ก่อนๆๆๆๆๆ natural adhesion (2 ปีก่อน) + ทำแค่เปิดหางตาล่าง (วันที่ 3 หลังผ่าตัด!) ทำที่ ㅇㅇㅍ ใกล้สถานี Sinsa!
พอทำจมูกแก้ครั้งที่ 3 ไปด้วย ก็เลยจัดเรื่องเปิดหางตาที่เป็นปมในช่วงพักฟื้นไปพร้อมกัน... คนที่คอยโพสต์ไปบ่นไปอย่างขยันคือเรานี่แหละ haha ถ้าไปดูโพสต์ก่อนหน้าของเราจะเห็นรีวิวผ่าตัดจมูกแก้ (รีวิวเมกาเดิร์ม) กับโพสต์หาคลินิกทำหางตานะ
พอจะโพสต์เรื่องเปิดหางตาครั้งนี้ เลยคิดว่าน่าจะดีถ้ารวมรีวิวตาที่เป็นมาตั้งแต่เกิด + รีวิว natural adhesion + รีวิวเปิดหางตาไว้ด้วยกัน ก็เลยเขียนโพสต์นี้
สรุปคือ เรื่องมันเป็นแบบนี้ เมื่อ 2 ปีก่อนเราไปทำ natural adhesion ที่ ㄷㅇㅇ แล้วพอทำตาสองชั้นก็มีคนชมว่าตาสวยเยอะ เลยออกไปหาข้อมูลทั้งออฟไลน์ทั้งออนไลน์ พอไปหาคุณหมอท่านนั้นที่เคยทำให้ ปรากฏว่าที่นั่นไม่มีคุณหมอแล้ว ผิดหวังมาก.. แล้วลองค้นชื่อคุณหมอในชุมชนนี้ทันที ก็เจอว่าตอนนี้อยู่ที่ ㅇㅇㅍㅋㅋㅋㅋㅋㅋ
เอาจริงๆ เราคิดเรื่องนี้เยอะมาก... ไปหาข้อมูลทั้งออฟไลน์ทั้งออนไลน์หนักมากจริงๆ
<ลักษณะตาตั้งแต่เกิด>-------------------------------------------------- ตาเล็ก (แทบไม่มีพื้นที่สำหรับเปิดหางตาด้านนอก) + เวลายิ้มตาจะจมเข้าไป + ตาลึก + ตำแหน่งตาตั้งแต่เกิดไม่สมมาตร..
ดูรูปก่อนหลังแล้วจะรู้เลยว่าตาเราค่อนข้างลึก.. แล้วเวลายิ้มตาจะถูกกลบ ทุกคนช่วยโพสต์รีวิวแบบนี้กันเยอะๆ หน่อยนะ... หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่เหมือนเรา.. พื้นที่สำหรับเปิดหางตาด้านนอกแทบไม่ต่างกันเลย เลยไปปรึกษาโดยคิดแต่เรื่องเปิดหางตาล่างตั้งแต่แรก (ลองจับดูด้วยมือก็รู้ว่าลูกตาเล็กมาก..)
ตอนทำตาสองชั้นครั้งแรก เราคิดว่าแค่ทำตาสองชั้นก็น่าจะพอ แต่พอมองด้านข้างจะเห็นได้ชัด.. เพราะส่วนที่บังตาดำมันทำให้ ตาดูดุขึ้นเรื่อยๆ.. มันต่างจากดวงตาสวยที่เราคิดไว้นิดหน่อย (ส่วนหลังของตาดำสั้นเกินไป)
แล้วก็เรา.. ถ้าดูรูปตาตั้งแต่เกิดจะรู้ว่าหน้าของเราไม่สมมาตรค่อนข้างหนัก เลยทำให้ตำแหน่งตาทั้งสองข้างต่างกันนิดหน่อย เศร้าจริงๆ... ตามันเหมือน.. เอียงๆ.. อยู่คนละตำแหน่งกัน.. ประมาณ 5~10px ได้ แค่ดูจากตาก็ประมาณนี้ แต่คางหนักกว่านี้อีก (ไม่ได้ต่างกันที่ความสูงนะ แต่ต่างกันที่ตำแหน่ง큐)
<เปิดหางตาล่าง / ปรึกษาคุณหมอ>-------------------------------------------------- คุณหมอ... พอเราบอกสิ่งที่อยากได้.. แกก็แบบ “จริงๆ ไม่ทำอะไรเลยก็ตาสวยอยู่แล้ว....... แต่ถ้าคุณ.. อยากทำ.. จริงๆ..?.,..... ก็... ทำให้ได้... แบบถ้าจะเอาจริง...” เลย...... ถึงจะดูจิ๊บจ๊อย...... แต่... มันคือ... ปมของเรา... ขอทำเถอะค่ะ.... แล้วก็ทำ...... โอ๊ย.. อายมากจริงๆ..
