สำหรับคนที่สงสัยเรื่องทรงจมูกกับความรู้สึกสูญเสีย ถ้าพูดแค่ข้อสรุปคือ ฉันมีดั้งช่วงหัวคิ้วต่ำ และฝั่งปีกจมูกเป็นจมูกชมพู่หนักมาก เรื่องดั้งต่ำไปโรงพยาบาลไหนก็ได้ยินหมด ถอดซิลิโคนออก เหลือปลายจมูกไว้ต่ำๆ แค่เหมือนเป็นแกนพยุงผนังกั้นจมูก และตรงรอยต่างระดับช่วงกลางที่เกิดจากการถอดซิลิโคนก็เติมด้วยกระดูกอ่อนหู ตอนตัดสินใจถอด ฉันก็กังวลมากอยู่แล้วว่าดั้งต่ำอยู่แล้ว ถ้าถูกซิลิโคนกดทับ + ดั้งถูกกรอไว้เยอะ แล้วมันต่ำลงมากจะทำยังไงดี แต่ยังไงก็ตาม การที่กระดูกถูกซิลิโคนหนักๆ กดทับคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ สรุปคือ จมูกหลังถอดซิลิโคนดีกว่ามาก และไม่มีความรู้สึกสูญเสียอะไรเลย มีแต่ความพอใจ.. จมูกเดิมไม่สวย เลยไม่กลับไปเป็นจมูกเดิมก็โอเค และกลายเป็นทรงจมูกแบบที่สาม เป็นจมูกแบบที่ฉันต้องการ จมูกเล็กๆ ละเอียดๆ ทุกคนที่ใส่ซิลิโคนหนาก็คิดว่าไม่ต้องกลัวมากเกินไป.. ตอนฉันไปปรึกษาเรื่องถอด แพทย์โรงพยาบาลอื่นที่ไม่ใช่โรงพยาบาลที่ผ่าตัดต่างก็ทำหน้าเสียดายแทน เพราะซิลิโคนในจมูกหนาและเป็นห่วงทรงหลังถอด แต่กลายเป็นว่ากลัวไปเอง
ต่อจากนี้จะเขียนไทม์ไลน์จมูกของฉันยาวๆ.. ผ่าครั้งแรก.. ทำไปแบบไม่รู้อะไรเลย ไม่มีใครไล่ตามสักหน่อย แต่รีบนัดมากๆ เพราะใช้ชีวิตแบบหายใจไม่ได้จากผนังกั้นจมูกคด กระดูกเทอร์บิเนตล่าง และโรคจมูกอักเสบ และคิดเรื่องผ่าตัดจมูกมานานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ เลยเหมือนจองเร็วและรีบมาก.. เป็นโรงพยาบาลที่ปูซาน มีการตกแต่งที่โดนใจผู้หญิง บริการของดูแลหลังผ่าตัด สระผมให้ ฯลฯ และคำพูดภาษาเกาหลีมาตรฐานนุ่มๆ ของผู้อำนวยการ ทำให้ฉันเชื่อแบบโง่ๆ ไปเลย ทุกคนอย่าทำเหมือนฉันนะ.. บริการดูแลหลังผ่าตัดของโรงพยาบาลก็สำคัญ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด..
