ก่อน <ก่อนผ่าตัดแก้> หลัง <สภาพหลังผ่านไป 2 สัปดาห์> หลังอย่างที่เขียนไว้ในหัวข้อ ครั้งนี้เป็นการผ่าตัดครั้งที่สามของฉันค่ะ.. การผ่าตัดครั้งแรกทำแบบไม่กรีดเมื่อหลายปีก่อน แต่ยังไม่ถึง 2 ปีก็หลุดเร็วมาก.. ตอนนั้นฉันคิดว่าสถานที่ที่แนะนำการแก้กล้ามเนื้อตาเปิดต้องเป็นการรักษาเกินจำเป็นแน่ ๆ (ในบรรดาโรงพยาบาลที่ไปปรึกษา ไม่มีที่ไหนอธิบายเลยว่าทำไมต้องแก้กล้ามเนื้อตาเปิด) เลยทำที่ที่บอกว่าผ่าตัดแบบไม่กรีดอย่างเดียวโดยไม่ต้องแก้กล้ามเนื้อตาเปิดก็ได้ อาจเป็นเพราะเรื่องนั้น เลยเหมือนว่ามันหลุดเร็วค่ะ
เส้นชั้นตาหลุดก็ใช่ แต่ก่อนอื่นรูปตาของฉันก็ไม่สมมาตรด้วย เลยทำศัลยกรรมแก้ด้วยการกรีด+แก้กล้ามเนื้อตาเปิด เพื่อแก้ความไม่สมมาตรและทำให้เส้นชั้นตาชัดขึ้นอีกครั้ง เส้นชั้นตาชัดขึ้นก็จริง แต่ความไม่สมมาตรที่ฉันย้ำจนถึงก่อนเข้าห้องผ่าตัดกลับไม่ได้ดีขึ้นเลย..^^ ทางโรงพยาบาลก็บอกประมาณว่าทำให้เต็มที่แล้ว แล้วก็ไม่รับผิดชอบ.... ต่อให้ที่แบบนี้บอกว่าจะดูแลหลังการผ่าตัดให้ ฉันก็ไม่อยากรับ สุดท้ายเลยต้องหาข้อมูลผ่าตัดแก้ซ้ำครั้งที่สามค่ะ
โรงพยาบาลแรก โรงพยาบาลที่สอง.. ทั้งสองที่เป็นโรงพยาบาลใหญ่ที่แค่บอกชื่อก็รู้จักกัน แต่ต่างจากที่คาดไว้ว่าที่ใหญ่ ๆ ระบบน่าจะดี กลับรู้สึกว่าเพราะคนไข้เยอะเกินไป เลยดูแลแต่ละคนได้ไม่ดีนัก.. ดังนั้นการแก้ครั้งที่สาม ฉันตั้งใจหาโรงพยาบาลเฉพาะทางตา+โรงพยาบาลส่วนตัวเป็นหลัก คิดว่าโรงพยาบาลเฉพาะทางตาน่าจะทำการแก้ที่ยากได้ดีกว่า และถ้าเป็นโรงพยาบาลส่วนตัว การดูแลน่าจะละเอียดกว่าโรงพยาบาลใหญ่ค่ะ
ฉันค้นรีวิวในชุมชน คาเฟ่ และแอปอย่างละเอียดทั้งหมดแล้วคัดรายชื่อออกมา โรงพยาบาลที่ไปก่อนหน้านี้ไม่ได้มีความรู้สึกว่า “ที่นี่แหละ” ก็เลยออกมาบอกว่าจะไปปรึกษาเพิ่ม แต่ Olo ที่ไปเป็นที่สุดท้าย มีระยะเวลาการดูแลหลังผ่าตัดนานกว่าโรงพยาบาลที่ไปมาก่อน และคุณหมอก็มองออกทันทีว่าจุดที่ฉันเครียดคือความไม่สมมาตร คุณหมอบอกว่าให้ให้ความสำคัญกับการแก้ความไม่สมมาตรเป็นอันดับแรก และโฟกัสที่การปรับเส้นตาสองชั้นที่ดูตก.... ทั้งที่ฉันยังไม่ได้พูดก่อน คุณหมอก็สังเกตเห็นทันทีและชี้ชัดว่าอะไรคือสิ่งสำคัญก่อน เลยจองวันผ่าตัดเป็นสัปดาห์ถัดไปทันทีค่ะ