ในมุมมองคุณหมอคิดว่าเป็นการผ่าตัดที่ไม่จำเป็น เลยพูดแนวๆ ว่า “ถ้าคุณ.. อยากทำ.. จริงๆ...” แล้วไม่ได้แนะนำเลย.. ผู้จัดการก็พูดเหมือนกัน... แบบ “ไม่ทำก็.. อืม... เอาจริงๆ... อืม...” โอ๊ย... จริงๆ... เขินมาก..
แต่ดูรูปที่แนบมาแล้วน่าจะเข้าใจใช่ไหมว่าปมที่เรารู้สึกคืออะไร?? จนถึงหนึ่งสัปดาห์ก่อนผ่าตัดเรายังลังเลมากเลยว่ามันจำเป็นจริงไหม แต่ก่อนวันผ่าตัดอยู่ๆ ก็มีความคิดว่าอยากทำให้มันดูแรงขึ้นนิดนึง(?)
ตอนปรึกษาครั้งแรก เราบอกชัดเลยว่าอยากให้ทำออกมาธรรมชาติมากๆ
แต่หลังผ่าตัดทันที พอดูแยกทีละข้างแล้ว ระดับการเปิดหางตากลับต่างกันนิดหน่อย เหมือนคุณหมอจะปรับตำแหน่งสมมาตรใต้ตาให้เรา..... เดิมทีตาซ้ายกับตาขวาของเรามีความสูงต่างกันประมาณ 5~10 px แต่ดูยังไงก็รู้สึกว่า ความสูงที่สมมาตรมันลงล็อกแล้ว.. ฮือ.. ใบหน้าจะสวยได้ต้องสมมาตร ถึงหางตาจะมีเสียดายนิดหน่อยแต่เราชอบจุดนี้มาก
<ความเจ็บจากการเปิดหางตา>-------------------------------------------------- แต่เรื่องที่รู้สึกหักหลังจริงๆ คือ พอยาชาของการเปิดหางตาล่างหมด แล้วถึงตอนเย็นจริงๆ........ทำไมไม่มีใครบอกเราก่อน,,,,,
บอกว่าไม่เจ็บไง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! บอกว่าไม่เจ็บไง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ไม่มีใครพูดแบบนั้นเลยนี่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! บอกว่าไม่เจ็บไง
เราคิดจริงๆ ว่าลูกตาจะถูกดึงหลุดออกมา.. โอ๊ย ความรู้สึกโดนหักหลังมันโคตรแรง ทำไมไม่มีใครบอกเรา........ เราว่ามันเจ็บกว่าทำตาสองชั้นอีก... natural adhesion นี่ไม่เจ็บเลยจริงๆ??????????? แต่พอผ่านไปหนึ่งวันก็หายโอเคเลย แต่โอ๊ย.....เจ็บมากจริงๆ...
ผ่าตัดใช้เวลาแค่ประมาณ 30 นาทีเอง ที่สำคัญที่สุดคือห้องพักฟื้นกับห้องผ่าตัดแยกกัน และในห้องผ่าตัดมี CCTV ให้เห็นได้ในมุมมองของเราเวลาที่เข้าไป พยาบาลในห้องผ่าตัดก็น่ารักมาก ก่อนหน้าหนึ่งวันเราตื่นเต้นมากจนไม่ได้นอนเลยทั้งคืน แล้วก็ไปแบบอดนอน เลยเหนื่อยมาก..
