<รูปปัจจุบัน (เดือนที่ 10)> จริงๆ เป็นโพสต์ที่ลงเพื่ออัปเลเวลนะ ฉันลบรูปไปเยอะ เลยไม่รู้ว่ายังมีอะไรให้ลงได้ไหม แต่ในฐานะคนที่เคยวุ่นวายทั้งผลข้างเคียงจากยา แผลแยก และไขมันไปติดในที่แปลกๆ ฉันคิดว่าถึงจะเป็นข้อความอย่างเดียว ถ้าเขียนละเอียดก็น่าจะดี เลยมาเขียนไว้ ข้อมูลโรงพยาบาลฉันเปิดเผยได้อย่างมั่นใจ เพราะว่า.. ฉันขอบคุณคุณหมอจริงๆ ปกติการผ่าตัดแบบนี้ ต่อให้คิดถึงรอบที่ 2 ภายใน 3 เดือนก็น่าจะฟื้นตัวได้พอสมควรและจบแล้ว แต่ฉันใช้เวลา 10 เดือนกว่าจะเข้าที่ จริงๆ ถึงตอนนี้บริเวณที่เกิดผลข้างเคียงก็ยังไม่รู้สึกว่าจบสมบูรณ์ คิดจากระยะเวลาที่ตาอีกข้างยุบ ฉันยังคาดหวังว่ามันอาจจะยุบลงอีกหน่อย ถ้าคิดรวมการรักษาครั้งสุดท้าย ตั้งแต่ผ่าตัดเดือนมิถุนายนจนถึงผ่าตัดแก้เดือนกุมภาพันธ์ ก็เท่ากับว่าคุณหมอดูแลเคสฉันคนเดียวอยู่ 8 เดือนเพื่อแก้ไขให้ ผลข้างเคียงก็คือผลข้างเคียง และฉันไม่ได้ไม่พอใจโรงพยาบาล ฉันขอบอกไว้ก่อน เพราะอาจทำให้เข้าใจผิดได้ ยังไงทุกคนน่าจะอยากรู้เรื่องผลข้างเคียงมากกว่า ฉันจะพูดเรื่องนั้นเป็นหลักก่อนนะ
ฉันเป็นคนค่อนข้างผอม แต่ช่วงล่างเท่านั้นที่อ้วนมากๆๆ แบบบ้าคลั่ง.. ถ้าเลือกกางเกงให้พอดีกับต้นขา เอวจะใส่กำปั้นได้สองข้าง แต่ถ้าเลือกให้พอดีกับเอว ขาจะใส่ไม่เข้า พอน้ำหนักขึ้น ขาจะอ้วนก่อน ดังนั้นหน้าฉันเลยเหมือนโครงกระดูกตลอด ทั้งที่ตอนนั้นสุขภาพดีที่สุดในชีวิตและน้ำหนักก็ขึ้นแล้ว แต่คนยังถามตลอดว่าไม่สบายหรือเปล่า ชีวิตลำบากไหม ทำไมผอมลงเรื่อยๆ... ไม่ใช่... ไม่ใช่นะ.. ฉันตะโกนอยู่ว่าแค่หน้าเป็นแบบนั้น แล้วอยู่ๆ ฉันก็ไปปลูกถ่ายไขมัน ตอนแรกจองปลูกถ่ายไขมันทั่วหน้า กับร้อยไหม Mint ที่คาง 2 เส้น.. แล้วก็มา ㅎㅎ... ระหว่างรอวันผ่าตัด ฉันก็เกิดความอยากขึ้นเรื่อยๆ ว่าในเมื่อจะเอาไขมันจากขาแล้ว ก็อยากเอาออกให้จริงจังไปเลย เลยโทรกลับไปปรึกษาเรื่องขาด้วยและจองคิว
สไตล์การผ่าตัดของคุณหมอค่อนข้างอนุรักษ์นิยม บริเวณหัวเข่าคุณหมอบอกว่าเสี่ยงเลยเอาออกให้น้อยกว่า แต่ตอนท้ายเพราะฉันยังไม่ค่อยพอใจ คุณหมอเลยช่วยทำหัตถการเพิ่มเพื่อเก็บไลน์ให้ เพราะฉันหมกมุ่นกับชุดกระชับมากเกินไป.. กลับกลายเป็นว่าแผลแยก.. แต่ฉันซื่อบื้อจนไม่รู้ว่านี่คือแผลแยก เลยปล่อยไว้.. ㅎ.. สุดท้ายต้องผ่าเปิดแผลใหม่แล้วเย็บ คุณหมอดูเสียใจกว่าฉันอีก อันนี้เป็นแผลเป็นแล้ว แต่ไม่เป็นไร.. ยังไงฉันก็เป็นแวมไพร์ เดี๋ยวผ่านไปอีกหน่อยก็คงหาย
