ก่อน <ก่อนผ่าตัดแก้ (ผ่านไปประมาณกว่า 10 ปีหลังผ่าตัดครั้งแรก)> หลัง <วันที่ 2–3 หลังผ่าตัด> หลัง <3 เดือนหลังผ่าตัด> ควรเขียนแบบกันเองหรือแบบสุภาพดีครับ?
ผมเป็นผู้ชาย เลยอยากให้ผู้ชายด้วยกันใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงให้ได้มากที่สุด โรงพยาบาลนี้ไม่มีส่วนลดแลกรีวิว แต่ผมเขียนรีวิวนี้เองโดยสมัครใจ เพราะไม่ว่าใครก็คงเหมือนกัน ก่อนจะทำ ไม่ว่าจะผ่าตัดครั้งแรกหรือผ่าตัดแก้ ก็คิดหนักมาก พอมาดูสิ่งที่ผมเขียนไว้ เหมือนว่าประมาณ 1 ปีก่อนผมก็ออกไปตระเวนปรึกษาแล้ว ไปปรึกษามาหลายโรงพยาบาลด้วย เวลาอ่านรีวิวก็คงคิดกันว่า ไอ้คนนี้ได้รับเงินมาเขียนหรือเปล่า ดังนั้นก็หวังว่าจะช่วยให้ใช้เป็นข้อมูล ลดตัวเลือกให้แคบลงได้บ้างแม้เพียงเล็กน้อย.. ไม่มีหรอกว่าโรงพยาบาลนี้คือคำตอบที่ถูกต้องหรือดีที่สุด เพราะสุดท้ายคนที่ต้องตัดสินใจจากตัวเลือกหลาย ๆ ทางก็คือตัวเอง แต่ก็อย่าเหมือนผมเมื่อ 10 ปีก่อน ที่เดินเข้าไปทำกับโรงพยาบาลอะไรก็ได้ที่เห็นแถวบ้าน
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนเด็ก ๆ ผมมีตาที่ยาวแคบเหมือนถูกกรีด เป็นตาชั้นเดียว เล็ก และดูง่วง ตอนนี้มาคิดดูแล้ว ในเกาหลีตาแบบนั้นพบได้บ่อยมาก และผมคิดว่ามันก็มีเสน่ห์ในแบบของมัน แต่ด้วยความคิดตอนเด็ก ผมคิดว่าถ้าผ่าตัดตาอย่างเดียว ก็น่าจะพอเฉียด ๆ วอนบินได้ ไม่สิ จริง ๆ เดิมทีไม่ได้คิดเรื่องนี้หรอก หลังทำ LASEK แล้ว ผมไปตรวจตาอย่างละเอียดที่คลินิกจักษุ เขาบอกว่าขนตายาวและมีหนังตาตก ทำให้ตาเป็นรอย ตอนนั้นแหละที่คิดว่าจะผ่าตัดดีไหม
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ดังนั้นประมาณ 10 กว่าปีก่อน แถวสถานีซอฮยอน บุนดัง มีคลินิกศัลยกรรมเยอะมาก ผมไปดูมาประมาณห้าแห่ง สี่แห่งก็บอกประมาณว่า ฮ่า ๆ ตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว ใช้ชีวิตแบบนี้ไปเถอะ หรือ ตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว ทำไมถึงอยากทำล่ะครับ หรือไม่ก็ ผมผ่าตัดให้ไม่ได้ อะไรแบบนั้น ในนั้นมีที่หนึ่งที่ผู้อำนวยการเป็นผู้หญิง เธอเอารูปก่อน-หลังผ่าตัดหลายแบบให้ดูแล้วชักชวนผม บอกว่าเพราะผมเป็นผู้ชาย จะทำให้เป็นธรรมชาติมาก ๆ ผมก็ยืมเงินพ่อแล้วจ่ายทันที ตอนนั้นน่าจะ 2 ล้านวอน ทำเป็นผ่าตัดกรีดเต็มสร้างตาสองชั้นและแก้หนังตาตก
