ก่อน <ก่อนผ่าตัด> ก่อน <ก่อนผ่าตัด> ก่อน <ก่อนผ่าตัด> หลัง <เดือนที่ 3> หลัง <เดือนที่ 3> หลัง <เดือนที่ 3> ปกติก็เครียดกับความไม่สมมาตรบนใบหน้ามาตลอดชีวิตและเป็นปมในใจมาตลอด ทั้งตอนถ่ายรูปหรือมองกระจกก็เครียดมากจริง ๆ.. การผ่าตัดปรับโครงหน้าหรือผ่าตัดขากรรไกรสองข้างไม่ใช่การผ่าตัดเล็ก แต่ในเมื่อชีวิตข้างหน้ายังเหลืออีกยาว แทนที่จะต้องใช้ชีวิตกับความเครียดแบบนี้ ก็เลยตัดสินใจทนความกลัวช่วงสั้น ๆ ของการผ่าตัด แล้วใช้ชีวิตที่เหลือให้มีความสุขขึ้น จึงตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด
เหตุผลที่เลือก I-U Oral and Maxillofacial Surgery ก็เพราะนอกเหนือจากเรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว เรารู้สึกว่าต้องไปที่ที่เก่งเรื่องนี้จริง ๆ! ค้นหาทั้งในอินเทอร์เน็ต บล็อก แอป ฯลฯ ไปทั่วมาก ๆ และดูเคสที่คล้ายกับตัวเองเป็นหลัก คัดรูปก่อน-หลังอย่างตั้งใจ แล้ว I-U เป็นที่ที่สะดุดตาที่สุด ตอนปรึกษาคุณหมอก็เหมือนตั้งใจคิดเรื่องความกังวลของเราไปด้วยจริง ๆ อธิบายละเอียดมากและรู้สึกได้ถึงความรับผิดชอบ จึงเชื่อมั่นในส่วนนี้แล้วตัดสินใจ!
วันที่ 1 การหายใจทางจมูกนอกจากจะมีเสียงนิดหน่อยก็ถือว่าโอเคกว่าที่คิด แต่คอบวมมากและเจ็บมาก กลืนน้ำลายลำบากสุด ๆ ไม่ชินกับการนอนนั่งเลยก้นเจ็บ แต่ก็คิดว่าเดี๋ยวเวลาผ่านไปก็คงจะชินเอง..?
วันที่ 2 คอที่บวมดีขึ้นนิดหน่อยจากวันแรก แต่ก็ยังไม่สบายมาก ร่างกายคงรู้สถานการณ์ เลยงีบตอนกลางวันทั้งที่ปกติไม่เคยนอน และพอตั้งแต่หัวค่ำก็ง่วง รู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้ามาก แต่ก็แอบคิดว่า พรุ่งนี้ก็จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วเหรอ? ที่โรงพยาบาลพยาบาลดูแลดีมาก โชคดีที่เป็นแบบนั้น แต่พอกลับไปจะมีหลายอย่างที่ต้องทำเอง เลยค่อนข้างกังวล
วันที่ 3 วันที่ออกจากโรงพยาบาล จมูก ริมฝีปาก และร่องกลางเหนือริมฝีปากบวมมาก ทุกครั้งที่มองกระจกก็รู้สึกเหมือนไม่ใช่หน้าตัวเอง แล้วหน้าที่บวมก็ดูตลกจนเผลอมองซ้ำ ๆ แถมยังขำอยู่เหมือนกัน แค่อยากให้ทั้งอาการบวมบนใบหน้าและในปากยุบลงให้เร็วที่สุด!
วันที่ 4 ตอนนี้ก็ยังหายใจลำบากอยู่หน่อย ๆ ตอนล้างหน้าได้ค่อย ๆ ลอกเทปที่ติดหน้าออก แต่จริง ๆ ก็ตกใจเหมือนกันเพราะทั้งสองข้างบวมไม่เท่ากันมากกว่าที่คิดไว้ พอบวมยุบลงไปเรื่อย ๆ ก็คงจะรู้เองแหละ!? หวังว่าความไม่สมมาตรจะดีขึ้นเยอะ ๆ
วันที่ 5 รอยช้ำสีเหลืองที่เมื่อวานยังไม่เห็น ตอนนี้ขึ้นใต้ตาและที่คอแล้ว ที่รู้สึกตึง ๆ ก็เพราะแบบนี้นี่เอง! แต่ก็ไม่ได้กังวลอะไรมาก เดินเล่นประมาณ 20 นาทีด้วย เผื่อจะช่วยเรื่องบวม แต่ตอนนอน ความกดจากอาการตึงและการสบฟันแบบ wafer มันไม่ชินเอามาก ๆ แถมกัดแน่นจนปวดหัวทั้งวัน เมื่อไหร่จะดีขึ้นกันนะ,, แต่เวลาผ่านเร็วจริง ๆ!!
วันที่ 6 ดูบวมกว่าวันเมื่อวานนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ยา หรือเพราะคลายความตึงเครียด เลยงีบทั้งที่ปกติไม่งีบ ก็เลยเหมือนจะบวมขึ้นอีกนิด...! Newcare กับซุปที่ซื้อเตรียมไว้เริ่มเบื่อขึ้นเรื่อย ๆ เลยไปซื้อของที่พอกินได้จากร้านสะดวกซื้อกลับมากิน แล้วมีความสุขมาก! ยังซื้อน้ำซุปบะหมี่แบบเส้นเล็กมาดื่ม หรือเจลลี่นุ่ม ๆ คล้ายแบบน้ำของ Petit Chel? แทบจะกินเหมือนดื่มเป็นของว่างเลย ช่วยให้เจริญอาหารด้วย ดีมากเลย ถ้าใช้ชีวิตกินได้ดีแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ก็น่าจะค่อย ๆ ดีขึ้นแน่ ๆ ใช่ไหม!?
