จมูกแต่กำเนิดของฉันมีลักษณะแบบนี้
- ฮัมพ์ไม่รุนแรง - ปลายจมูกค่อนข้างตกเล็กน้อย (ไม่มาก; เพราะกระดูกจมูกคด จากมุมด้านข้างเลยดูเป็นเส้นตรงที่ค่อนข้างพอดี) ทำให้ดูออกแนวผู้ชายเล็กน้อย - สันจมูกกว้าง จมูกสั้น มองจากด้านหน้าจมูกดูบานนิดๆ - กระดูกจมูกคด (ตอนเด็กโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเคยบอกว่าเพราะเป็นโรคจมูกอักเสบ ให้รอไปผ่าตอนโต) - ผิวบาง - เป็นทั้งโรคจมูกอักเสบจากโครงสร้างและภูมิแพ้จมูก
ฉันเคยคิดว่าหน้าตรงดูแบนเลยทำให้คิดมาตลอดว่าสันจมูกเตี้ย แต่ไปปรึกษามาประมาณ 2 ที่ ทั้งสองที่บอกว่าสันจมูกสูงพอแล้ว ไม่ต้องยกสันขึ้นมาก (หรือไม่ต้องยกเลย) ให้แก้กระดูกจมูกคดกับสันกว้างด้วยการทำปลายจมูกและตัดกระดูก!
สุดท้ายที่โรงพยาบาลที่เลือกทำคือ - ผ่าตัดเชิงฟังก์ชัน 3 อย่าง (ตัดกระดูกสันจมูกเพื่อแก้กระดูกจมูกคด + แก้สันจมูกกว้าง, ลิ้นปีกจมูก, ผนังกั้นจมูกคด) - ผ่าตัดเสริมความงาม (กระดูกอ่อนปลายจมูก) - เพื่อป้องกันพังผืด? เพื่อการฟื้นตัว? เอาเป็นว่า เขาดูดไขมันจากต้นขาเพื่อสกัดสเต็มเซลล์แล้วฉีดเข้าไปในจมูก และไขมันที่เหลือก็ฉีดให้หน้าผากกับใต้ตาแบบแถมให้ด้วย
โห.. ไม่ได้เสริมสันจมูกเลย แต่ผ่าตัดเชิงฟังก์ชันแบบไม่ใส่วัสดุเสริม ใช้กระดูกอ่อนหู! (ฮัมพ์ก็ไม่ได้รุนแรงมาก เขาบอกว่าปล่อยไว้ก็ได้.. แต่พอได้ตัดกระดูกแล้วรวบเข้ามา เลยอยากถามว่าจัดแต่งยังไง ตอนถอดเฝือกค่อยถาม ;;)
สิ่งที่เป็นปมด้อยของฉันคือกระดูกจมูกกว้างทำให้มองจากด้านหน้าแล้วหน้าดูแบน และกระดูกจมูกคดนิดหน่อย! ส่วนปลายจมูกที่ตกนิดๆ ฉันไม่ได้เครียดมาก เป้าหมายหลักคืออยากให้มุมด้านหน้าดูเรียวขึ้น
ตอนนี้เพิ่งวันที่ 5 เลยยังพูดเรื่องทรงไม่ได้ พอถอดเฝือกและเข้าที่ขึ้นอีกหน่อยจะมารีวิวพร้อมรูป + ชื่อโรงพยาบาลอีกที ตอนนี้สิ่งที่มองเห็นจากภายนอกคือเส้นปลายจมูกดูได้รับการปรับนิดหน่อย, รูจมูกไม่เท่ากันไม่มีผลข้างเคียง? คนรู้จักบอกว่าทั้งที่ใส่เฝือกอยู่ แต่ภาพรวมดูเรียบร้อยขึ้นนิดหน่อย มุมปลายจมูกไม่ได้เชิดขึ้นเยอะ เหมือนให้ความรู้สึกว่าเรียบเนียนขึ้น..? วัดด้วยแอปวัดมุมแล้ว มันก็สูงขึ้นจริง ถ้าก่อนผ่าตัด 90 องศา ตอนนี้ประมาณ 100 องศา? แต่ก็คิดไว้แล้วว่าพอบวมยุบลงมันอาจจะลดลงอีก
<1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด~วันที่ 1 (วันผ่าตัด)>
ตั้งแต่ 1 สัปดาห์ก่อน ฉันงดดื่มหนัก และเพราะจะออกกำลังกายไม่ได้ 1 เดือน เลยออกกำลังกายเต็มที่เพื่อเพิ่มสภาพร่างกายให้ดีขึ้นมาก! คิดว่าต้องสะสมพลังไว้ก่อน ร่างกายถึงจะฟื้นตัวได้เร็ว..
