นึกว่าเวลาจะไม่เดินจริงๆ แต่เผลอแป๊บเดียวก็เกือบครบ 2 สัปดาห์แล้วค่ะ ตอนแรกที่นอนอยู่ในห้องผ่าตัด ก็จมอยู่กับความคิดว่า ที่นี่ที่ไหน ฉันเป็นใคร หรือจะบอกว่าไม่ทำแล้วดีไหม ทำยังไงดี หายใจลึกๆ สองครั้ง แล้วก็หมดสติไปเลย พอลืมตาขึ้นมาก็ผ่าตัดเสร็จแล้ว ^^;;
พอฟื้นจากยาสลบแบบดมยาสลบทั้งตัว ความคลื่นไส้ก็ถาโถมเข้ามา อีกครั้งว่า ที่นี่ที่ไหน ฉันเป็นใคร.. ฉันจะได้เห็นความรุ่งโรจน์อะไรนักหนาถึงมาทำแบบนี้อยู่ตรงนี้.. คิดแบบนั้นก็จริง แต่พอฝืนกลับบ้านเหมือนศพแล้วนอนลง ตอนนั้นถึงเพิ่งรู้สึกจริงๆ ว่าผ่าตัดมาแล้ว
ก่อนอื่น ต่างจากคนอื่นๆ ที่นี่ ฉันไม่ได้ผอมเพรียวอะไรขนาดนั้น^^:;
ตอนผ่าตัด สเปกคือสูง 163 หนัก 59 kg รอบอก 81 cm ค่ะ ไม่ได้มีทุนเดิมอะไรให้พูดถึง.. หลังคลอดลูกสามคนและให้นมลูก หน้าอกระดับ triple A ก็หย่อนจริงๆ.. เพราะหน้าอกของฉันเล็กกว่าผู้ชายที่มีภาวะเต้านมโตในเพศชาย เลยรีบตัดสินใจผ่าตัดค่ะ
ลูกๆ อยู่ประถม และคนเล็กอยู่อนุบาลค่ะ
เพราะหน้าอกสองข้างไม่เท่ากัน เลยใส่ 360 กับ 390.. อ่านในนี้แล้วเหมือนฉันใส่ใหญ่ แต่พอดูจริงๆ อาจเป็นเพราะโครงอกใหญ่มาก... ตอนนี้ใส่สปอร์ตบราจะเป็น 75 C หรือไม่ก็ 80 full B ค่ะ ใส่เดรสแล้วก็ไม่ได้ดูใหญ่เป็นพิเศษ.. จะว่าไงดี แค่รู้สึกประมาณว่ามีหน้าอกหน่อยๆ? แต่พอทำหน้าอกแล้ว ต้องลดรอบเอวจริงๆ และจัดการไขมันต้นแขนด้วย รูปร่างถึงจะดูไม่บึกบึนน้อยลงหน่อยㅠㅠㅠ ตอนนี้มีแรงกดดันจริงๆ ว่าห้ามอ้วนเด็ดขาด... แน่นอนว่าไม่มีความรู้สึกผอมแบบโล่งๆ สดๆ เหมือนตอนที่ไม่มีหน้าอกแล้วค่ะㅋㅋㅋㅋㅋ
อ้อ หลังผ่าตัด ฉันทำวิธีหายใจแบบพิลาทิส แล้วรอบอกลดลงจริงๆ ค่ะ ลดจาก 81 เหลือประมาณ 77, 78 จริงๆ
เพราะผ่าตัดระหว่างกำลังไดเอตอยู่ ก็เลยไดเอตต่อไปเรื่อยๆ และคุมอาหารค่อนข้างเข้มค่ะ หลังจากกินยาปฏิชีวนะครบหนึ่งสัปดาห์ ก็ทานอาหารเสริมโพแทสเซียมและดูแลอาการบวม วันที่ 10 น้ำหนักกลับมาเท่าก่อนผ่าตัดแล้วค่ะ ถ้าหักน้ำหนักหน้าอกออก ก็เท่ากับลดลงไปอีกหน่อย ตอนนี้ลงมาถึง 58 แล้วค่ะ
จมูกของฉันทำสองครั้ง ครั้งแรกซิลิโคน ครั้งที่สองหนังแท้ตัวเอง และเคยใส่วัสดุเสริมที่หน้าผากด้วย ภาวะพังผืดหดรัดรอบวัสดุเสริมดูเหมือนจะขึ้นอยู่กับความแตกต่างเฉพาะบุคคลและคุณภาพผิว/เนื้อเยื่อมากจริงๆ ค่ะ ฉันคงเป็นคนที่ร่างกายเหมาะกับการผ่าตัด;;;
หน้าอกก็นิ่มลงมากแล้วค่ะ
อยากแชร์ประสบการณ์กับคนที่จะทำศัลยกรรมหน้าอก เลยเขียนยาวเกินจำเป็นไปหน่อย^^;;;
ถูกใจ 11