือนกัน หลับแล้วตื่นมาก็เสร็จแล้ว และความเจ็บก็น้อยกว่าที่คิด! ตอนนี้ผ่าตัดมาได้หนึ่งเดือนแล้ว อาการปวดลดลงไปมาก แต่ยังมีบวมอยู่หน่อย.. อันนี้ก็คงต้องรอดู เพราะเขาบอกว่าจะยุบลงเรื่อย ๆ จนถึงประมาณ 6 เดือน? ..ㅠ คนรอบตัวก็บอกว่าไม่ค่อยดูออก และภาพลักษณ์ดูนุ่มนวลขึ้น ฉันเลยรู้สึกดีมาก! ㅠ สิ่งที่ดีที่สุดคือไม่มีใครพูดเรื่องจมูกคดกับจมูกฮัมพ์ที่เคยทำให้ฉันเครียดที่สุดแล้ว ㅋㅋ
ถูกใจ 7