ยังไงก็ตาม อาการของฉันคือหลังผ่าตัดเดือนที่ 9 ดั้งแข็งและนูนออกมานิดๆ เหมือนกระดูก แดงและคัน อาการจะขึ้นมาทุกๆ 1-2 เดือน ไม่มีอาการเจ็บ พอเป็นแบบนี้แล้ว ฉันก็คิดอยู่เรื่อยๆ ว่าโรงพยาบาลที่ผ่าครั้งแรกจงใจถ่วงเวลาให้พ้นระยะ AS 1 ปีหรือเปล่า,, กินยาปฏิชีวนะก็ไม่ยุบ แต่ให้กินยาปฏิชีวนะนาน.. แผลเป็นจากการลดปีกจมูกก็ทำพังด้วย (เป็นแบบตัดเนื้อ โรงพยาบาลมีคอนเซปต์ว่าใส่ใจเรื่องแผลเป็นมาก ฉันเลยไม่เคยกังวลเรื่องแผลเป็นเลย..) หมดความเชื่อใจไปเลย ไม่หันกลับไปมอง และโทษตัวเองพร้อมหาข้อมูลโรงพยาบาลในโซล ตอนไปโซลและไปปรึกษาคนเดียว มันยากมากๆ และร้องไห้คนเดียว สรุปคือฉันคิดจริงๆ ว่าเลือกโรงพยาบาลได้ดีมาก พอเปิดจมูกดู โชคดีที่ไม่ใช่การอักเสบ น่าจะเป็นเพราะซิลิโคนที่ใส่สูงเกินไปสำหรับฉันและเป็นปฏิกิริยาต่อสิ่งแปลกปลอม (เหมือนภูมิแพ้) ทุกที่ที่ไปปรึกษาในโซลบอกว่าแตกต่างจากอาการอักเสบทั่วไป…ต้องเปิดดูถึงจะรู้ แต่ก่อนอื่นสถานการณ์ที่ต้องถอดซิลิโคนออกนั้นถูกต้องแล้ว โรงพยาบาลที่ผ่าตัดตอนนี้เป็นที่เดียวที่พูดเรื่องภูมิแพ้
พอผ่าตัดที่นี่ในโซลแล้ว เทียบกับโรงพยาบาลที่ผ่าครั้งแรกต่างกันมาก โรงพยาบาลที่ถอด หลังผ่าตัดแม้ฉันจะยังมึนๆ ผู้อำนวยการก็มาอธิบายรายละเอียดการผ่าตัดให้ และทุกครั้งที่ไปดูอาการ ผู้อำนวยการก็ทำจมูกให้เองและอธิบายเองโดยให้ดูรูปด้วย เขาบอกว่าพอเปิดจมูกจริงๆ ดั้งด้านขวายุบลง จึงเสริมทับด้วยพังผืดหูเพิ่มให้ และจะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ทันทีหลังผ่าตัด ตอนเมายาอยู่ คำแรกที่ฉันพูดตอนมองผู้อำนวยการคือ “ทำไมถึงหายใจได้ล่ะคะ…?” เพราะไม่ได้ยัดสำลีในจมูก เลยหายใจสบายมาก จริงๆ แล้วแม้แต่สัปดาห์ที่ใส่เฝือกและเทปก็ง่ายมาก ตั้งแต่ผ่าครั้งแรก ฉันทำผ่าตัดจมูกอักเสบ + เสริมสวยด้วยกัน จากที่หายใจไม่ได้เลย รูจมูกขวายังอึดอัดนิดหน่อยแต่ดีกว่าก่อนผ่ามาก!! แต่ตอนนี้หลังถอด หายใจได้ดีกว่าตอนผ่าครั้งแรกมากๆๆ เลยมีความสุขกับเรื่องนี้ด้วย.. แผลเป็นตรงคอลัมเมลลากลับหายไปด้วย
สิ่งที่ขอบคุณจริงๆ คือ พอเปิดดูแล้ว ดั้งด้านขวายุบและต่ำกว่าที่ผู้อำนวยการคิดไว้ ส่วนปลายจมูกเดิมทีอาจต้องถอดออกทั้งหมดด้วย แต่เพราะมีส่วนที่ฉันกับแพทย์ตกลงกันไว้ก่อนผ่าตัด แพทย์จึงไม่ทำตามใจโดยไม่มีความยินยอมจากฉัน และตัดสินใจอย่างปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันจึงขอบคุณมาก.. (เพราะฉันไม่ได้เอ่ยถึงการถอดปลายจมูกทั้งหมดกับผู้อำนวยการเลย และต่อให้ดั้งต่ำแค่ไหน ฉันก็ขอไว้ว่าอย่าใส่วัสดุแปลกปลอมอื่นที่ต่างจากเนื้อหาที่ปรึกษา)
ฉันไปปรึกษาที่โซล ㅊㅁ ㄷㄹ ㅁㅅㅇ ㅇㅇㅇ (ชื่อคน) วนไปที่ดังๆ มา
เพราะฉันเองก็เครียดใจหนักมาก หวังว่าจะช่วยทุกคนที่เป็นเหมือนฉันได้..!