วันผ่าตัดเป็นวันศุกร์ ฉันลางานแล้วไปถึงโรงพยาบาลทันทีที่เปิด เป็นโรงพยาบาลแบบมีหมอคนเดียวกับผู้ช่วยพยาบาล 1 คน.. ฉันกลัวเกิดอุบัติเหตุจากยาสลบมาก จนกระทั่งตอนนอนลงบนเตียงผ่าตัดก็ยังกลัวจนแทบจะตาย..
ที่นี่ใช้ยานอนหลับตื้น + ยาชาเฉพาะที่ และบอกว่าระหว่างผ่าตัดอาจตื่นขึ้นมาเองได้.. เขายังบอกว่าถ้าคนไข้กลัวมากก็จะดูจากขนาดยาและสภาพร่างกายแล้วให้ยากลับไปหลับใหม่ แต่ฉันขอร้องสุดชีวิตให้ใช้ยานอนหลับสั้นที่สุด ใช้ยาให้น้อยที่สุด และให้ฉันตื่นกลางผ่าตัด... ถึงขั้นว่าจะผ่าตัดทั้งที่สติครบเลย ฮ่าๆ แล้วเขาก็บอกว่าผ่าตัดจะทำง่ายกว่าและดีกว่าถ้าคนไข้ตื่นและสงบอยู่
แม้แต่ตอนที่ยาฉีดเข้าไป ฉันยังพูดว่า “ขอร้องล่ะ อย่าทำให้หนูหลับลึกเด็ดขาด ㅠㅠㅠ” แล้วก็สลบไป พอถึงกลางผ่าตัดฉันก็ตื่นขึ้นมาอย่างชัดเจน! และตอนที่ตื่นพอดีนั้นเขาบอกว่าจะเริ่มตัดกระดูกพอดี เลยมีการเคาะกระดูกทั้งสองข้างดัง ก๊อก ก๊อก ก๊อก! แล้วฉันก็ตื่นคุยไปเรื่อยระหว่างทำทั้งหมด.. “คุณหมอ นี่กำลังทุบกระดูกฉันอยู่ใช่ไหมคะ?” “ไม่เจ็บอย่างที่คิดเลย ยาชาเฉพาะที่นี่น่าทึ่งจริงๆ..” ฉันคุยเล่นไปเรื่อยจนผ่าตัดเสร็จ ฮ่าๆ.. ส่วนการตัดกระดูกก็ให้ความรู้สึกคล้ายถอนฟันคุดอยู่บ้าง แต่ตอนเอากระดูกอ่อนหูออก ใส่เข้าไป และเย็บกลับ แทบไม่รู้สึกอะไรเลย..
โดยพื้นฐานแล้วฤทธิ์ยาอาจยังมีอยู่บ้างและก็ไม่ได้เจ็บมาก ฉันเลยคิดว่าตื่นกลางผ่าตัดยังดีกว่านอนยาว..! คุณหมอบอกด้วยว่าพอฉันตื่นและสงบอยู่ ทำให้ผ่าตัดได้ราบรื่นมาก ตอนท้ายเขาให้ฉันลองหายใจหนึ่งครั้ง ฉันหายใจได้ดีมากจนร้องว้าว แล้วปิดท้ายด้วยการใส่สำลีในจมูก
ฉันเดินเข้าไปห้องพักฟื้นเอง.. -> เพราะตื่นอยู่ตลอดการผ่าตัดเลยอยากกลับบ้านทันที จึงขอว่าขอนอนพักสัก 15 นาทีแล้วค่อยกลับได้ไหม แล้วก็กลับบ้าน -> น่าจะเพราะฤทธิ์ยาสลบยังเหลืออยู่ ระหว่างทางกลับหลับในรถตลอด.. ถึงบ้านก็หลับต่อ...
