โพสต์

รีวิวศัลยกรรมใบหน้า@face-review

รีวิวไปปรึกษาแบบเดินหาข้อมูล 3 คลินิกเกี่ยวกับการปรับโครงหน้า 1 รายการ (ㅇㅇ, ㅇㅊ, ㅁㅇㄷㅇ)

ก่อนอื่นขออธิบายรูปหน้าของเราก่อนนะ ด้านหน้าก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น ถึงจะไม่ใช่รูปหน้าไข่เป๊ะเหมือนพวกดารา แต่ก็ไม่ได้มีกระดูกโหนกแก้มใหญ่หรือคางยื่นแบบขากรรไกรล่างยื่นอะไรเป็นพิเศษ เลยไม่ได้มีความไม่พอใจอะไรมาก

แต่คอมเพล็กซ์ของเราคือพอมองจากด้านข้างแล้ว หน้าด้านข้างมันดูแบนและกว้างเกินไป ทั้งที่มุมกรามยังดูมีทรงอยู่ก็จริง แต่กรณีของเรามุมกรามเหมือนเกือบเป็นเส้นตั้งฉาก? เลยทำให้พื้นที่ด้านข้างดูกว้าง.. แถมยังไม่สมมาตรอีกㅠㅠ แล้วคางด้านหน้าก็มีวอลลุ่มอยู่พอสมควร เลยดูคล้ายคางยื่นนิด ๆ ด้วยนะ อันนี้ก็เฉพาะตอนมองด้านข้างเท่านั้น!

เลยตลอดมานี้เราไม่เคยกล้ารวบผมเลย ต้องยึดติดกับผมยาวและเลเยอร์คัตมาตลอด แต่เราก็อยากมั่นใจแล้วรวบผมได้เหมือนกันㅠㅠ

ก็เลยลังเลเรื่องผ่าตัดปรับโครงหน้ามาหลายปี สุดท้ายคิดว่าอย่างน้อยไปปรึกษาดูก่อนก็ยังดี เลยเริ่มเดินหาข้อมูลไปตามคลินิกต่าง ๆ ก่อน ตอนนี้ไปมาทั้งที่สถานีฮักดง ㅇㅇ, สถานีอัปกูจอง ㅇㅊ, สถานีกังนัม ㅁㅇㄷㅇ แล้วก็จองไปปรึกษา ㄴㅈㅎ ไว้เดือนหน้าแล้วด้วย เดี๋ยวจะเขียนรีวิวตามลำดับที่ได้ไปปรึกษามา แล้วจะกลับมารีวิวของ ㄴㅈㅎ เพิ่มให้อีกที!

1. ฮักดง ㅇㅇ (ปรึกษากับหมอเจ้าของคลินิก -> ผู้จัดการคลินิก)

ราคา: การปรับโครงหน้า 1 รายการ (กรามเหลี่ยม + cortical bone + ดูดไขมัน) 5.94 ล้านวอน (ไม่มีโปร) ค่าปรึกษา: 10,000 วอน เวลาผ่าตัด: 1 ชั่วโมง วิธีผ่าตัด: ดมยาสลบแบบหลับ, กรีดหลังหู นอนโรงพยาบาล: ไม่มี บริการแก้ไข/ติดตามหลังผ่า: ถ้าต้องการก็แจ้งมาได้เลย ทุกอย่างช่วยจัดการให้ การดูแลหลังผ่า: พวกเลเซอร์หรือฉีดยาอะไรแบบนั้นดูเหมือนจะไม่ได้ครบเท่าที่คลินิกอื่น ๆ มี แต่หลังผ่าตัดพอตัดไหมแล้ว ก็จะนัดมาตรวจทุก 3 เดือนกับคุณหมอ ซึ่งเราว่าตรงนี้ก็ดีนะ