วันที่ 7 วันที่ 7 รู้สึกได้ชัดเลยว่าอาการบวมยุบลงเยอะมาก!! ครบหนึ่งสัปดาห์ก็ไปโรงพยาบาล ตัดไหม ทำความสะอาดในปาก และยังได้เลเซอร์ลดบวมด้วย อาจเป็นเพราะแบบนั้นเลยทำให้สภาพร่างกายดีกว่าวันที่ 6 มาก และเห็นได้ชัดว่าอาการบวมยุบลงแล้ว! ถึงจะเป็นวันที่ 7 แต่ก็มีความสุขแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ความไม่สมมาตรรุนแรง ทำให้อาการบวมก็ไม่เท่ากัน แต่ยังถือว่าบวมอยู่มาก จริง ๆ แล้วไม่ได้รู้สึกกังวลหรือคิดมากเป็นพิเศษเลย! เพราะเชื่อมั่นโรงพยาบาลและคุณหมอมากพอ จึงไม่ได้รีบร้อนคิดอะไร
สัปดาห์ที่ 2 เริ่มรู้สึกว่าเวลาผ่านไปแล้ว! ไปเอาไหมที่อยู่ในปากออกมา...! แสบกว่าที่คิดนิดหน่อย แต่ก็เสร็จเร็วมาก พอเอาออกแล้ว เวลาปิดปากหรือกินอาหารก็สบายขึ้นมาก และไม่มีไหมที่คอยเกี่ยวแล้วก็เลยไม่เจ็บด้วย พยาบาลบอกว่าอาการบวมจะยุบเร็วขึ้นอีก ก็ยิ่งดีใจ
สัปดาห์ที่ 3 ใกล้จะครบหนึ่งสัปดาห์หลังตัดไหมแล้ว! หลังตัดไหม โดยเฉพาะอาการบวมในปากเหมือนจะค่อย ๆ ยุบลงมากขึ้นเรื่อย ๆ! เดิมทีในปากบวมตุ่ยพร้อมกับไหมจนแทบไม่มีช่องว่าง ตอนนี้มีพื้นที่มากขึ้นเยอะ และตอนกินข้าวก็สบายขึ้นเป็นพิเศษ คิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปก็คงจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เลยใส่ใจกับมื้ออาหาร และออกไปเดินเล่นสั้น ๆ บ่อยขึ้นด้วย:) อยากเห็นรูปตอนอาการบวมยุบแล้วและความไม่สมมาตรดีขึ้นเร็ว ๆ พอเริ่มบริหารปาก บางทีก็รู้สึกกรามตึง ๆ แต่ตอนนี้อ้าปากได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็เลยพยายามทำตามอย่างขยัน!
เดือนที่ 1 ในที่สุดก็ครบหนึ่งเดือน.. ตอนกลับไปเช็กอาการ คุณหมอคิมจงยุนบอกว่ากระดูกติดกันได้ดีแล้ว และเพราะเราคิดได้เมื่อไหร่ก็บริหารอ้าปากตลอดทุกวัน ตอนนี้ปากที่เคยอ้าไม่ค่อยได้ก็ใส่นิ้วได้ 2 นิ้วครึ่ง? 3 นิ้วแบบสบาย ๆ แล้ว! พัฒนาการก้าวกระโดด! ตอนนี้กินของนิ่ม ๆ ได้แล้ว มีความสุขมาก ตอนนี้คงเป็นการต่อสู้กับเวลาแล้วล่ะ!
เดือนที่ 2 ครบ 2 เดือนแล้ว!! รู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปเร็วมากแบบไม่อยากเชื่อ! ต่างจากเดือนที่ 1 ตอนนี้ใส่นิ้วได้ประมาณ 4 นิ้วแล้ว! เพราะพยายามบริหารอ้าปากอย่างขยันทุกครั้งที่นึกขึ้นได้ โชคดีที่อ้าปากได้ดีขึ้นและกินข้าวก็ง่ายขึ้น แต่บวมกลับค้างอยู่ ไม่ค่อยยุบลงเลย หน้าก็ยังเหมือนพระจันทร์เต็มดวง.. ยังปรับตัวยากอยู่ แต่คิดว่าเวลาผ่านไปดีขนาดนี้ เดี๋ยวก็คงดีขึ้น! ถึงอย่างนั้น แนวกรามก็ดูชัดกว่าตอนเดือนที่แล้วแน่นอน!!
เดือนที่ 3 เดือนที่ 3 ที่เหมือนเดินทางมาได้ครึ่งหนึ่งของ 6 เดือนแล้ว!!! เมื่อเทียบกับเดือนที่ 2 อาการบวมบริเวณแก้มยุบลงชัดเจนกว่าเดิมและแบนลงอีกนิด! พอมีเวลาฝึกบริหารอ้าปากเรื่อย ๆ ตอนนี้ใส่นิ้วทั้งสี่นิ้วได้แบบไม่ลำบากแล้ว และแม้อ้าปากกว้างก็ไม่เจ็บกรามแล้ว แต่ยังบวมตรงร่องกลางเหนือริมฝีปากกับจมูกอยู่มากจนเศร้า.. แต่เพราะตั้งใจเน้นแก้ความไม่สมมาตรเป็นหลัก คงต้องรอให้บวมยุบมากกว่านี้ถึงจะรู้แน่ชัด แต่ตอนนี้ดูเหมือนความไม่สมมาตรจะดีขึ้นมากแล้ว ก็เลยโอเค!! ตอนนี้ขอแค่อาการบวมที่เหลืออยู่พวกนี้ยุบให้หมดเร็ว ๆ!!!