รสชาติอาหารยังรับรู้ได้มากกว่าที่คิด เลยกินโจ๊กได้ดี.. เลือดไหลตลอด ฉันเลยเอาก๊อซรองใต้จมูกไว้ ร่างกายรู้สึกเหนื่อยมาก และปกติก็มีอาการคัดจมูกอยู่แล้ว เลยหายใจทางปากไม่ค่อยลำบากเท่าไร แต่พอถึงกลางคืนไม่รู้ว่าจมูกบวมขึ้นหรือเปล่า ถึงรู้สึกอึดอัดมาก แล้วตอนหลับก็เผลอหายใจทางจมูกโดยไม่รู้ตัวจนสะดุ้งตื่นวนไปวนมา.. หูที่เอากระดูกอ่อนไปเจ็บมากกก ㅠㅠ แสบมาก... ฉันตื่นๆ หลับๆ แล้วดื่มน้ำตลอด.. วันรุ่งขึ้นก็เฝ้ารอจะได้เอาสำลีออกแทบไม่ไหว...
<วันที่ 2>
เริ่มบวมขึ้นช้าๆ.. ไม่มีรอยช้ำ X ใต้ตานิดหน่อย? ไม่ได้บวมกระจายหนัก บริเวณรอบเฝือกตรงที่ตัดกระดูกบวมค่อนข้างชัด (ที่โรงพยาบาลบอกให้ลองแตะเบาๆ เลยแตะดู รู้สึกได้ว่าบริเวณหว่างคิ้วกับซ้ายขวาของสันจมูกบวมยวบๆ) ตรงหว่างคิ้วก็ยังบวมอยู่ และอาจเป็นเพราะเทปด้วยเลยรู้สึกเหมือนตา จมูก ปากถูกรวมเข้าหากันนิดๆ..? ตาไม่ได้เล็กลง แต่รู้สึกว่าระหว่างคิ้วถูกดึงเข้าหากันเล็กน้อย.. ส่วนหูก็แสบลดลงกว่าคืนก่อน
แน่นอนว่าฉันไปตั้งแต่โรงพยาบาลเปิด พอเอาสำลีออกก็เช็กว่าหายใจได้ดีไหม แล้วก็ทำความสะอาดก่อนกลับบ้าน คนอื่นบอกว่าพอเอาสำลีออกจะหายใจได้แป๊บเดียว แล้วเยื่อเมือกก็จะบวมกลับมาปิด แต่ไม่รู้คุณหมอใช้เวทมนตร์อะไร ;ของฉันโล่งตลอด... แต่ตั้งแต่วันที่ 2 เป็นต้นมา น้ำมูกกับเลือดก็ไหลซึมๆ และมันจับตัวเป็นก้อน เลยทำให้ข้างในจมูกชื้นๆ ซึ่งเป็นส่วนที่ลำบาก.. นอนสบายแบบสุดๆ จริงๆ... หลับทั้งวัน.. เหมือนร่างกายกำลังฟื้นตัว ฉันเลยกินแล้วก็นอน นอนเท่าไรก็ยังง่วง วนซ้ำไปเรื่อยๆ วันนั้นลองเดินเบาๆ ประมาณ 20 นาที ตอนนอนอยู่ไม่เป็นไร แต่พอเดินแล้วมีเลือดออกนิดหน่อย เลยตัดสินใจพักเต็มที่จนถึงวันที่ 2
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปบอกว่าสามารถอาบน้ำได้ยกเว้นหูและจมูก ฉันก็เลยอาบน้ำ! ใส่หน้ากาก และใช้ที่ครอบหูสำหรับย้อมผม? ที่หู แล้วก็อาบน้ำ น้ำเข้าหูนิดหน่อยเป็นเรื่องเลี่ยงไม่ได้ เขาเลยบอกให้เช็ดเบาๆ แล้วเป่าให้แห้งดีๆ ฉันก็ใช้ไดร์ลมเย็นเป่าให้แห้งดี