ตอนที่กำลังหาข้อมูลเรื่องปรับโครงหน้าอยู่นาน ๆ ไปเจอรีวิวของคนที่ผ่าตัดไปนานมากแล้ว เลยสนใจและจองคิวไปดู เหมือนจะเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการผ่ากรามเหลี่ยมผ่านแผลหลังหูเลยมั้ง? เขาว่าบวมน้อยกว่าแผลในปากและฟื้นตัวเร็ว เราก็เลยสนใจมาก แต่พอหาข้อมูลต่อไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มเห็นรีวิวผลข้างเคียงอยู่บ้างㅠㅠ เลยไม่ได้คิดแบบว่า ‘ต้องผ่าที่นี่เท่านั้น!’ แค่ตั้งใจเอาไว้เป็นการไปปรึกษาแรกแบบลองเชิงดูเฉย ๆ

ขนาดคลินิกไม่ได้ใหญ่มาก และตกแต่งแบบรู้สึกถึงกาลเวลานิด ๆ เป็นฟีลแบบเปิดมานานอยู่ที่เดียวเลยก็ว่าได้? แทบไม่มีคิวรอเลย ซึ่งดีมาก พนักงานหน้าเคาน์เตอร์กับผู้จัดการคลินิกก็น่ารักและเป็นกันเองมาก ทุกคนดูอายุมากหน่อย ๆ และบอกว่าทำงานกับคุณหมอมานานแล้ว โดยเฉพาะผู้จัดการคลินิกบอกว่าอยู่ด้วยกันตั้งแต่เปิดคลินิกเลย ตรงนี้เราว่าดูดีนะ ถ้าคุณหมอเป็นคนที่ทำงานด้วยยากในแง่นิสัย ก็คงอยู่ด้วยกันนานไม่ได้ และถ้าต้องผ่ากับคนแบบนั้น เขาจะดูแลคนไข้ได้ดีแค่ไหนกันเชียว?

คุณหมอดูมั่นใจในวิธีผ่าตัดของตัวเองมากเลย กรามเหลี่ยม + ตัด cortical bone + ดูดไขมัน น่าจะพอ และคางด้านหน้าไม่ใช่คางยื่นก็ห้ามไปแตะเด็ดขาด ท่านบอกว่าของที่ไม่มีวอลลุ่มยังสร้างจากซิลิโคนหรือวัสดุเสริมได้ แล้วทำไมจะต้องเอาวอลลุ่มที่มีอยู่ทิ้งไปด้วย ตอนผ่าจบจะให้ดูทั้งกระดูกที่ตัดออกกับ cortical bone ด้วย ซึ่งเราว่าตรงนี้ก็ดีนะ แต่ตอนวางแนวกราม คุณหมอจะเอาเหมือนไม้บรรทัดมาลองตัดให้ดูว่าถ้าตัดแบบนี้แล้วจะได้เส้นหน้าแบบนี้ เหมือนมีเส้นกรอบหน้าที่ชอบชัดเจนมาก ๆ เราโอเคเพราะอยากได้ฟีลธรรมชาติ แต่ถ้าไม่ชอบสไตล์แบบนี้ ก็น่าจะหาคลินิกที่พร้อมปรับตามที่เราอยากได้มากกว่าดีกว่า

ราคาอยู่ที่ 5.94 ล้านวอนสำหรับกรามเหลี่ยม + ตัด cortical bone + ดูดไขมัน และเพราะเป็นแผลหลังหู แค่ดมยาสลบแบบหลับก็พอ เลยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

2. อัปกูจอง ㅇㅊ (ผู้จัดการคลินิก -> คุณหมอ -> ผู้จัดการคลินิก)

ราคา: การปรับโครงหน้า 1 รายการ (กรามเหลี่ยม + คางหน้า + cortical bone + ดูดไขมัน) ราคาโปร 6.7 ล้านวอน ค่าปรึกษา: 30,000 วอน เวลาผ่าตัด: 2 ชั่วโมงครึ่ง ตรวจร่างกายก่อนผ่าตัด: มี (เลือด, คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ฯลฯ) วิธีผ่าตัด: ดมยาสลบ, กรีดในปาก, คางหน้าทำแค่ shaving นอนโรงพยาบาล: 1 วัน บริการแก้ไข/ติดตามหลังผ่า: ไม่จำกัดเวลา การดูแลหลังผ่า: ฉีดยาลดบวม, เลเซอร์ ฯลฯ + ตัดไหมแล้วนัดมาตรวจหลัง 10 วัน, 6 สัปดาห์, 6 เดือน

