ก่อนก่อนก่อนหลังหลังหลัง สวัสดีค่ะ:) นี่คือรีวิวครบ 4 เดือนหลังผ่าตัดขากรรไกรสองข้าง + ปรับโครงหน้า 3 จุด ที่ ㅇㅇㄷ Oral and Maxillofacial Surgery ค่ะ
1. เหตุผลที่ผ่าตัด ตั้งแต่เด็กฉันไม่ค่อยมั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเองค่ะ ความอยากสวยมีมาก แต่ไม่ว่าจะแต่งหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้า หรือเปลี่ยนทรงผม ก็ไม่เคยเติมเต็มความต้องการนั้นได้เลย จนวันหนึ่งก็เห็นตัวเองเอาไปเปรียบเทียบกับเพื่อนที่สวย ๆ และความมั่นใจก็ลดลงค่ะ สิ่งที่เป็นปมที่สุดคือใบหน้าไม่สมมาตรและกรามเหลี่ยมมากค่ะ พอเริ่มใส่หน้ากากเพราะโควิด สองอย่างที่เป็นปมถูกปิดไว้ เลยกล้าขึ้นมานิดหนึ่ง แต่พอโควิดจบและถึงเวลาต้องถอดหน้ากากอีกครั้ง ก็เริ่มกังวลและคิดมาก เลยเริ่มหาวิธีแก้ค่ะ ฉันลองหาข้อมูลเรื่องนวดปรับรูปหน้าและจัดฟัน แต่ด้วยค่าใช้จ่าย เวลาที่ต้องลงทุน และการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ชัดเจน เลยรู้สึกว่าแค่นั้นคงไม่พอ พอดีคนที่สนิทกับฉันที่สุดเคยผ่าตัดที่ Yangyundol และเมื่อเห็นความต่างก่อน-หลังที่ชัดเจน รวมถึงตอนนี้เขาใช้ชีวิตอย่างพึงพอใจ ฉันเลยตัดสินใจผ่าตัดค่ะ
2. การปรึกษา ฉันปรึกษาและตัดสินใจทำที่ Yangyundol ที่เดียวค่ะ เหตุผลคือคนที่สนิทกับฉันที่สุดเคยไปปรึกษาประมาณ 3-4 แห่งก่อนผ่าตัด แล้วเลือก Yangyundol ฉันจึงเชื่อเพื่อนคนนั้นและเลือก Yangyundol เหมือนกันค่ะ ฉันได้พบหัวหน้าที่ปรึกษาและคุณหมอผู้อำนวยการ เพื่อคุยเรื่องความกังวลเกี่ยวกับรูปหน้าและวิธีแก้ไขต่าง ๆ ตั้งแต่เกิดมา ฉันเคยไปโรงพยาบาลเฉพาะตอนป่วยเท่านั้น และนี่เป็นครั้งแรกที่ไปเพื่อเรื่องรูปลักษณ์ จึงรู้สึกตื่นเต้นมาก แต่เพราะเจ้าหน้าที่ที่คอยแนะนำอย่างเป็นกันเอง รวมถึงหัวหน้าที่ปรึกษาและคุณหมอที่อธิบายอย่างละเอียด ฉันจึงรู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อยค่ะ ฉันกลัวการผ่าตัดใหญ่ จึงอยากทำให้น้อยที่สุดเท่านั้น และหัวหน้าที่ปรึกษากับคุณหมอก็บอกอย่างตรงไปตรงมาว่า ทำแค่ขากรรไกรล่างก็โอเค แต่หลังจากคิดอยู่นาน สุดท้ายเพราะไหน ๆ ก็จะทำแล้ว ก็อยากสวยขึ้นอีก เลยตัดสินใจทำผ่าตัดขากรรไกรสองข้างด้วยค่ะ