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนอยู่บนเตียงผ่าตัด ผู้อำนวยการผู้หญิงบ่นพึมพำว่า อ่า ทำไมตาข้างนี้ถึงทำไม่ได้แบบนี้นะ แล้วยังหงุดหงิดใส่ผมอีก บอกว่า คุณคนไข้ลืมตาดูสิคะ ไม่ใช่ค่ะ ฉันบอกให้ใช้แรงที่ตาซ้ายไงคะ ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ตอนผมไปถ่ายรูปหลังผ่าตัด พนักงานที่ถ่ายรูปให้มองผมด้วยสายตาเหมือนสงสารบางอย่าง ตอนนี้มาคิดดูแล้ว ตอนนั้นผมน่าจะคว่ำเตียงผ่าตัดไปเลย.. แต่ก็คงทำแบบนั้นไม่ได้ ทันทีหลังผ่าตัด เส้นชั้นตาชัดมาก แต่ผมคิดว่าคงเพราะบวม เวลาผ่านไปอีก ผมก็ยังคิดว่าคงเพราะบวม ดังนั้นหลังผ่านไปประมาณ 6 เดือน โรงพยาบาลนั้นก็แก้ให้ผมแค่ตาข้างเดียว แก้แล้วผมก็ยังไม่ชอบ ผ่านไปประมาณ 1 หรือ 2 ปี ผู้อำนวยการคนนั้นย้ายไปโรงพยาบาลอื่น ผมเลยตามไปถามว่าตานี้พอจะทำอะไรได้ไหม เธอบอกว่า ตอนนี้ดีที่สุดแล้วค่ะ ถ้าทำมากกว่านี้จะแปลก “ใช้ชีวิตแบบนี้ไปเถอะค่ะ” จะไปว่าอะไรเรื่องแพทย์ฝีมือไม่พอก็คงไม่ได้ และเธอก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านตาด้วย แค่จนถึงตอนนี้ที่ผ่านมากว่า 10 ปี ผมก็ยังมีมากกว่าความโกรธแค้นอยู่ ผมก็ทิ้งรีวิว 1 ดาวไว้ให้แล้วด้วย และก็เสียใจกับการตัดสินใจผิด ๆ โง่ ๆ ของตัวเองในวัยเด็ก วอนบินบ้าบออะไร
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
หลังจากนั้นผมก็ใช้ชีวิตไปแบบนั้น คนรู้จักก็พูดว่า ทำไปทำไม ตานายเป็นอะไร อย่าจ้องสิ รู้สึกกดดัน พวกเขาก็สบตากับผมยาก พอเหนื่อยนิดเดียว ตาไส้กรอกก็ยิ่งหนักขึ้น แล้วก็มีคนพูดว่า นายผ่าตัดตามาใช่ไหม? ต้องผ่าแก้แล้วล่ะ แล้วก็เหมือนมีความอึดอัดในอากาศที่สัมผัสได้ แม้ไม่ต้องพูดออกมาตรง ๆ อ๋อ อีกฝ่ายกำลังเกรงใจผมอยู่สินะ เพราะแบบนั้น ความมั่นใจในตัวเองก็ลดลงมาก และความเครียดก็ค่อย ๆ สะสมอยู่ในใจ ผมเป็นคนค่อนข้างไม่ละเอียดอ่อนอยู่แล้ว เลยไม่รู้ว่าเพราะคิดว่าเอาเถอะแล้วใช้ชีวิตมาได้ somehow หรือเปล่า แต่คนที่มีนิสัยอ่อนไหวคงลำบากมากแน่ ๆ อย่างน้อยพอผ่านไปประมาณ 5 ปี อาจเพราะอายุมากขึ้น มันก็ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นนิดหน่อย คนรู้จักก็ถึงขั้นพูดว่า ตอนนี้ก็ดีแล้ว ยังจะผ่าตัดอีกเหรอ แต่ในฐานะดวงตาของผู้ชาย ผมก็ยังไม่พอใจอยู่ดี เลยเริ่มตระเวนปรึกษาตั้งแต่ประมาณ 1 ปีก่อน ก็คิดว่าทำไมไม่ทำให้เร็วกว่านี้.. แต่ตอนนั้นถ้าผ่าตัดแก้ ก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะสำเร็จไหม และถ้าพลาดขึ้นมา ผมกังวลมากจนรู้สึกว่าชีวิตคงจบ จะบอกว่ายังไม่ถึงขั้นว่า ต่อให้ต้องเสี่ยงล้มเหลวก็ต้องทำให้ได้ ไม่ขนาดนั้น
