ก่อน <ก่อนศัลยกรรม> ก่อน <ก่อนศัลยกรรม><วันออกจากโรงพยาบาล><หลังผ่าตัดวันที่ 3><หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์><หลังผ่าตัด 1 เดือน><หลังผ่าตัด 1 เดือน><ของที่ต้องเตรียม>- วันผ่าตัด
ผ่าตัดเสร็จตอน 9 โมงเช้า พอรู้สึกตัวก็เลยบ่าย 3 โมงไปแล้ว หลังดมยาสลบทั้งตัว มีคนช่วยพยุงไปที่เตียง จากนั้นใส่หน้ากากออกซิเจนแล้วหายใจซ้ำ ๆ (เพราะต้องตื่นจากยาสลบ เขาเลยบอกให้หายใจต่อเนื่อง ถ้าทำเหมือนถอนหายใจยาว ๆ จะสบายมาก!) แล้วไม่กี่นาทีต่อมา ก็ย้ายไปห้องพักฟื้นพร้อมเสาน้ำเกลือ โดยยังเสียบสายน้ำเกลืออยู่ ง่วงมากเลยถามว่านอนได้ตอนไหน เขาบอกว่านอนได้เลย ก็หลับลึกทันที 4 ชั่วโมงต่อมา เขาเอาน้ำกับ New Care มาให้ ฉันเลยทั้งวันดื่มแต่น้ำ นอน แล้วก็วนซ้ำ ระหว่างนั้นเขาก็มาเทขวดเดรนเลือดให้เป็นระยะ ๆ และช่วงกลางคืนก็มาให้ยาแก้อักเสบแก้ปวดผ่านสายน้ำเกลือ อ้อ หลังผ่าตัดเสร็จจะหนาวจนตัวสั่นมาก ฉันสั่นงั่ก ๆ จริง ๆ พยาบาลเลยถามว่าหนาวมากไหม แล้วปรับอุณหภูมิแผ่นทำความร้อนไฟฟ้าให้สูงขึ้น เวลารู้สึกคลื่นไส้นิด ๆ เพราะยาสลบทั้งตัว ฉันแค่นอนบนเตียง หายใจเข้าทางจมูก แล้วเป่าลมหายใจ “ฮู” ออกทางปากซ้ำ ๆ - สำหรับฉันวิธีนี้ได้ผลดีที่สุด
- วันที่ 1-3
ที่โรงพยาบาล ถ่าย CT สระผมให้ แล้วก็ออกจากโรงพยาบาล หลังออกจากโรงพยาบาล เริ่มรู้สึกว่าบวมค่อย ๆ ขึ้น และพอใส่สายรัดหน้า ก็เห็นว่าหน้ากลายเป็นพระจันทร์เต็มดวง,, กระดูกไม่ได้เจ็บอะไร แต่วันที่ 1 ต้นขาที่ดูดไขมันเจ็บมาก เวลานั่งหรือลุกขึ้นคือทรมานมาก ตอนนั้นแทนที่จะคิดว่าต้องลดบวม ฉันแค่พยายามทำให้บวมน้อยลง เลยขยันประคบเย็นมาก แต่ไม่ค่อยช่วย,, ถึงอย่างนั้นทุกคนก็ประคบเย็นกันให้ดีนะ! วันที่ 2-3 ทั้งปากและหน้าบวมมาก พูดก็ลำบาก ข้างในปากก็เจ็บมาก จนทรมานจริง ๆ ไอแห้งก็ออกมาเยอะมาก นอนอยู่ก็สะดุ้งตื่นเพราะไอ เสมหะก็เยอะมาก จนแทบจะดื่มน้ำขวด 500 มล. วันละ 4 ขวด เพราะไอและเสมหะออกมาเยอะมาก ฉันถามโรงพยาบาลแล้วกินยาเพิ่มจากร้านขายยา และเขาบอกว่าถ้าเจ็บมากสามารถกินยาแก้ปวดเพิ่มได้อีก 1 เม็ด ฉันเลยซื้อ Tylenol มากินเพิ่มพร้อมยาตอนเช้าและเย็น! (แต่ไม่ได้แปลว่าเพราะฉันทำแล้วทุกคนจะทำได้ ต้องถามโรงพยาบาลก่อนกินยาเสมอ!!) แล้วเวลานอน ฉันซ้อนหมอนทีละ 3 ใบ หาท่าที่สบายแล้วนอน แต่เพราะยังไม่สบายตัว ต่อให้นอนหลับสนิทก็จะตื่นภายใน 3 ชั่วโมง เรื่องนี้พอเวลาผ่านไป บวมลดลง ร่างกายสบายขึ้น เวลานอนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อดทนอีกนิดนะ!
