โพสต์

รีวิวศัลยกรรมแบบไม่ผ่าตัด

รีวิวฉีดโบท็อกซ์กรามเหลี่ยมมา 10 ปีแล้ว (เตือนว่ายาว)

ไม่ได้ฉีดที่โรงพยาบาลใดโรงพยาบาลหนึ่งเป็นพิเศษ ฉันฉีดมาตั้งแต่ตอนเป็นนักศึกษาปริญญาตรีที่ไปเรียนต่างประเทศ... ตอนปิดเทอมก็ฉีดแถวบ้านที่เกาหลี ส่วนระหว่างเทอมก็ฉีดที่อเมริกา หลังเรียนจบ ฉันอยู่ที่นิวยอร์ก เลยฉีดต่อเนื่องที่ที่ไม่เกี่ยวกับชุมชนนี้ ดังนั้นไม่มีข้อมูลโรงพยาบาลนะ

ฉันมีกรามเหลี่ยม และถ้ามองจากด้านหน้าหน้าจะเป็นทรง U กลม ๆ พ่อฉันเป็นรังสีแพทย์ เลยลองถ่าย CT ดู พบว่าฉันเป็นคางสั้น ต่อให้ตัดกรามแบบ long curve ก็เป็นใบหน้าที่ไม่น่าจะเห็นผลมากนัก ตอนอายุ 20 ต้น ๆ ก็ปรึกษาคนรู้จักของพ่อหลายคน แต่ทุกคนคัดค้าน ฉันเลยใช้ชีวิตด้วยการฉีดโบท็อกซ์อย่างเดียว แต่ที่ตลกคือ ถ้าไม่ได้ไปผ่านคนรู้จักของพ่อ แล้วแค่เดินเข้าโรงพยาบาลไหนก็ได้เพื่อปรึกษา เขากลับแนะนำแบบฝืนเกินไป.. เลยยิ่งเชื่อถือไม่ได้มากขึ้น

ตอนฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรก ฉันฉีดรวม 50 ยูนิต และตอนนี้รักษาต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 10 แล้ว ช่วงแรกไม่รู้เรื่อง คิดว่ายิ่งฉีดเยอะยิ่งดี ก็เลยฉีดไม่เป็นเวลา ทุก ๆ 3-4 เดือนครั้งหนึ่ง (แบบคิดว่าเป็นการรีทัช) ถ้าฉีดถี่แบบนั้นอาจเกิดภาวะดื้อยาได้ และกล้ามเนื้อส่วนอื่นอาจใหญ่ขึ้นแทนด้วย เลยเคยโดนแพทย์เฉพาะทางดุไปครั้งหนึ่ง ตอนนี้ฉันฉีดตรงเวลาเป๊ะ ทุก 6 เดือนครั้งหนึ่ง ได้ยินว่าถ้าฉีดมาถึงปีที่ 10 อาจเกิดการดื้อยาได้ แต่ฉันยังโอเคอยู่จนถึงตอนนี้ ระหว่างนั้นก็มีผลิตภัณฑ์ชีววัตถุคล้ายคลึงอย่าง Xeomin ออกมาเยอะ แต่ยังไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องเปลี่ยน เลยยังพักไว้ก่อน

