โพสต์

รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม

จากหน้าเหมือนพระจันทร์เสี้ยวกลายเป็นหน้าที่มีมิติ

สวัสดีค่ะ ทุกคน ตอนนี้ฉันทำผ่าตัดขากรรไกรมาได้ 4 เดือนแล้ว!! ก่อนผ่าตัด หน้าฉันโดยปกติจะค่อนข้างแบน และตอนยิ้มโดยเฉพาะส่วนสบฟันล่างยื่นจะดูเด่นขึ้นมาก มองจากด้านข้างจะเหมือนรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว 🌛 ประมาณนั้นเลยค่ะ อีกทั้งพอมีโหนกแก้มใหญ่กับสบฟันล่างยื่นซ้อนกัน เวลาเก็บผมยังเคยโดนทักว่าเหมือนผู้หญิงแต่งตัวเป็นผู้ชาย จนดูมีภาพลักษณ์ออกแนวผู้ชายและดูแข็ง ๆ เลยตัดสินใจวันที่ 9 มีนาคมไปทำผ่าตัดขากรรไกรและศัลยกรรมโครงหน้า 3 รายการ (โหนกแก้ม, กรามเหลี่ยม, คาง) ที่ Ya Oral Surgery ค่ะ! หลังผ่าตัด ช่วงเดือนที่ 2 เพื่อนที่รู้ว่าฉันผ่าตัดบอกว่ายังมีบวมที่แก้มหน้าและบริเวณร่องแก้มอยู่ แต่ตอนนี้เข้าสู่เดือนที่ 3 แล้ว 7 คนจาก 8 คนบอกว่าดูเหมือนยุบบวมหมดแล้ว เหลือประมาณ 1 คนที่บอกว่าน่าจะยังมีบวมอยู่นิดหน่อยตรงร่องแก้ม จริง ๆ ฉันเองก็คิดว่าเกือบยุบหมดแล้ว แต่คุณหมอก็พูดเหมือนกันว่ายังต้องยุบลงอีกนิดหนึ่ง ในแง่ภาพลักษณ์ ก่อนผ่าตัดฉันดูเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุรุ่นเดียวกันนิดหน่อย แต่หลังผ่าตัด พอคางยุบเข้าไปและทำศัลยกรรมโครงหน้าแล้วความรู้สึกโดยรวมดูนุ่มนวลขึ้น คนก็ชอบทักว่า ทำไมถึงดูน่ารักขึ้นขนาดนี้ haha ฉันก็รู้สึกเหมือนกันว่าเด็กลงจริง ๆ เป็นการผ่าตัดที่พอใจมากจริง ๆ!!! ในด้านสภาพร่างกาย ประมาณเดือนที่ 2 ฉันเริ่มรู้สึกว่าร่างกายกลับมาเป็นปกติแล้ว! ช่วงสัปดาห์ที่ 1 ถึง 3 แค่เดินนิดเดียวก็หอบและรู้สึกหัวใจเต้นเร็ว แต่ตอนนี้เวลาเดินจะไม่รู้สึกหอบหรือหัวใจเต้นเร็วแล้ว เหมือนกลับไปมีแรงเท่าก่อนผ่าตัดเลย ตอนนี้ครบเดือนที่ 3 แล้ว ฉันเริ่มรู้สึกได้ทุกส่วนแล้ว เห็นรีวิวที่บอกว่าถ้าใช้นิ้วกดเบา ๆ ที่โหนกแก้มหรือคางจะมีอาการจี๊ด ๆ ฉันก็เข้าใจแล้วว่าหมายถึงอะไร แต่ความจี๊ด ๆ แบบนั้นก็แปลว่ายังมีความรู้สึกอยู่ เลยอยากฟื้นตัวให้เร็วขึ้น! เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ใช้ชีวิตประจำวันลำบาก แต่บริเวณคางเขาว่าต้องรอถึง 1 ปีเลยกว่าจะเข้าที่ การผ่าตัดขากรรไกร + โครงหน้าจริง ๆ แล้วการรอให้ฟื้นตัวเป็นเรื่องใหญ่มาก เรื่องอาหาร พอถึงเดือนที่ 2 ถ้าแทบกินอะไรไม่ได้เลยฉันคงรู้สึกเหมือนจะล้มลงและเครียดมากกว่าเดิม เลยกินในระดับที่ไม่กระทบกับขากรรไกรมากเกินไป ฉันก็เคยเห็นไกด์ไลน์ว่าแต่ละสัปดาห์กินอะไรได้บ้าง 1 ถึง 8 สัปดาห์ ซึ่งก็โอเคนะ แต่ฉันอดไม่ไหว เลยลองกินก่อน ถ้าเจ็บก็ค่อยหยุด เพราะถ้าเจ็บแปลว่าขากรรไกรกำลังรับภาระ พอผ่านมานิดหน่อยหลัง 2 เดือน บอกตรง ๆ ว่าแทบไม่มีอะไรที่กินไม่ได้แล้ว หมูสามชั้น, มาลาทัง, ต๊อกบกกี.. กินได้หมด แต่หลังจากไม่ได้กินของเผ็ดจัดมา 2 เดือน พอกินของมัน ๆ และเผ็ด ๆ ทันที วันถัดมาก็ขึ้นสิว 2, 3 เม็ดเลย ถ้าอยากกินของเผ็ด แทนที่จะกินเยอะในวันเดียว ค่อย ๆ เพิ่มปริมาณทีละนิดและกินในช่วงเวลานานขึ้นจะดีกว่า ร่างกายจะปรับตัวได้ ไม่อ้วนง่ายและผิวก็ไม่รับภาระเกินไป อีกอย่างก่อนผ่าตัดฉันกินมาลาทังระดับ 3 ได้ และบูลดักก็ยังพอกินให้อร่อยได้ แต่หลังผ่าตัดตอนนี้มาลาทังระดับ 1.5 ก็แทบจะเป็นขีดจำกัดแล้ว ส่วนบูลดักแค่กินไปหนึ่งคำก็เผ็ดทันที.. ตอนนี้เพิ่งเกิน 3 เดือนมานิดหน่อย แม้แต่แตงกวาดิบก็ยังกินได้ เขาว่าต้องระวังถึง 6 เดือน แต่ถ้ากัดทีละนิดสำหรับฉันก็ไม่มีปัญหา ดูเหมือนว่าฉันจะฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว พอมาดูรูปก่อนและหลังผ่าตัดตอนนี้ ก็ยิ่งรู้สึกชัดเจนขึ้นว่าทำถูกแล้วจริง ๆ สำหรับคนที่กำลังอ่านรีวิวหลังผ่าตัดนี้อยู่ หวังว่าทุกคนจะโฟกัสกับการฟื้นตัวโดยคิดว่าเวลาจะให้คำตอบ และสำหรับคนที่กำลังลังเลว่าจะผ่าตัดดีไหม หวังว่ารีวิวก่อนหน้ากับรีวิวนี้ของฉันจะเป็นประโยชน์นะคะ

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้