ผลข้างเคียงอยู่ที่หน้า ตอนรอบที่ 2 ไขมันที่ไหลลงมาจากหน้าผากไปติดที่ใต้ตาผิดที่ ทำให้ตาข้างหนึ่งบวมอยู่ข้างเดียว.. สองเดือนก็ไม่ยุบ ฉันไปโรงพยาบาล ตอนแรกพยายามจัดด้วยการฉีดคอนทัวร์ แต่ฉีดทุกสองสัปดาห์นานกว่าสามเดือนแล้ว ส่วนสุดท้ายระดับหนึ่งก็ยังไม่ยุบ ฉันถามว่ากรณีแบบนี้พบบ่อยไหม เหมือนจะไม่มีใครหนักเท่าฉัน และนอกจากฉันเหมือนจะมีอีกคนหนึ่งมั้ง? สุดท้ายเดือนกุมภาพันธ์ คุณหมอบอกว่าไม่อยากให้ฉันต้องผ่าตัดอีกถ้าเลี่ยงได้ แต่ให้เจาะใต้ตาเบาๆ แล้วเอาออกกันเถอะ หลังวันหยุดเทศกาลก็จัดการทันที และหลังจากนั้นประมาณหนึ่งเดือนก็เริ่มเท่ากัน ยังเหลือบริเวณถุงใต้ตาเวลายิ้มอยู่นิดหน่อย
เดิมทีฉันมีภูมิแพ้นิดหน่อย แต่ไม่ได้มีอะไรกับยาปฏิชีวนะเป็นพิเศษนะ? อาการบวมที่ไม่ยุบอยู่นานทำให้สงสัยยาปฏิชีวนะ.. ฉันมักมีอาการบวมและคันรอบตากับรอบปาก.. แต่กลุ่มเซฟาโลสปอรินดูน่าสงสัย เลยบอกคุณหมอ แล้วตอนผ่าตัดครั้งสุดท้ายคุณหมอก็เปลี่ยนให้ สรุปแล้วน่าจะเป็นภูมิแพ้จริงๆ ระยะฟื้นตัวเร็วขึ้นเป็นสองเท่า...
ตอนนี้จะพูดข้อดีหลังผ่าตัดนะ ㅋㅋㅋㅋㅋ อย่างแรก แม่บอกว่าหน้าดูอวบอิ่มขึ้น เป็นเงิน 2 ล้านวอนที่คุ้มค่ามาก (เฉพาะทั่วหน้า 2 ล้าน) น้ำหนักฉันลดลงกว่าก่อนทำอีก แต่ที่ตลกคือㅋㅋ หลังจากนั้นไม่มีใครถามฉันอีกเลยว่าน้ำหนักลดเหรอ ป่วยเหรอ หรือมีตรงไหนไม่ดีอีกหรือเปล่า ㅜㅜ แน่นอนว่าดูเด็กลงประมาณ 10 ปี(?) ส่วนที่แม้แต่คุณหมอก็รับประกันไม่ได้คือ ใต้ตาคล้ำหายไป ตอนแรกบอกว่าอาจต้องจัดเรียงไขมันใหม่ภายหลัง แต่ตอนนี้มันหายไปแล้ว เลยพอใจมาก เมื่อก่อนด้านข้างเหมือนลูกบอลเด้งๆ ที่มีจมูกวางอยู่หนึ่งอัน แต่ตอนนี้ดูเหมือนคนขึ้นมาหน่อย เพราะไขมันน้อยเกินไป โหนกแก้มเลยยื่นมาก แต่ตอนนี้ไลน์ถูกจัดให้เรียบร้อยแล้ว ตอนแรกมันปัง! แน่นมาก แต่ถ้าคิดถึงก่อนทำ ฉันว่าการติดของไขมันโอเค ตอนแรกคิดว่าไขมันหายไปเยอะไปไหม แต่ตอนนี้พอดีเลย ㅎㅎ อาจเพราะหน้าผากยังเหลือเยอะ เลยยิ่งพอใจ ㅎㅎ ส่วนขา ฉันชอบที่กางเกงทุกตัวใส่สบายขึ้น.... พอผ่านไปประมาณ 10 เดือน ส่วนที่ตอนแรกไลน์ยังไม่เรียบร้อยเหมือนหัวเข่าเด่นออกมาอย่างเดียว ก็เข้าที่จนไม่ดูแปลกแล้ว คงมีอาการบวมด้วยแหละ
ถูกใจ 9