<มุมข้าง 45 องศา><ด้านข้าง> ก่อน <ก่อนผ่าตัด> (สรุป) แนะนำสำหรับคนที่ไม่ได้หวังใหญ่ แค่อยากปรับให้เป็นธรรมชาติ
ตอนแรกไม่คิดจะตัดกระดูกตรงสันจมูก แต่หมอบอกว่าส่วนสันจมูกที่กว้างเวลามองหน้าตรงจะไม่ดีขึ้น เลยทำค่ะ เป็นโรงพยาบาลเล็กๆ และคุณหมอให้คำปรึกษาอย่างตั้งใจมากๆ ฉันเลยยอมเสียเงินมัดจำที่โรงพยาบาลอื่น 70,000 วอน แล้วเชื่อใจฝากให้ที่นี่ทำ ปัญหาของฉันคือจมูกฮัมพ์กับปลายจมูกบาน ตอนปรึกษาอธิบายละเอียดมาก บอกว่าถ้าเหลาฮัมพ์ออก กระดูกบาง อาจเป็นรูได้ ถ้าเป็นแบบนั้นภายหลังจะเกิดปัญหาได้ง่าย.. เลยไม่เหลา แต่เก็บไว้ แล้วใช้พังผืดเฉพาะบริเวณสันจมูกกับหว่างคิ้ว เป็นตัวเลือกที่ดี...
ระหว่างเตรียมผ่าตัด ตอนนอนบนเตียงผ่าตัด เห็นหน้าตัวเองสะท้อนอยู่บนอะไรสักอย่างบนเพดาน? ยาฆ่าเชื้อสีแดงๆ ถูกทาเหมือนสกินโทนเนอร์ ดูน่าขนลุก ตอนนั้นถึงรู้สึกจริงๆ ว่ากำลังจะผ่าตัดㅋㅋ
การดูแลหลังผ่าตัดก็มีประมาณห้าหกครั้ง ดูเรื่องฆ่าเชื้อและติดตามอาการให้,. ต่อมาจริงๆ ฉันไม่ได้ไปแล้ว เพราะไม่กระทบการใช้ชีวิต..
ช่วงสองสามสัปดาห์แรกที่ยังบวม จมูกดูเอียง เลยหงุดหงิดมาก แต่คุณหมอบอกให้按摩ให้ดี ฉันก็ทำตามที่บอกทุกวัน แล้วความสมดุลก็เข้าที่ค่ะ เดิมทีจมูกฉันไม่สมมาตร คุณหมอเลยทำโดยคำนึงถึงความสมมาตรให้ ดูเป็นธรรมชาติจนเพื่อนสนิทยังลืมตลอดว่าฉันทำจมูกมา ถ้าอยากเปลี่ยนลุคแบบหวือหวา คงต้องไปที่อื่น น่าจะรู้สึกว่าวัสดุต่างกัน.?
ราคาดูโหดอยู่ค่ะ จำจำนวนเงินเป๊ะๆ ไม่ได้ แต่อยู่ช่วง 5 ล้านวอน น่าจะแตกต่างกันไปแต่ละคน ขนาดนั้นยังเหมือนบอกว่าถูกแล้ว เพราะเดือนมีนาคมช่วงเปิดเทอมเป็นช่วงโลว์ซีซัน
ถ้าใช้กระดูกอ่อนหู ให้คิดไว้ก่อนเลยว่าสักพักจะสระผมไม่ได้ อ้อ ดีตรงที่ไม่มีสำลีอุดในจมูก
ตอนเย็บปิดท้ายการผ่าตัด ไม่รู้ว่าเขาวางกรรไกรเล็กๆ ไว้บนหน้าผากฉันแป๊บนึง 2 วินาทีหรือเปล่า คิ้วเลยมีแผลเล็กมากๆ แต่เพราะเมายา ฉันเอง ก็งอแงเรื่องนั้นมากจนรู้สึกอาย โรงพยาบาลก็คงมีเหตุผลของเขาแหละ.. แต่เป็นเรื่องที่ไม่พอใจนิดหน่อย?ㅎ พยาบาลที่วางกรรไกรบนหน้าผากฉัน ถึงอย่างนั้นก็แอบเจ็บใจนิดๆ... เข้าใจฉันหน่อยนะ...รักนะคะ~
ถูกใจ 2