<วันที่ 3> - วันที่บวมมากที่สุด.. อาการตาถูกรั้งเข้าหากันชัดที่สุด พอส่องกระจกปุ๊บก็คิดเลยว่า โอ้โห บวมจริง.. แต่ถึงอย่างนั้นก็แค่รู้สึกว่าลืมตาลำบากนิดหน่อย? แก้มอิ่มๆ? แค่นั้นเอง การเห็นหน้าตัวเองแล้วต้องกลั้นขำคือด่านที่หนักที่สุด เดินไปเดินมาในบ้านพร้อมดูทีวีประมาณ 1 ชั่วโมง อาการบวมหนักก็ยุบลงเร็วมาก... เดินในบ้านจนได้ 10,000 ก้าว.. ไม่มีอะไรพิเศษ แต่ตั้งแต่วันนี้เริ่มรู้สึกหนักๆ ตรงบริเวณที่ตัดกระดูกและแสบตรงแผลผ่าตัด พออยู่ดึกยาเริ่มหมดฤทธิ์ เลยกินไทลินอลแล้วนอน ㅠㅠ
<วันที่ 4> - ตื่นมาพร้อมอาการบวมใกล้เคียงกับวันที่ 3 เลยออกไปเดินซื้อสายน้ำเกลือไปกลับประมาณ 4 กม. เป็นการเดินเล่นช่วงเที่ยง แล้วก็กลับมานั่งพักเต็มที่ในห้องแอร์... ตั้งแต่ตอนนี้ เลือดที่ไหลออกมากับสิ่งแปลกปลอมตรงกลางจมูกเริ่มกวนใจฉันแบบสุดๆ... (พูดตรงๆ สิ่งที่แย่มากๆ ฉันแอบเอาคัตตอนบัดปลอดเชื้อเขี่ยออกนิดหน่อย ㅠㅠ แต่โรงพยาบาลสั่งห้ามเด็ดขาด ตอนนี้เลยต้องอดทน...) แผลผ่าตัดยังแสบและตึง บริเวณที่ตัดกระดูกยังรู้สึกหนัก เลือดตอนนี้ไม่ใช่เลือดที่ไหลออกมาแล้ว แต่เป็นเลือดที่จับตัวอยู่ข้างในปนออกมากับน้ำมูก... พอทำกิจกรรมก็จะมีน้ำมูกไหลพราก ประมาณนั้น.. ตอนเย็นฉันก็เดินเล่นราว 4 กม. ด้วยเช่นกัน บันไดหรือทางชันทำให้รู้สึกว่าจมูกไม่ค่อยมั่นคง เลยเดินบนพื้นราบที่มีลู่วิ่ง วันนั้นการเดินช่วยคุมอาการบวมได้ดี ระหว่างวันก็ประคบเย็นที่ตา วันที่นี้ก็ไม่ได้คัดจมูกเป็นพิเศษ! ฉันอยากให้ขี้มูกพวกนี้ตายไปเลย... พูดจริงๆ ฉันยังใช้นิ้วแตะนิดๆ กับสิ่งที่ทำให้ปลายจมูกอึดอัดอยู่ ㅠㅠ
<วันที่ 5> - ตอนตื่นไม่มีตาบวมแล้ว ดูเหมือนอาการบวมกำลังยุบลง! มีรอยช้ำเล็กๆ ใต้ตาอยู่หนึ่งจุด แต่ก็ไม่ได้ลามหรือเล็กลง ไม่มีน้ำมูก ไม่มีเลือด.. ตอนใส่หน้ากากจะมีน้ำมูกออกมา แต่เวลาทำงานในห้องจมูกข้างในค่อนข้างแห้ง.. ขี้มูกจริงๆ... เลือดตกสะเก็ดจริงๆ.. ㅠㅠ พรุ่งนี้มะรืนมีแผนจะขอให้ช่วยจัดการตอนถอดเฝือก... ปลายจมูกตอนนี้บวมและดูอ้วนกว่าก่อนผ่าตัด แต่ด้วยอาการบวมตอนนี้ยังตัดสินอะไรไม่ได้เลย ขอโฟกัสกับการลดบวมก่อน!
พอถอดเฝือกแล้วจะคอยดูถึงสัปดาห์ที่ 2 แล้วจะกลับมาอัปเดตอีก! เพราะเป็นการผ่าตัดครั้งแรกเลยตื่นเต้นและกลัวมาก ตอนที่โพสต์ทุกคนในชุมชนก็คอยเชียร์ว่าขอให้ทำได้ดี ขอให้ผ่านไปด้วยดี จนถึงตอนนี้ก็ยังแทบไม่เจ็บ เหมือนกำลังฟื้นตัวอยู่ค่อนข้างดี.. หลังผ่าตัดจมูกมันมีเรื่องน่าสงสัยเยอะมาก เลยขอมาเขียนเก็บไว้เป็นข้อมูลใหญ่ของตัวเองด้วย!!!
ชอบ 4