- วันที่ 4-6
สำหรับฉัน ตั้งแต่วันที่ 3-4 ที่สามารถถอดสายรัดหน้าได้ อาการบวมที่ริมฝีปากลดลงอย่างชัดเจน และอาการเจ็บในปากก็น้อยลงมาก! ตั้งแต่วันที่ 3 ฉันเดินเล่นช่วงกลางวันและเย็นไม่เกิน 2 ชั่วโมง ดื่มน้ำ นั่งประคบอุ่น พอเบื่อก็ประคบอีก วนไปเรื่อย ๆ ฉันเน้นทำฝั่งที่บวมมากกว่า แล้วเห็นว่ามันยุบลงเร็วมาก มีความสุขสุด ๆ ช่วงนี้ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่เดินเล่น ประคบบ่อย ๆ กินยาให้ดี และทายาที่แผลผ่าตัดให้ดี ก็พอ!
- วันที่ 7
ในที่สุดก็ถึงวันที่ไปโรงพยาบาลเพื่อตัดไหมตรงจอนผมและต้นขา ไปถึงโรงพยาบาลตามเวลานัดแล้วตัดไหม สำหรับฉันตรงจอนผมแสบมาก,, ระหว่างถอดไหม ฉันแบบ อ๊ะ แสบ,, แต่เขาพูดว่า “จะแสบเล็กน้อยนะคะ~” แล้วก็ถอดต่อ ฉันเลยได้แต่ร้องไห้ในใจแล้วทน ต้นขาแทบไม่รู้สึกอะไรจริง ๆ และเขาบอกว่าตอนนี้อาบน้ำได้แล้ว ไม่ต้องทายาแล้ว! หลังรอ คุณหมอมาดูไหมในปากและสภาพความสะอาดของฉัน แล้วชมว่าดูแลดี สะอาดมาก ฉันภูมิใจสุด ๆ คุณหมอดู CT ก่อน-หลังแล้วอธิบายว่าผ่าตัดอย่างไร และถามว่ามีอะไรสงสัยไหม ฉันเลยรีบถามว่าดื่มกาแฟได้ไหม คุณหมอบอกว่าได้ แค่บ้วนปากให้ดี พอจบช่วงพบคุณหมอแล้ว โรงพยาบาลก็ถ่ายรูป รับการดูแลหลังผ่าตัด แล้วบอกว่าครั้งต่อไปให้มาตอนครบ 2 สัปดาห์
- วันที่ 8-13
ช่วงนี้ยังบวมเต็ม ๆ เหมือนแฮมสเตอร์อมอาหารอยู่ และรอยช้ำบนหน้าก็ยังเหลือสีเขียว ๆ ฟ้า ๆ นิดหน่อย ไหมในปากก็ดึงตึงและเจ็บมาก เลยหัวเราะกว้าง ๆ ไม่ได้ เวลาอะไรตลกมากจนจะหัวเราะ ไหมด้านบนจะดึงมากและเจ็บมากจนต้องใช้มือจับไว้แล้วหัวเราะ ประกบริมฝีปากเข้าหากันก็ไม่ได้ เลยเวลาทาลิปสติกหรือทินต์ก็ใช้มือเกลี่ยเอา ฉันไม่ได้แต่งหน้า แต่บริเวณโหนกแก้มหรือกรามยังเจ็บนิดหน่อยถ้าแตะ ถ้าจะแต่งก็น่าจะค่อย ๆ แตะเบา ๆ ได้มั้ง? อืม แล้วการแปรงฟัน ฉันใช้แปรงสีฟันเด็กกับยาสีฟัน แต่ปากอ้าได้ไม่กว้าง เลยเหมือนฝืนยัดเข้าไป และเพราะมีไหมก็เลยทำเบา ๆ แต่ละเอียด ที่ขูดลิ้นก็ใช้ แต่เพราะปากอ้าได้ไม่กว้าง เลยทำตามความรู้สึก