ตอนแรกเวลารู้สึกว่าเดินช้ามาก.. แต่ไม่รู้ตัวเลยว่าผ่าตัดมาได้ 2 สัปดาห์แล้ว! 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาให้ความรู้สึกเหมือนผ่านไป 2 เดือนจริงๆ
ฉันทำที่ ㅅㅅㅇ ค่ะ แล้วก็หาข้อมูลจากคาเฟ่เยอะมาก ก่อนจะจองเลยตั้งแต่ปรึกษาครั้งแรก ฉันอยากได้ไลน์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่ดูตั้งใจเกินไป แต่ยังสวยอยู่, ตอนหาข้อมูลและดูรีวิวในเว็บแล้ว ㅅㅅㅇ เป็นที่ที่ถูกใจที่สุด, แล้วสิ่งที่กังวลที่สุดก็คือ เสียเงินผ่าตัดไปแล้วแต่จะไม่ได้ผลอะไรเลย.. กลัวเสียเงินเปล่า, ฉันก็ไม่ใช่วัยรุ่นแล้ว กลัวว่าจะมีแต่ทำให้ร่างกายโทรมเปล่าๆ, แต่คุณหมอเจ้าของเคสบอกว่าจะเปลี่ยนไปเยอะ คำพูดนั้นทำให้มีกำลังใจเลยจองทันทีค่ะ
บริเวณที่ทำคือ กรามเหลี่ยม, ลดคางด้านหน้า (ถอยคาง), ตัดกระดูกคอร์ติคอล, ลดกล้ามเนื้อ masseter ค่ะ โครงหน้าฉันค่อนข้างแคบแต่ยาว... แล้วก็ไม่มีเนื้อแก้มมาก... แถมยังมีอสมมาตรด้วย จริงๆ ถ้าอายุน้อยกว่านี้ก็คงทำผ่าตัดขากรรไกรสองข้างไปแล้ว แต่ตอนนี้เป็นสถานการณ์ที่ทำไม่ได้เลย, เลยทำแค่ปรับรูปหน้าเฉพาะกรามค่ะ ตอนอยู่นิ่งๆ ฉันไม่ได้มีคางยื่น แต่เวลายิ้มจะรู้สึกเหมือนคางยื่นเป็นพิเศษ, เลยทำถอยคางไปด้วยค่ะ
- วันผ่าตัด ฉันเป็นเคสแรกตอน 10 โมงเช้าค่ะ เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็รอแบบมึนๆ ก่อนเข้าไปในห้องผ่าตัด วิสัญญีแพทย์เข้ามาแล้วบอกว่า “ใส่เครื่องช่วยหายใจแล้วหายใจนะ~” แล้วหลังจากนั้นก็กรุ๋กๆ... พอวางยาสลบแล้วก็จำอะไรไม่ได้เลย (เข็มสายน้ำเกลือสำหรับผ่าตัด..... เจ็บมากกก!! ตอนนี้ยังเป็นรอยช้ำอยู่....) พอลืมตาขึ้นมาก็อยู่ในห้องพักผู้ป่วยแล้ว ตอนนั้นเจ็บมากแล้วก็หนาวมาก, เลยกดกริ่งเรียกพยาบาล แล้วพยาบาลก็วิ่งมาทันที “เจ็บค่ะ” “หนาวค่ะ” ฉันพูดแค่นี้ 2 คำ.... ไม่มีแรงหรือสติจะพูดอะไรต่อแล้ว เสียงก็แทบไม่ออก, แต่เขาให้ยาแก้ปวดทันทีแล้วก็เปิดฮีตเตอร์ลมเพิ่มให้อีก โอ้โห.. ตอนนั้นเป็นช่วงที่ทรมานที่สุดของฉันเลย.. หนาวจนฟันกระทบกันดังกร็อบแกร็บ แล้วก็เจ็บมาก พอเวลาผ่านไปอาการเจ็บดีขึ้นหน่อย ฉันถึงได้รู้ว่านี่คือห้องพักผู้ป่วย... อ๋อ.. เรามีสายระบายอยู่ด้วย.. มีออกซิเจนด้วย.... โอ๊ย.. ชุดกาวน์ก็เละเทะไปหมด.. เริ่มรับรู้สารพัดอย่าง, แต่สติยังมึนๆ อยู่ ตื่นบ้างหลับบ้างซ้ำไปซ้ำมา
พอถึงช่วงที่ไม่ง่วงแล้ว ฉันกดเรียกพยาบาลไปเข้าห้องน้ำ แล้วเอาโทรศัพท์มาด้วย ดูเวลาแล้ว.... เกินสองทุ่มครึ่งไปแล้ว.... เช็กข้อความห่วงใยจากสามี โทรกลับหาเขา.. แล้วค่อยๆ วิดีโอคอลให้ดูหน้าแบบเงียบๆ (ไม่พูด) จากนั้นก็นอนเหม่ออยู่แบบนั้น เพราะนอนทั้งวันเลยกลางคืนกลับนอนไม่หลับ แต่ก็พยายามฝืนตัวเองให้นอน.. คิดว่าตื่นประมาณทุก 20 นาทีเลย
แต่ที่ว้าวจริงๆ คือ.. ประมาณ 3 ทุ่มหรือเลยกว่านั้นนิดหน่อย ฉันไม่แน่ใจ คุณหมอเจ้าของเคสที่ผ่าตัดให้มาหา แล้วถามว่าเป็นยังไงบ้าง บอกว่าผ่าตัดออกมาดีมาก, ยังอธิบายเรื่องต่างๆ ให้ฟังอีก แค่ท่านยังอยู่ถึงเวลานั้นเพื่อมาดูแลก็ทำให้ฉันตกใจและดีใจมาก ประทับใจตรงนี้อีกครั้ง.. พยาบาลที่คอยเปลี่ยนถุงประคบเย็นให้ทั้งคืนก็สุดยอดจริงๆ ว้าว... ที่นี่คือการดูแลพยาบาลของจริง ฉันประทับใจอีกแล้ว... สุดยอดจริงๆ สุดยอดที่สุด!!