สิ่งแรกที่รู้สึกทันทีพอเข้าคลินิกนี้คืออินทีเรียร์สวยมากㅋㅋㅋㅋเหมือนมาอยู่คาเฟ่สไตล์ละมุนเลยอะ ทั้งสวยทั้งสะอาด ชอบมาก พนักงานหน้าเคาน์เตอร์กับผู้จัดการคลินิกก็น่ารักกันทุกคน คุณหมอบอกว่าทำผ่าตัดวันละแค่ 2 เคส เช้า 1 เย็น 1 เท่านั้น

รู้ว่าคุณหมอยังอายุน้อยอยู่แล้วนะ แต่ตัวจริงดูสูงโปร่งและหน้าเด็กมากจนตกใจㅋㅋㅋㅋตอนคุยปรึกษาแล้วรู้สึกว่าคุณหมอคนนี้พยายามปรับให้เข้ากับทิศทางที่คนไข้ต้องการให้มากที่สุด ใครที่มีสไตล์ในใจชัด ๆ น่าจะเข้ากับคลินิกนี้ดี! ที่นี่ก็แนะนำกรามเหลี่ยมเส้นโค้งยาว + ตัด cortical bone + ดูดไขมันเหมือนกัน และบอกว่าคางหน้าทำแค่ shaving ก็น่าจะพอ ส่วนความไม่สมมาตร ถ้าเอาปริมาณการตัดแต่ละข้างให้ต่างกันก็แก้ได้ในระดับหนึ่ง

3. กังนัม ㅁㅇㄷㅇ (ผู้จัดการคลินิก -> คุณหมอ -> ผู้จัดการคลินิก)

ราคา: การปรับโครงหน้า 1 รายการ (กรามเหลี่ยม + cortical bone + ดูดไขมัน) ราคาโปร 6.05 ล้านวอน ค่าปรึกษา: ไม่มี เวลาผ่าตัด: 1 ชั่วโมง ตรวจร่างกายก่อนผ่าตัด: มี (เลือด, คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ฯลฯ) วิธีผ่าตัด: ดมยาสลบ, กรีดในปาก นอนโรงพยาบาล: 1 วัน บริการแก้ไข/ติดตามหลังผ่า: ภายใน 1 ปี การดูแลหลังผ่า: เลเซอร์ลดบวมไม่จำกัด, ดูแล 3 ครั้ง (จำไม่ได้แน่ชัดว่ามีอะไรบ้างㅠㅠ)

ได้ยินมาว่าย้ายมาได้ไม่นาน แต่กว้างจริงและดูหรูวิบวับมากㅋㅋㅋㅋรู้สึกได้เลยว่าเป็นคลินิกใหม่ คุณหมอเปิดวิดีโอสัมภาษณ์ให้ดูด้วย เห็นว่าคุณหมอใส่ใจมากเรื่องเส้นทางการเคลื่อนย้ายคนไข้ตอนผ่าตัด รวมถึงการระบายอากาศและระบบสุขอนามัย ก็เลยรู้สึกว่าดี น่าเชื่อถือมาก

ที่นี่พนักงานทุกคนก็เป็นกันเอง และเพราะไปวันธรรมดาเลยไม่ได้รอนานด้วย เขาถ่ายรูปด้วยกล้องนอกจาก CT ด้วย และถ่ายหลายมุมมาก ชอบตรงนี้ แต่พอเห็นภาพช็อตใกล้ ๆ ตอนปรึกษาก็เหมือนโดนตอกย้ำความจริงเข้าให้เลย..ㅋㅋㅋㅋㅋㅋ

เราไม่ได้ไปหลายคลินิกมากนัก แต่คุณหมอคนนี้เป็นคนที่ดูมีพลังและนิสัยดีที่สุดในบรรดาคนที่เราเจอมาเลย น้ำเสียงก็พูดคล่อง ๆ ตรงไปตรงมา และมีอารมณ์ขันด้วย แน่นอนว่าก็แนะนำกรามเหลี่ยม + ตัด cortical bone + ดูดไขมันเหมือนกัน แต่บอกว่ารูปกรามเหลี่ยมของเราออกแบบยากนิดหน่อย เป็นกรามที่มีโอกาสเกิดมุมสองชั้นได้ง่าย เพราะงั้นต้องตัดอย่างละเอียดมากขึ้น แต่ท่านก็มั่นใจว่าทำให้ออกมาสวยได้ ตรงนี้เป็นครั้งแรกที่มีคนพูดแบบนี้ด้วยเลยยิ่งชอบมากขึ้น ส่วนตัวเรารู้สึกว่า คนที่มั่นใจเกินไปแบบว่า ‘ผ่าตัดนี้ไม่ยากหรอก!’ กลับไม่ค่อยดึงดูดใจเท่าไหร่

ส่วนคางหน้า คุณหมอบอกว่าไม่จำเป็นต้องไปแตะเลย เพราะไม่ได้ยื่นมากขนาดคางยื่น และถึงจะมีความไม่สมมาตรเล็กน้อยที่คางหน้าด้วย แต่กล้ามเนื้อบริเวณคางหน้าของเราแข็งแรงอยู่แล้ว เลยช่วยกลบความไม่สมมาตรนั้นไว้ จึงไม่คุ้มที่จะกรีดในปากและเลาะไปถึงคางเพื่อเอาอะไรใหญ่ ๆ ออก และท่านยังบอกอีกว่าที่เรารู้สึกว่าคางหน้ายื่น ไม่ได้ยื่นมากจริง ๆ แต่เพราะริมฝีปากบางและขาดวอลลุ่มมากกว่า คุณหมอคนนี้ก็เป็นคนแรกที่พูดถึงริมฝีปากให้ด้วย เลยรู้สึกแปลกใหม่มาก ริมฝีปากของเราพอมองด้านข้างก็ผอมมากจริง ๆ เมื่อเทียบกับด้านหน้า เรื่องความมีวอลลุ่มนี่เวลามองด้วยตาแล้วมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างสัมพัทธ์มาก ๆ เลยนะ สมัยก่อนตอนเราไปคลินิกจัดฟัน หมอที่นั่นเคยบอกว่าเราคางหน้ายื่น จัดฟันอย่างเดียวไม่ได้ ต้องผ่าตัดคาง ทำให้เราคอมเพล็กซ์มาก ทั้งที่จริง ๆ แล้วคำพูดของคนที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญไม่เห็นจำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจเลย^^ เขาไม่ได้เป็นหมอเฉพาะทางปรับโครงหน้าแท้ ๆ แต่ดันมาพูดเรื่องคางหน้าของเราแบบนั้น โกรธมากอะ คิดดูสิว่าเราต้องเครียดเรื่องนั้นมานานกว่า 20 ปีเลยㅠㅠ

ยังไงก็ตาม เราบอกคุณหมอชัด ๆ ว่าไม่ได้อยากมีใบหน้าสมบูรณ์แบบ แค่อยากให้ด้านข้างที่เป็นคอมเพล็กซ์ดีขึ้น คุณหมอก็เลยบอกว่าจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องทำหลายอย่างเท่าไหร่ พออ่านรีวิวเดินหาข้อมูลของที่อื่น ๆ บางที่ก็มีคนบอกว่าคุณหมอมีรูปหน้าที่ชอบเป็นพิเศษอยู่เหมือนกัน แต่เราไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย อาจเป็นเพราะเราไม่ได้อยากแก้หลายจุดก็ได้?

ตอนท้ายคุณหมอยกอุปมาได้ดีมากจนเราหัวเราะเลย บอกว่าถ้าเข้าไปในร้านชาเนล ก็ไม่มีใครซื้อแค่พวงกุญแจชิ้นเดียวแล้วกลับออกมาได้ แต่ก็อย่าโลภเกินไป ให้ซื้อแค่พวงกุญแจแล้วออกมาก็พอㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋตอนนี้ถ้าให้เลือก ที่นี่เป็นที่ที่เราเอนเอียงไปมากที่สุดแน่นอน แต่ก็อาจเปลี่ยนใจได้อีกถ้าเดือนหน้าจะไปปรึกษาที่อื่น..