3. กระบวนการฟื้นตัว แม้ตอนนี้จะผ่านไป 4 เดือนแล้ว แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปก็เป็น 2 สัปดาห์ที่ไม่อยากเจออีกเลยค่ะ.. ฉันผ่าตัดด้วยวิธี IVRO จึงต้องใส่อุปกรณ์ในปากตลอด 2 สัปดาห์ และดื่มได้แค่ของเหลวเท่านั้น ช่วง 3 วันที่นอนโรงพยาบาล มีเจ้าหน้าที่ให้พึ่งพาและขอความช่วยเหลือเวลาลำบาก เลยไม่ได้ลำบากทางใจมากนัก แต่เพราะจมูกบวมและมีอุปกรณ์อยู่ในปาก ทำให้หายใจลำบากและอึดอัดมากค่ะ.. พอกลับบ้าน จะนอนราบ หายใจ หรือกินอะไร ก็ไม่มีอะไรที่ทำได้ดีเลย แถมทุกคนในครอบครัวออกไปทำงาน เหลือฉันอยู่คนเดียว เลยยิ่งลำบากค่ะ ถึงอย่างนั้น คุณหมอบอกว่าต้องกินของเหลวที่กินได้ให้หมด กินยาให้ครบ และเดินเล่นอย่างขยัน อาการบวมถึงจะยุบเร็วและฟื้นตัวได้ ฉันเลยใช้ชีวิตอย่างจริงจังมากใน 2 สัปดาห์นั้นค่ะ.. จนถึงครบหนึ่งเดือน สิ่งที่กินได้ยังมีจำกัด แต่หลังจากหนึ่งเดือนแล้ว กินได้ดี นอนได้ดี และมีความสุขมากค่ะ
4. การเปลี่ยนแปลง แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับเดือนแรก อาการบวมลดลงไปมากแล้ว แต่ฉันคิดว่ายังเหลืออยู่ค่อนข้างเยอะค่ะ โดยเฉพาะตอนเช้า ใคร ๆ ก็บวมใช่ไหมคะ? เพราะเลยกลายเป็นบวม + บวมตอนเช้า ทำให้หน้าดูใหญ่กว่าตอนเย็นวันก่อน รูปก็ออกมาไม่ค่อยดี เป็นต้น.. แต่ตอนที่ไปโรงพยาบาลล่าสุด ทั้งเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้เจอกันนานและคุณหมอก็บอกว่าอาการบวมยุบลงเยอะแล้ว ฉันเลยไม่กังวลค่ะ! พอการเปลี่ยนแปลงภายนอกมาก การเปลี่ยนแปลงทางใจก็ดูมากตามไปด้วย ฉันยังแปลกใจเลยที่ตัวเองกลายเป็นคนมั่นใจขึ้นแบบนี้
5. ความพึงพอใจ ช่วงนี้ฉันใช้ชีวิตอย่างพึงพอใจมาก ๆ เพราะคิดว่าถ้าไม่ได้ผ่าตัด ป่านนี้ฉันคงยังเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น และเครียดทุกครั้งที่ออกไปข้างนอกเพราะสนใจสายตาคนอื่น คนที่เจอกันครั้งแรกไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันผ่าตัดมา และชมว่าหน้าเล็กมาก สวยมาก อะไรแบบนี้ มันก็รู้สึกเหมือนกำลังโกหกนิด ๆ แต่ถึงอย่างไรตอนนี้นี่ก็คือใบหน้าของฉันแล้วค่ะ.. เพราะยังมีอาการบวมอยู่ จึงยังมีคางสองชั้น และกรอบหน้าก็หายไปทั้งวัน จนต้องรอตอนกลางคืนถึงจะเห็นได้ แต่รูปหน้าซึ่งเคยเป็นเรื่องเครียดได้รับการแก้ไขแล้ว จึงดีใจมากค่ะ
6. อื่น ๆ ได้ยินว่าอาการบวมอาจอยู่ได้นานสูงสุดถึง 1 ปี ตอนนี้ก็พอใจแล้ว เลยตั้งตารอภาพของตัวเองที่จะพอใจมากขึ้นอีกเมื่ออาการบวมยุบหมดค่ะ รัก ㅇㅇㄷ Oral and Maxillofacial Surgery ค่ะ