ตั้งแต่เด็ก ฉันมีภาวะสบฟันผิดปกติรุนแรงมาก ถึงขั้นฟันล่างยื่นออกมามากกว่าฟันบนประมาณ 8 มม. ใช้ชีวิตอยู่กับเครื่องมือจัดฟันมาตลอด แต่เพราะรุนแรงมาก เลยได้ยินแต่คำพูดว่าพอโตเป็นผู้ใหญ่แล้วให้ไปผ่าตัดขากรรไกรสองข้าง
ในช่วงวัยเรียนที่สนใจรูปลักษณ์มากที่สุด เพราะรู้ว่าตัวเองหน้าตาแตกต่างจากคนอื่นมาก อย่างน้อยก็พยายามใช้ชีวิตด้วยนิสัยที่เข้ากับคนง่ายและใจดี รักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนได้ดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีหลายคนที่แอบดูถูกฉันอยู่ดี.. การใช้ชีวิตโดยทำเหมือนไม่เป็นอะไรนี่เครียดจริงๆ
แล้วตอนอายุ 20 ก็เริ่มจัดฟันใหม่อีกครั้ง และตอนอายุ 21 ผ่าตัดที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย
อาจเพราะเดิมทีรุนแรงมาก หรืออาจเพราะความเสี่ยง มันเลยไม่ได้ยุบเข้าไปอย่างสมบูรณ์แบบ หรือได้รูปหน้าเหมือนตุ๊กตา
แต่ก็กลายเป็นใบหน้าที่ใช้ชีวิตธรรมดาได้ ㅎㅎ
ทางจิตใจก็สุขภาพดีขึ้นมาก
หลังผ่าตัดทันที มีการยึดขากรรไกรบนล่างไว้ เลยอ้าปากไม่ได้ และกินได้แต่นมถั่วเหลืองอยู่หลายสัปดาห์ ภายหลังเคยน้อยใจจนร้องไห้ระหว่างกินข้าวด้วยㅋㅋ꙼̈ㅋ̆̎ ก็เรื่องแบบนั้นเวลาเป็นตัวช่วยแก้ไขแหละ.....
แล้วในห้องพักผู้ป่วย ตอนที่ปากถูกมัดอยู่ก็อาเจียนเป็นเลือดด้วย ค่อนข้าง น่ากลัวและลำบาก ㅋㅋㅋㅠㅠ (ได้ยินคำอธิบายมาแล้วว่าหลังผ่าตัดอาจอาเจียนเป็นเลือดได้)
ตอนนี้ความรู้สึกบริเวณเหงือกฝั่งฟันบนกับริมฝีปากล่างแค่ชาๆ ทื่อๆ นิดหน่อย?
นอกเหนือจากนั้นก็ใช้ชีวิตได้ดีมาก ไม่มีอะไรไม่สะดวก!
พูดตรงๆ ฉันไม่ค่อยแนะนำให้ทำที่คลินิกศัลยกรรมความงามทั่วไป ㅜㅜ.. อย่างน้อยควรให้ทันตแพทย์ตรวจสภาพก่อนว่าสามารถผ่าตัดก่อนแล้วค่อยจัดฟันทีหลังได้ไหม แล้วถ้าทำที่คลินิกศัลยกรรมที่ว่าทำเก่งก็น่าจะโอเค
แต่กรณีฉัน ทันตแพทย์บอกว่าต้องจัดฟันก่อนเท่านั้น พอได้ยินว่าคลินิกศัลยกรรมทั่วไปต่างก็บอกว่าสามารถผ่าตัดก่อนได้ ฉันเลยรู้สึกว่าเขารีบอยากให้ผ่าตัดเร็วๆ (?).. ความเชื่อถือเป็นศูนย์....ㅠㅠ
นี่เป็นแค่ประสบการณ์ของฉัน ใครอยากใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงก็ใช้ได้เลยนะ:)
พอเล่าความหลังแล้วข้อความยาวขึ้นเลย ถ้ามีอะไรสงสัย ฉันจะตอบให้หมด!