สรุปก็คือ เราลังเลเรื่องปรับโครงหน้ามานานมาก แล้วพอตัดสินใจว่าอย่างน้อยไปปรึกษาดูสักหน่อยเพื่อฟังว่าหมอจะพูดว่าอะไร ก็เลยเริ่มเดินหาข้อมูล ผลคือดีที่ได้ไปปรึกษาจริง ๆ เพราะก่อนหน้านี้เราคิดเยอะไปหมดว่าตัวเองต้องทำโน่นนี่และต้องแก้หลายจุดไปหมด แต่พอได้ฟังทั้ง 3 ท่านแล้ว สิ่งที่พูดกลับคล้ายกันพอสมควร เลยรู้สึกว่าความอยากได้เกินพอดีลดลงไปเยอะ

ใครที่เครียดเรื่องการปรับโครงหน้า เราแนะนำอย่างระวังว่าอย่างน้อยไปปรึกษาดูสักครั้งก่อน บางทีจะทำให้เห็นภาพชัดขึ้นนิดหนึ่ง ดีกว่าคิดวนไปวนมาจนใจแย่..! แน่นอนว่าการตัดสินใจผ่าตัดต้องใช้เวลาคิดให้ดีและคิดอย่างเข้มข้นนาน ๆ แต่สำหรับเรา ความเครียดหลักคือด้านหน้ามันก็ชอบอยู่แล้วนะ ถึงจะมีมุมที่ดูไม่สมบูรณ์แบบบ้าง แต่ก็ไม่ได้แย่ขนาดต้องผ่าตัดใหญ่แบบปรับโครงหน้าหรือเปล่า เลยลังเลเยอะมาก กลัวว่าจะเสียมากกว่าได้..

แต่พอไม่ทำ ด้านข้างดันเครียดสุด ๆ แบบมากกกกกกก จนในวัยที่ควรสวยที่สุดตอนนี้ เรากลับทำทรงผมที่อยากลองหรือใส่ที่คาดผมแบบสบายใจไม่ได้เลย พอมีลมพัดหน้าม้าก็พัง กลายเป็นคนดูไม่สวย +94837289202 ไปทุกที เวลาถ่ายรูปหรือส่องกระจกแล้วเห็นว่าความมั่นใจตัวเองดิ่งลงต่ำ ก็เลยคิดว่าถ้าจะเสียใจ ก็ขอทำแล้วค่อยเสียใจดีกว่า เราคิดแบบนั้น

หลายคนก็บอกว่าถ้าทำแค่กรามเหลี่ยมจะไม่หย่อน และตามคลินิกต่าง ๆ ก็พูดแบบนั้นเหมือนกัน แต่เอาจริง ๆ ความหย่อนมันแล้วแต่คนจริง ๆ ทั้งตัวบุคคลและสภาพผิว ถึงอย่างไรกระดูกที่มีอยู่มันหายไปแล้วจะไม่ให้ผิวหย่อนได้ยังไง เราเลยคิดไว้แล้วว่าต้องหย่อนแน่ ๆ และยอมรับว่าต้องดูแลไปตลอดชีวิต อยู่แล้ว เพราะจริง ๆ ไขมันบนหน้าเราก็ออกแนวไปกองข้างคางแบบแก้มสุนัขบูลด็อกนิด ๆ อยู่แล้ว เลยคิดว่าจะเริ่มดูแลด้วย InMode กับร้อยไหมยกหน้าอยู่แล้ว มันก็พอ ๆ กันนั่นแหละ ถึงความเร็วในการหย่อนจะต่างกันก็เถอะ..

ขอบคุณที่อ่านโพสต์ยาว ๆ นี้ และหวังว่าจะช่วยคนที่กำลังเครียดเรื่องปรับโครงหน้าแบบเราได้แม้เพียงนิดเดียว ขอให้พวกเราทุกคนมีความสุขกันนะㅠㅠ

ยังไม่มีความคิดเห็น