- วันที่ 1 ถึงวันที่ 3 ตอน 8 โมงเช้า พยาบาลบอกล่วงหน้าว่าจะถอดสายระบาย แล้วถามว่าจะดื่มนมถั่วเหลืองไหม.. ฉันไม่ดื่ม.. ไม่มีทั้งความอยากอาหารและเรี่ยวแรง.. ตอนถอดสายระบาย... อื้อ... เอ่อ... ไม่ได้เจ็บมากแบบทนไม่ไหว แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เจ็บเลย.. ความรู้สึกมันคือ... อา... แย่มาก แล้วคุณหมอเจ้าของเคสก็มาตั้งแต่เช้า ถามว่านอนหลับดีไหม เป็นยังไงบ้าง แล้วก็คอยอธิบายต่อไปว่าจะเป็นยังไง, ตรงนั้นก็ประทับใจอีก.... (ตกลงต้องประทับใจกี่รอบกัน..) ตอนกำลังคิดว่าเมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน เจ้าหน้าที่ที่ดูแลบอกว่าหน้าฉันบวมแทบไม่เห็นเลย ดูเหมือนคนที่ผ่าตัดมาแล้วประมาณ 2 สัปดาห์, ฉันก็ยิ้มดีใจจนเจ็บแล้วน้ำตาคลอนิดหน่อย.. แล้วเขาบอกว่าสามารถกลับบ้านได้เลย กำลังทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลอยู่... จู่ๆ ก็รู้สึกว่าหน้าเริ่มบวมขึ้นมา.. ความรู้สึกตอนนั้นคือ... รู้สึกได้เลยว่ามันกำลังบวมจนแอบน่ากลัว..... กังวลอีกแล้วว่าตอนเมื่อกี้ที่ยิ้มมีอะไรผิดปกติไหม... ฉันนั่งแท็กซี่กลับบ้านได้อย่างทุลักทุเล แล้วก็ได้รับการต้อนรับพร้อมความห่วงใยแบบจัดเต็มจากสามี หลังถอดสายระบายต้องงดอาหาร 4 ชั่วโมง เลยรอถึง 12 โมง, แล้วดื่ม New Care ไป 1 ขวด... ลำบากมาก... กลั้วคอยิ่งลำบากกว่า.. นอนราบสบายๆ ก็ไม่ได้ หิวแต่ก็ไม่อยากกิน กลั้วคอก็เจ็บ... จนถึงวันที่ 3 รู้สึกว่าทั้งฉันและสามีก็ไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่แล้ว
สามีบอกว่า: “กระดูกเล็กลงแล้ว!! ถึงจะบวมก็ยังเห็นเลย!” (คำแรกที่เขาพูดตอนเห็นหน้าฉัน)
- วันที่ 3 ถึงวันที่ 7 วันที่ 3 ตอนเอาเทปที่แปะบริเวณคางออก โอ้โห..... ฉันตกใจมาก จู่ๆ อาการบวมก็ยุบลงฮวบ แล้วกลายเป็นคางสองชั้น ปากกับคางด้านหน้าบวมป่องขึ้นมาก.. เทียบกับคนอื่นแล้วฉันน่าจะบวมไม่มากนะ.. แต่ก็ยังตกใจจริงๆ.. ฉันออกไปเดินเล่นวันละ 2-3 ครั้งทุกวัน, ออกไปแต่ละครั้งอย่างน้อย 30 นาที และมากสุดก็เป็นชั่วโมงกว่า ใส่หมวกบัคเก็ตกับหน้ากากออกไป.. แล้วก็แปลกมาก หน้าบวมอยู่แท้ๆ แต่รู้สึกเหมือนหน้ากากใหญ่ขึ้น!!! อาการบวมไม่ได้ยุบวูบทันที แต่ค่อยๆ ลดลงทีละนิดๆ, แล้วตั้งแต่วันที่ 3 เป็นต้นมาเพราะความรู้สึกที่ปากกับคาง ฉันก็รู้สึกแปลกๆ หน่อย จี๊ดๆ ตุ๊บๆ เหมือนมีแมลงไต่ ตั้งแต่นั้นมาก็หิวมาก.. ลองตัดเส้นก๋วยเตี๋ยวให้เล็กแล้วกลืนรวบๆ, ลองกินไอศกรีม, ลองปั่นโจ๊กให้เหลวแบบข้าวต้มใสๆ แล้วกิน หลายอย่างเลย.... แต่การกลั้วคอทรมานมากจนเบื่อทุกอย่างไปเลย... ไม่ผิดคาด พอไปตรวจที่โรงพยาบาลในวันที่ 7, เขาบอกว่ากลั้วคอไม่ค่อยดี มีเศษสิ่งแปลกปลอมเยอะ.... แบบนี้จะหายช้า... ตอนเอาสิ่งแปลกปลอมออกให้.. ก็เจ็บมากอีก.. ฉันไปทำหลังการรักษา... โอ้โห... พอได้ดูแลผิวกับลดบวมแล้วกลับบ้าน, สามีก็บอกว่า “เอ๊ะ.. มีกรอบคางแล้ว!” แล้วฉันก็ชอบใจอีกครั้ง
- สัปดาห์ที่ 2 10 พ.ค. ลาหยุดหลังผ่าตัด 20 พ.ค. กลับไปทำงานค่ะ ตอนนั้นทั้งคางด้านหน้าชาและบวม ปากบวมกับไหมเย็บก็ค่อนข้างลำบาก, แต่ฉันก็อดทนเพราะหวังว่าสัปดาห์นี้จะได้ตัดไหม... การกลั้วคอทรมานมาก... (แค่ใช้น้ำกลั้วคอก็แสบและเจ็บแล้ว) เลยกินแค่โปรตีนเชคกับนมถั่วเหลือง... แล้วน้ำหนักก็ลดไป 3 กิโลแบบง่ายๆ.. เวียนหัวสุดๆ.... ถึงเวลาตัดไหมที่รอคอย..... ฉันพยายามกลั้วคออย่างดีแล้วนะ แต่พี่พยาบาลบอกว่าทำได้ไม่ค่อยดี.. มีเศษสิ่งแปลกปลอมติดเยอะ... แบบนี้จะหายช้า แล้วตอนดึงไหมออก..... อา............เจ็บมากกกกกกก!!!!!! ฉันไม่ได้ฉีดสเปรย์ยาชา.. เพราะไปตอนกลางวัน.. เขาบอกว่าถ้าใช้สเปรย์ยาชา จะกินอะไรไม่ได้ 1-2 ชั่วโมง ตอนเย็นกลับบ้านแล้วได้กลั้วคอและใช้แปรงสีฟันเด็กสักที.. แต่คงเพราะฉันทำอย่างตั้งใจเกินไป... เลยมีเลือดออก.... ออกมากกว่าที่คิด ฉันตกใจมาก.... กลัวว่าจะอักเสบอีก... สงครามกับการกลั้วคอคงยังไม่จบ
อ้อ! คุณหมอบอกว่าไม่ให้ใช้ยาสีฟัน เลยให้ใช้แปรงสีฟันชุบในน้ำยา Hexamedin ที่เจือจางแล้วแปรงแทนค่ะ
แต่ชัดเจนว่าพอตื่นขึ้นมาแล้ว ภายในปากรู้สึกสบายกว่าวันก่อน ยังมีบวม ยังชา ยังจี๊ดๆ อยู่ แต่ฉันกำลังรอให้มันดีขึ้นค่ะ เพื่อนร่วมงานก็บอกว่าตาฉันดูโตขึ้นมาก และจมูกก็ดูเหมือนสูงขึ้นด้วย, เขาบอกว่าน่าทึ่งมาก
ความเจ็บแบบอื่นๆ ก็พอทนได้หมด.... กลั้วคอ กลั้วคอ กลั้วคอ... ฉันรู้สึกว่ากลั้วคอมันยากและเจ็บมากจริงๆ ประมาณสัปดาห์ที่ 3 จะดีขึ้นไหม.....
ชอบ 0