ไม่ได้รู้สึกโล่งสะอาดเท่าไหร่,, คงเป็นเพราะทักษะฉันไม่พอ,, แล้วเขาบอกว่าช่วง 2 สัปดาห์น่าจะใส่นิ้วได้ประมาณ 2 นิ้ว แต่ฉันยังใส่ได้ 1 นิ้วและมีที่ว่างนิดหน่อย? สายรัดหน้าฉันรักษาเวลาใส่ไม่ค่อยได้ ตอนนอนก็ใส่หลวม ๆ ถ้านอนแล้วไม่สบายก็ถอดออกชั่วคราว อาหารส่วนใหญ่กินของนิ่ม ๆ พอช่วงท้าย ๆ รู้สึกจะบ้า เลยกินข้าวผัดหรือรีซอตโตโดยไม่เคี้ยว แค่กลืนไปเลย ประคบก็ไม่ได้ทำบ่อย แต่เวลาทำจะเน้นฝั่งที่บวมมากกว่า ส่วนบวมใหญ่ ๆ ที่เหลืออยู่ตรงคาง ฉันก็ประคบไปโดยหวังว่าพอเอาไหมในปากออกแล้วจะหายไป
- วันที่ 14 (ตัดไหมในปาก)
พบคุณหมอแล้วตัดไหมในปาก สำหรับฉัน แทนที่จะเจ็บตอนตัดไหม การใช้สำลีก้านกด ๆ รอบ ๆ เพื่อหาไหมเจ็บกว่า,, ร่างกายเกร็งเองโดยอัตโนมัติ จนคิดว่านี่จะปวดกล้ามเนื้อไหม หลังตัดไหมเสร็จหมด เขาให้ไปห้องน้ำแล้วบ้วนปากด้วยน้ำเย็น ฉันทำแล้วเลือดออกน้อยกว่าที่คิด ฉันใกล้ครบ 2 สัปดาห์แล้ว แต่บริเวณแผลผ่าตัดในปากยังปวดตุบ ๆ เลยสงสัยว่าฉันดูแลผิดหรือเปล่า จึงถามไป เขาบอกว่าเป็นเรื่องปกติ! ถ้ามีใครกังวลเหมือนฉัน ก็น่าจะไม่ต้องกังวลนะ และเพราะยังไม่ได้สมานเต็มที่ เขาบอกให้ระวังเรื่องอาหารเหมือนเดิมอีกประมาณ 2-3 วัน ฉันกำลังจะจัดข้าวผัดกิมจิเต็มที่ เลยลังเลนิดหน่อย,, (แต่ก็กินอยู่ดี)
- ครบหนึ่งเดือน
ตอนนี้ใส่นิ้วได้ประมาณสองนิ้วแล้ว ความรู้สึกที่ริมฝีปากกลับมาหมดแล้ว ส่วนโหนกแก้มมีความรู้สึกชา ๆ ซ่า ๆ เบามาก? เวลาจะทาโลชั่นแล้วแตะ ๆ จะเจ็บนิดหน่อย เลยแตะเบามาก ๆ อยู่! ความรู้สึกที่คางหน้ามีบริเวณใหญ่กว่าเหรียญ 500 วอนนิดหน่อยที่ไม่มีความรู้สึก แต่กลับมามากกว่าก่อนหน้านี้มาก เลยไม่กังวล ส่วนความรู้สึกอื่น ๆ ปกติทั้งหมด! บริเวณแผลผ่าตัดในปากนูนออกมานิดหน่อยเหมือนผิวที่เป็นคีลอยด์ง่าย แต่คิดว่าผ่านเวลาไปคงดีขึ้น เลยไม่ค่อยกังวล แปรงฟันตอนนี้ใช้แปรงสีฟันขนาดปกติแปรงได้ดีมาก และใช้ที่ขูดลิ้นได้ดีมากด้วย ฉันนั่งนอนจนถึงครบหนึ่งเดือน แต่ตอนพบคุณหมอครั้งนี้ถามแล้ว คุณหมอบอกว่าตอนนี้ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นแล้ว