เอาล่ะ.. เข้าเรื่องหลักกัน 1) ความพึงพอใจ ถ้าต้องให้คะแนนจริง ๆ ก็ 6-7 จาก 10? ตอนนี้ฉันยังนอนกัดฟันเยอะ และหน้ายังใกล้เคียงทรง U อยู่ เลยมีบางครั้งที่อยากผ่าตัด แต่เพราะเป็นการผ่าตัดที่เสี่ยงมาก ใจก็เลยโลเลไปมา พูดตรง ๆ คงยากที่จะบอกว่าไม่มีความอาลัยอาวรณ์กับการผ่าตัดกรามเหลี่ยมเลย 100% ถ้าเกิดอินขึ้นมา ฉันก็จะหาดูรีวิวศัลยกรรมกับ YouTube เยอะมาก แต่แค่ฉีดโบท็อกซ์ก็รู้สึกว่าจัดทรงได้ระดับหนึ่ง เลยคิดว่าเป็นชะตาแล้วก็ฉีดต่อเนื่องไป การต้องฉีดทุก 6 เดือนก็ค่อนข้างยุ่งยาก แต่ตอนนี้เลิกไม่ได้แล้ว. นอกเรื่องนิดหนึ่ง ตอนฉันเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย คนรู้จักของคนรู้จักฉันไปผ่าตัดกรามเหลี่ยมแล้วไม่ฟื้นขึ้นมา... เขาว่าพออายุมากขึ้น อาจมีการเสื่อมของฟันและโครงสร้างช่องปากด้วย ดังนั้นถ้าคิดถึงวัยชรา ก็เป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบจริง ๆ ฉันอาจจะได้แต่ลังเลไปเรื่อย ๆ แล้วฉีดโบท็อกซ์อย่างเดียวตลอดชีวิต

2) ผลข้างเคียง พูดตรง ๆ ช่วง 5-7 ปีแรก ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีผลข้างเคียง แต่พอเข้าเลข 30 พอดี (ปีที่ 8) ก็เริ่มมีคางสองชั้น พอลองหยิกดู ผิวไม่ได้หนา เลยรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อแพลทิสมา (platysma) พัฒนาขึ้นจากการชดเชยการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวที่ลดลงจากการฉีดโบท็อกซ์บ่อย ๆ เรื่องนี้ตอนฉีดโบท็อกซ์ครั้งหน้าจะให้คุณหมอวินิจฉัยให้ชัดเจน และกล้ามเนื้อชดเชยตรงขมับก็ใหญ่ขึ้นจริง ๆ แล้วอาการปวดหัวก็ตามมาด้วย อาการแบบนี้ไม่มีเลยในช่วง 5-6 ปีแรกหลังเริ่มฉีดโบท็อกซ์ ครั้งนี้ไปต้องฉีดโบท็อกซ์ที่ขมับ + กล้ามเนื้อบดเคี้ยว + หน้าผากด้วย... อันนี้เป็นผลข้างเคียงที่ไม่เคยคิดไว้เลย ดังนั้นถ้าคิดจะฉีดโบท็อกซ์ไปตลอดชีวิตแทนการผ่าตัดเหมือนฉัน ก็ลองพิจารณาจุดนี้ด้วย

3) ความหวังส่วนตัว อย่าไปหาหมอที่บอกว่าจะรีทัชโบท็อกซ์ให้ แล้วฉีดให้ทุก 2-3 เดือนครั้งหนึ่ง เป็นพ่อค้าเต็มตัวเลย ตอนฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรก อาจฉีดมากกว่าปกติในฐานะ loading dose ได้ แต่ไม่ได้แปลว่ายิ่งฉีดเยอะยิ่งดีเสมอไป และถ้าฉีดบ่อยเกินไป กลับอาจเกิดการดื้อยาได้ ดังนั้นต้องระวัง อีกอย่างหนึ่ง.. โบท็อกซ์ควรถูกเจือจางด้วยน้ำเกลือก่อนฉีดเข้าสู่ร่างกาย แต่ก็มีหมอหลายคนที่เจือจางมากกว่าปริมาณมาตรฐานแล้วฉีดให้ ดังนั้นถ้าเจอหมอที่ไว้ใจได้จริง ๆ ก็อยู่กับเขาไว้ อย่าเปลี่ยนหมอเพราะหลงราคาถูก และโบท็อกซ์ก็ต้องไปที่ที่ฉีดเก่ง ไม่อย่างนั้นอาจเกิดกล้ามเนื้อชดเชยหรือความหย่อนคล้อยได้ ดังนั้นถ้าพอใจกับการออกแบบด้วย ก็ไปที่นั่นที่เดียวเลย!!

งั้นขอให้ทุกคนสวยขึ้นไปอีกนะ:)

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้