<ผลข้างเคียงของการเปิดหางตาล่าง?>-------------------------------------------------- เรามีภาวะเยื่อบุตาอักเสบตามร่างกายอยู่แล้ว พอเปลี่ยนฤดูทีไรก็มักมีปัญหาเกี่ยวกับตาเป็นประจำ.. เยื่อบุตาบวมขึ้นมานิดหน่อย แต่เป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยมาก(?) เลยไม่ได้กังวลเท่าไหร่
ถ้าใครมีลักษณะตาตั้งแต่เกิดคล้ายเรา แนะนำให้ลองมาที่นี่เลย ดูจากแผ่นพับของคลินิกแล้ว ภาพหลังผ่าตัดของคนที่ทำไปจะคล้ายตาเราตอนนี้มาก แล้วเห็นว่ามีรูปหลังทำ fat reposition ใต้ตาเยอะมาก ก็ดูเหมือนที่นี่จะทำใต้ตากันเยอะ ไม่ใช่แค่ตาสองชั้นอย่างเดียว
เพราะรอยคล้ำใต้ตา เราเลยฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่เรื่อยๆ (ดูโพสต์เรา - รีวิวฟิลเลอร์) ดังนั้นตอนอนาคตจะทำ fat reposition ใต้ตา เราคงทำที่นี่แน่ๆ.. คิดว่าที่ลังเลไปนี่เหมือนโง่มาก
ถ้าจะนับว่าเป็นผลข้างเคียง ก็คงเป็นรอยยิ้มด้วยตา??? แต่สำหรับเรา.. ดูจากรูปแล้ว มันได้กำไรสุดๆ เลย...
< ข้อดี/ข้อเสียของการเปิดหางตาล่าง>-------------------------------------------------- สำหรับคนแบบเราที่พอยิ้มแล้วตาจะจมเข้าไป.. คนที่ออกไปข้างนอกแล้วต้องเสียรอยยิ้มไป..,.... แนะนำให้ทำเปิดหางตาล่าง...... พูดตรงๆ นี่เป็นผลลัพธ์ที่เราไม่คาดหวังเลย.....
จริงๆ ตอนอ่านรีวิวเราก็กังวลมาก เพราะคนพูดถึงผลข้างเคียงของเปิดหางตาล่าง หรือบอกว่าจะยิ้มด้วยตาไม่ได้... พอได้ยินคำว่าเป็นผลข้างเคียงก็... น่ากลัวใช่ไหม...
แต่.... ถ้าดูตอนเดิมจะรู้เลย....... ต่อให้แต่งหน้ายังไง พอยิ้มตาก็จะถูกกลบหายไปหมด
รูปด้านบนเป็นรูปตอนยิ้มแบบเบี้ยวๆ หน่อย แต่ปกติเราไม่ได้ยิ้มด้วยตาอยู่แล้ว ก็เลยไม่เป็นไร เลยตัดสินใจทำ แต่จริงๆ อันนี้เป็นรีวิวที่เกินคาดสำหรับเราเลย ส่วนนี้คือพอใจสุดๆ กับสภาพร่างกายของเรา..
ยิ่งดีอีก.. ยิ่งดีอีก.... โอ๊ย.. ทุกคน.. ศึกษาให้ดีก่อนแล้วค่อยไปคลินิก... จำไว้... เข้าใจไหม...
< ข้อควรระวังตอนเลือกคลินิกศัลยกรรมตา>-------------------------------------------------- แล้วสิ่งที่เราได้รู้จากการหาข้อมูลโพสต์เกี่ยวกับการเปิดหางตาคือ ทุกคนต้องเช็กคลินิกตาให้ดีจริงๆ.... ตอนเราหาคลินิกตา เราเจออย่างน้อย 3-4 ที่ที่โพสต์รีวิวหายไปแล้ว คือตัวเลขมันเยอะมากจริงๆ...
โดยเฉพาะการแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงนี่ต้องคิดให้รอบคอบมากๆ... เราหาข้อมูลทั้งออฟไลน์ทั้งออนไลน์อยู่ประมาณหนึ่งเดือนเต็มเลย ตอนที่ไปเดินดูหลายที่แล้วก็ลังเลอยู่ เราเคยวางมัดจำไว้ด้วย แต่พอเห็นโพสต์ก็ขอคืนเงินทันที แต่ไม่ได้มีแค่ที่เดียวหรือสองที่นะ คลินิกดีๆ ก็มีเยอะ แต่ที่ไม่ดีก็มีเยอะเหมือนกัน น่าจะเป็นความจริง หวังว่าทุกคนจะค่อยๆ หาและเลือกสิ่งที่ดีนะ
ตอนนี้เราอยู่ช่วงพักฟื้น ดังนั้นโพสต์ถัดไปน่าจะเป็นรีวิวฟิลเลอร์หน้าผากอีกประมาณหนึ่งเดือนข้างหน้า ถ้ามีอะไรสงสัยก็ถามมาได้อีกนะ!!!