ตอนนี้เลยนอนราบได้แล้ว! คุณหมอบอกว่าแต่ละเดือนจะใส่นิ้วเพิ่มได้อีกหนึ่งนิ้ว และฉันถามเรื่องหมวกเพราะมีฉีดไขมันหน้าผาก คุณหมอบอกให้ระวังจนถึงเดือนที่ 3 และถ้าจำเป็นต้องใส่ก็ให้ใส่แบบหลวม ๆ ดังนั้นถ้าต้องใส่ ฉันจะใส่หมวกบักเก็ต อาหาร ตอนนี้ยกเว้นต๊อก ของแข็ง ของเหนียว ฯลฯ เนื้อสัตว์หรืออาหารปกติก็กินหมด แต่เนื้อยังเคี้ยวแบบคร่าว ๆ แล้วกลืนอยู่ บริเวณโหนกแก้มหรือกรามยังบวมอยู่บ้าง เขาบอกว่าต้องดูยาว ๆ กว่าจะยุบ ฉันเลยใช้ชีวิตแบบสบาย ๆ อยู่! แต่ถ้าไม่บอกคนที่ไม่รู้ว่าฉันทำปรับโครงหน้ามา เขาก็ไม่รู้เลย เพราะดูเป็นธรรมชาติมาก ฉันเลยพอใจมาก!!
ฉันจองห้องไว้ที่โซลหนึ่งสัปดาห์ เลยมีของเตรียมเยอะ แต่คนที่พักอยู่บ้านก็แค่ดูเป็นข้อมูลอ้างอิงว่ามีอะไรจำเป็นไหมนะ! ฉันกลัวว่าหน้าบวมแล้วหน้ากากอนามัยปกติจะใส่ไม่ได้ เลยซื้อหน้ากากสีดำไซซ์ใหญ่พิเศษจาก Coupang มา แล้วพอดีเป๊ะ! ลิปบาล์มต้องพกให้ได้ และครีมลดรอยช้ำ ถ้าไปร้านขายยาแล้วขอแบบที่ใช้กับหน้าได้ เขาน่าจะให้มา
ฉันได้ส่วนลดตามเงื่อนไขว่าต้องเขียนรีวิว ดังนั้นราคาที่แน่นอนลองไปปรึกษาดูนะ และพรุ่งนี้ฉันต้องไปเขียนรีวิวในแอป,,
อ้อ การดูแลหลังผ่าตัดได้รับทั้งหมด 3 ครั้ง คือสัปดาห์ที่ 1 สัปดาห์ที่ 2 และครบหนึ่งเดือน ส่วน CT ถ่ายทั้งหมด 2 ครั้ง คือวันออกจากโรงพยาบาลและครบหนึ่งเดือน
การดูแลหลังผ่าตัดสัปดาห์ที่ 1, 2 ได้รับการผลัดเซลล์ผิว คลื่นความถี่สูง และเลเซอร์ฟื้นฟู ส่วนครบหนึ่งเดือนไม่มีผลัดเซลล์ผิว ได้แค่คลื่นความถี่สูงกับเลเซอร์ฟื้นฟู
ฉันกังวลว่าจะถูกสงสัยว่าเป็นนายหน้าเพราะชมอย่างเดียว แต่เขียนเพราะอยากช่วยทุกคนที่กำลังลังเล หรือคนที่สงสัยว่าการปรับโครงหน้ามีผลได้ประมาณไหน
ฉันเองก็ลำบากมาก เลยอยากช่วยจริง ๆ ว่าทำอย่างไรถึงจะลำบากน้อยลง
หวังว่าทุกคนที่กำลังจะทำปรับโครงหน้า หรือกำลังลังเล จะใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้นะ ถ้ามีอะไรสงสัยคอมเมนต์มาได้เลย จะตอบให้หมด!!
งั้นฝันดีนะ บ๊ายบาย ~~~!