ก่อน<ถึงตรงนี้คือก่อนผ่าตัด>หลัง<สภาพหลังถอดเทปวันที่ 5><สัปดาห์ที่ 2 ตอนนั้นน่าจะเป็นช่วงที่อาการบวมใหญ่ค่อย ๆ ยุบลง และเริ่มมีอาการบวมยิบย่อยเกิดขึ้นค่ะ ไปเจอคนรู้จักมา เขาไม่รู้ว่าผ่าตัดมา คิดแค่ว่าน้ำหนักลด ㅋㅋ><ภาพตอนครบ 1 เดือนหลังผ่าตัด..><รูปไม่ได้ปรับรูปหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว ปรับแค่ผิวเท่านั้นค่ะ> สวัสดีค่ะ! วันนี้ครบ 1 เดือนหลังทำศัลยกรรมปรับโครงหน้าในที่สุด เลยมาเปิดเผยรีวิวกับรูปก่อน-หลังค่ะ!! ขออภัยด้วยนะคะที่เขียนไม่ค่อยเก่ง ㅎㅅㅎ;; ก่อนหน้านี้รูปหน้าของฉันเป็นทรงหน้าเหมือนโอ่งที่ขรุขระ และในนั้นโหนกแก้มก็ใหญ่มากจนทำให้ภาพลักษณ์ดูแข็ง ซึ่งเป็นเรื่องที่กังวลมาตลอดค่ะ... สุดท้ายก็ได้ทำศัลยกรรมปรับโครงหน้า และฉันเข้ารับการผ่าตัดใหญ่บนใบหน้า คือปรับโครงหน้า 3 รายการ + ดูดไขมันบริเวณโหนกแก้ม + เติมไขมันขมับ ส่วนความเจ็บ ช่วงที่เพิ่งผ่าตัดเสร็จทันทีคือทรมานและเจ็บที่สุด หลังจากนั้นก็พอทนได้ค่ะ! หลังผ่าตัดประมาณเกือบ 1 สัปดาห์ มีอาการปวดหัวบริเวณขมับและรู้สึกหัวตุบ ๆ และตั้งแต่วันที่ 4 หลังผ่าตัด ฟันล่างด้านหน้าตรงกลางมีอาการเสียวและรู้สึกแน่นรัด แต่พอประมาณ 3 สัปดาห์ อาการปวดก็หายไปค่ะ ช่วงแรกเวลาล้างหน้าหรือทาโลชั่น ถ้าโดนผ่าน ๆ ก็จะรู้สึกปวดแปลบค่อนข้างแรง แต่รู้สึกว่าลดลงตามเวลาค่ะ! แล้วก็อย่างที่บอกในรีวิวก่อนหน้านี้ ความรู้สึกยังรับรู้ได้ทั้งหมดแม้หลังผ่าตัดเสร็จ และตอนนี้ถ้ามีอะไรติดหรือไหลลงมาบริเวณคางก็รู้สึกได้หมด เลยเช็ดทันที ㅋㅋ แต่บริเวณโหนกแก้มกับขมับ ถ้าจับจะมีความรู้สึกชา ๆ ตื้อ ๆ อยู่บ้างค่ะ! แต่ในชีวิตประจำวันไม่ได้มีอะไรไม่สะดวกมาก และก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไรด้วยค่ะ!! ㅋㅋ เรื่องการเคี้ยว ช่วงแรกต้องเน้นกินของนิ่ม ๆ เลยทดแทนด้วยโจ๊กกับนมถั่วเหลือง และหลังจาก 1 สัปดาห์ก็เริ่มกินอาหารทั่วไปทีละนิดค่ะ ไข่ม้วนหรือซุปก็ปล่อยให้เย็นแล้วค่อยกิน วันที่ 2 ก็ตัดรามยอนเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วกินได้ดีด้วยค่ะ ㅎㅎ ทางโรงพยาบาลก็บอกว่าต้องฝึกเคี้ยว ฉันเลยพยายามเคี้ยวเรื่อย ๆ ตอนนี้อ้าปากแล้วใส่นิ้วได้ประมาณ 2 นิ้วค่ะ! ก่อนผ่าตัดใส่ได้ 3 นิ้วค่ะ! ตอนนี้กินซี่โครงหมูได้แบบไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ ㅋㅋㅋㅋㅋㅋ อาการบวมของใบหน้าบวมถึงจุดสูงสุดในวันที่ 4 และหลังจากนั้นก็ไม่ได้บวมเพิ่ม ดูเหมือนค่อย ๆ ยุบลงค่ะ ตอนเย็นจะยุบลง แต่พอนอนแล้วตื่นมาก็จะมีบวมขึ้นมานิดหน่อย แล้วก็มีรอยช้ำเลือดที่ตา คุณหมอบอกว่ารอยช้ำเลือดอาจอยู่นานได้ ฉันคิดว่าประมาณสัปดาห์ที่ 3 ก็หายไปหมดค่ะ! ส่วนรอยช้ำสีเหลืองบริเวณโหนกแก้ม ประมาณ 2 สัปดาห์ก็หายค่ะ การดูแลอาการบวมของฉันคือประมาณ 4 วันกินโจ๊กฟักทอง ประมาณ 1 สัปดาห์กินยาแก้บวม Elas-A และทา Noblue Gel บริเวณรอยช้ำประมาณ 2 สัปดาห์ค่ะ ส่วนการเดินเล่นไม่ได้เดินนานมาก ช่วงแรกเดินประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็พยายามขยับตัวในบ้านค่ะ! ㅎㅎ พอประมาณ 1 เดือน อาการบวมก็หายไปเยอะมาก และรู้สึกเหมือนเป็นรูปหน้าของตัวเองจริง ๆ ทุกครั้งที่ส่องกระจกก็รู้สึกแปลกใหม่ค่ะ ㅎㅎ อาจเพราะเส้นกรอบหน้าดูนุ่มนวลขึ้นและโหนกแก้มหายไป ความเครียดก็เลยหายไปด้วยค่ะ! จะเรียกว่ามีความมั่นใจขึ้นก็ได้มั้ง...? ㅎㅎ ถ้ามีอะไรสงสัย ฝากคอมเมนต์ไว้นะคะ~ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังเตรียมทำศัลยกรรมปรับโครงหน้าค่ะ! ศัลยกรรมไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ควรตัดสินใจอย่างรอบคอบและปลอดภัยนะคะ~:)
ถูกใจ 14