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ดังนั้นผมคิดว่าตอนนี้จะถ่วงเวลาไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2023 ผมก็สมัครเว็บนู่นนี่ ค้นหาดูหลายที่ คัดออกมาแค่สี่แห่ง แล้วไปปรึกษาด้วยตัวเอง เพราะเป็นตาไส้กรอก ทุกที่แนะนำวิธีตัด/แยกสองเส้นเหมือนกันหมด ทุกที่ดูมั่นใจ บอกว่าผู้ชายพยากรณ์ผลดี จากสี่แห่งที่ผมไปมา ผมจะเขียนชื่อย่อสามแห่งนะ ขอให้เข้าใจด้วย ศัลยกรรมตกแต่ง ㅇㅁㄹ ศัลยกรรมตกแต่ง ㄱㅎㅅ ศัลยกรรมตกแต่ง ㅈㅇㅈ และผมผ่าตัดที่อีกแห่งที่เหลือ ตอนประมาณช่วงอากาศหนาวในปี 2024 ผลลัพธ์ให้ดูรูปกับคำอธิบายประกอบนะ ผมขอให้ทำตาให้ใกล้เคียงตาชั้นเดียวที่สุด ผมทำด้วยวิธีตัด/แยกสองเส้น และวิธีนี้คงกังวลเรื่องแผลเป็น แต่แผลเป็นมองไม่เห็นเลย สำหรับผม ระดับนี้ถือว่าพอใจมาก ตอนนี้แทนที่จะดูเป็นตาที่ผ่าตัดมา มันก็ดูพอเหมือนว่าตาเดิมเป็นแบบนี้อยู่แล้วใช่ไหม? ตาซ้ายขวาไม่ได้สมมาตรกันอย่างสมบูรณ์ แต่เรื่องนี้ก็กำลังค่อย ๆ ดีขึ้นตามเวลา เพิ่งผ่านไปแค่ 3 เดือนหลังผ่าตัดแก้เอง ที่จริงที่นี่ผมก็กังวลมากเหมือนกัน เพราะมีคนส่งข้อความมาบอกว่ามีคนที่พยากรณ์ผลไม่ดีจากคลินิกศัลยกรรมนี้ แต่ผมคิดว่าสิ่งนี้ก็คงเหมือนกันในทุกคลินิกศัลยกรรมไม่ใช่หรือ มันคงไม่มี 100% หรอก บางคนก็ทำออกมาดี บางคนก็พัง ต้องสวดภาวนาเยอะ ๆ ด้วยนะ อ้างอิงไว้ว่า ผมไม่มีศาสนา
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
เขียนไปเขียนมา นี่ผมเขียนรีวิวหรือเขียนอัตชีวประวัติกันแน่? คงมีอะไรสะสมอยู่ในใจเยอะมาก เขียนไปตามที่มันไหลออกมา ปรากฏว่าส่วนประวัติยาวเยอะเลย อย่างไรก็ตาม ถ้าเขียนแบบนี้ พวกคุณก็คงเชื่อผมมากขึ้น ผมไม่ได้รับเงินแม้แต่แดงเดียว ที่แบ่งข้อความไว้ก็เพื่อให้อ่านเฉพาะส่วนที่อยากอ่าน.. อย่างไรก็ตาม ขอให้ครอบครัวของทุกคนมีแต่ความสุข
แล้วต่อให้ส่งข้อความมาถามนู่นนี่ โอกาสที่ผมจะเห็นมีน้อยมาก ดังนั้นแค่อ่านโพสต์แล้วไปได้เลย~