ปกติใต้ตาฉันโหลค่อนข้างมาก จึงได้ยินบ่อยว่าดูโทรมและดูเหนื่อย ฉันลังเลมากว่าจะฉีดฟิลเลอร์หรือทำจัดเรียงไขมันใต้ตาดี แต่ไหน ๆ ก็มาถึงโรงพยาบาลเฉพาะทางตาแล้ว และกำลังจะผ่าตัดแก้ตาอยู่พอดี เลยคิดว่าทำไปพร้อมกันเลยดีกว่า จึงทำจัดเรียงไขมันใต้ตาด้วยค่ะ เพราะการแก้ครั้งก่อนทำแบบกรีด การแก้ครั้งที่สามก็เลยทำแบบกรีดเช่นกัน คุณหมอวาดเส้นตาให้หลายครั้ง ให้หลับตาแล้วลืมตา พร้อมดูอย่างละเอียด แล้วบอกว่าการแก้กล้ามเนื้อตาเปิดเหมือนทำมาไม่เท่ากันสองข้าง ฉันสงสัยว่าหมายความว่าอะไร คุณหมอบอกว่ากล้ามเนื้อสองข้างถูกมัดต่างกัน.. เฮ้อ;; คุณหมอบอกว่าเพราะอย่างนั้นตาจึงน่าจะดูไม่เท่ากันมากขึ้น อีกทั้งการแก้กล้ามเนื้อตาเปิดที่เคยยึดไว้ก็หลวมไปมากแล้ว ช่วงนั้นฉันจึงได้ยินบ่อยว่าดูง่วง ฉันคิดว่าเป็นเพราะใต้ตาโหล แต่จริง ๆ คือการแก้กล้ามเนื้อตาเปิดกำลังหลุดค่ะ ดังนั้นฉันเลยทำผ่าตัดแก้แบบกรีด+แก้กล้ามเนื้อตาเปิด+จัดเรียงไขมันใต้ตา
หลังผ่าตัด บวมไม่มากเท่าที่คิด ทั้งครั้งแรกที่ทำแบบไม่กรีด และครั้งแก้ที่ทำแบบกรีด.... ไม่รู้ว่าฉันเป็นคนบวมง่ายเป็นพิเศษหรือเปล่า แต่ก่อนหน้านี้บวมหนักและยุบช้า ครั้งนี้พอถึงช่วงตัดไหม บวมก็ยุบไปเยอะแล้ว เลยรู้สึกแปลกใจ แน่นอนว่ายังมีความรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติเล็กน้อย แต่ก็อยากรู้เร็ว ๆ ว่าเมื่อบวมยุบหมดและเข้าที่แล้วจะเป็นอย่างไร
พอครบ 2 สัปดาห์ ตาสองชั้นดูเหมือนจะไม่เท่ากันนิดหน่อย ฉันเลยกลัวล่วงหน้าและบ่นร้องไห้กับคุณหมอไปเยอะ แต่คุณหมอพูดอย่างใจเย็นว่ายังเป็นเพราะบวมยังยุบไม่หมด ถ้ายุบแล้วจะเข้าที่ดี.. ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ไม่ต้องกังวลมากเกินไป พอพูดอย่างนิ่ง ๆ แบบนั้น ฉันก็สงบลงตามไปด้วย ^^;; โรงพยาบาลก่อน ๆ เวลามาดูอาการหลังผ่าตัด เวลาเจอคุณหมอก็น้อย และเพราะยุ่งจึงรู้สึกชัดว่าดูแบบผ่าน ๆ สำหรับฉันที่เป็นการผ่าตัดตาครั้งที่สาม นี่ถือเป็นความรู้สึกใหม่ที่น่าตกใจเหมือนกัน ^^;
ฉันขยันรับเลเซอร์ลดบวมที่โรงพยาบาลทำให้ และขยันเดินเล่น ตามที่คุณหมอบอก ฉันรู้สึกได้ว่ามันค่อย ๆ เข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติ ความไม่สมมาตรที่กังวลก็แก้ได้ชัดเจน และการจัดเรียงไขมันใต้ตาก็ออกมาธรรมชาติดี เลยมีคนบอกว่าดูเด็กลงมากและดูมีชีวิตชีวาขึ้น แรงลืมตาก็ดีขึ้นกว่าก่อนมาก ดังนั้นการแก้ครั้งที่สามนี้พอใจมากค่ะ
ทุกคนที่กำลังคิดจะผ่าตัดแก้..... ขอให้ตรวจสอบให้ดีว่าการดูแลของโรงพยาบาลเป็นอย่างไร คุณหมอเข้าใจความต้องการของคนไข้ได้ถูกต้องไหม และทำการผ่าตัดที่ยากได้ดีหรือเปล่า ก่อนตัดสินใจผ่าตัดนะคะ เขียนไปเขียนมาบทยาวขึ้น ขอบคุณที่อ่านค่ะ