อะไรประมาณว่าอยากเก็บช่วงเวลาที่เหนื่อยและทรมานนี้ไว้ในรูปแบบไดอารี่ เลยจะลองเขียนแบบเน้นความรู้สึกดูนะ.. เรื่องรูปหน้าของตัวเองนี่เป็นสิ่งที่กังวลมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น.. จริงๆ แล้วตา จมูก ปากก็ไม่ได้มีอะไรที่ดูแหลมคมหรือเด่นชัด แต่ตามมาตรฐานของตัวเองมันก็เหมือนเป็นคอมเพล็กซ์ส่วนตัว..? เพื่อนๆ ก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอก แต่มีแค่เราที่รู้สึกมากเป็นพิเศษ ทุกคนเข้าใจฟีลนี้ใช่ไหม? เอาล่ะ! วันตัดสินชะตา ตึงงง,, ในที่สุดก็ทำสำเร็จแล้ว... เก่งมากนะตัวฉันเอง.. ผ่าตัดไว้ตอนบ่าย 2 เลยได้รับแจ้งให้ไปถึงโรงพยาบาลก่อนบ่าย 1 เพราะเราขึ้นไปโซลจากปูซาน ก็เลยจองโรงแรมไว้ล่วงหน้าทั้งอาทิตย์แล้วขึ้นมา เราก็เก่งเอาเรื่องนะ.. พอถึงโรงพยาบาลก็เช็กอิน แล้วเอาของที่คิดว่าน่าจะต้องใช้ไปวางไว้ในห้องพักผู้ป่วยก่อนทั้งหมดเลย เราเป็นคนแบบ J สุดๆ ต้องเตรียมทุกอย่างไว้ก่อนถึงจะสบายใจ.. ตอนคุยออกแบบรอบสุดท้ายกับคุณหมอยู ก็เปิดรูปให้ดูไปพร้อมกับยืนกรานข้อที่ต้องการแบบสุดๆ.. ขอให้คงมุมหน้าไว้นะคะ!! ขอให้หน้าเล็กและสั้นแบบเด็กๆ ด้วยนะคะ!!(เอารูปวอนยอง/เจนนี่ไปด้วย) ก็เน้นอะไรแบบนั้น แล้วบอกว่าฝากด้วยนะคะ จากนั้นก็ไปเตรียมตัวเข้าห้องผ่าตัดจริงจัง เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วบ๊ายบายกับแม่ จากนั้นก็เข้าไปในห้องผ่าตัด พอเข้าห้องก็มีการเช็กหลายอย่างก่อนผ่า (อดอาหารมาดีไหม/สภาพร่างกายเป็นยังไง/จะผ่าอะไรบ้าง ฯลฯ..) แล้วคุณหมอวิสัญญีเข้ามาช่วยปลอบใจหัวใจที่เต้นตึกตักของเรามากๆ จากนั้นก็พูดว่า ให้หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ..... แล้วก็แบล็กเอาต์ ดมยาสลบแบบทั่วร่างนี่ พอลงนอนปุ๊บก็จบปั๊บจริงๆ แหะ.. เราก็ไม่รู้มาก่อน... ว่าช่วงฟื้นจากยาสลบจะทรมานขนาดนี้..... เขาใส่หน้ากากออกซิเจนให้ แล้วบอกให้หายใจเข้าลึกๆ นะ~ ไม่งั้นตอนเคลื่อนย้ายอาจเวียนหัวและอาเจียนได้~ เราก็เลยพยายามหายใจฟืดฟัดสุดชีวิต.. แต่เพราะวันก่อนเครียดมากจนได้นอนแค่ 2 ชั่วโมง? เลยไม่มีแรงเลย ง่วงมาก.. สักประมาณ 10 วินาทีแรกก็ยังคิดเลยว่า ถ้าได้ตายสักพักก็คงดี... แบบโคตรจะตายแน่ๆ.... อยากให้สบายขึ้น... แม่ขอโทษนะ รักแม่นะ... จากนั้นก็ถูกย้ายไปห้องพักผู้ป่วยแบบทุลักทุเล เสียงก็แทบไม่ออก เหนื่อยมากจนได้แต่ทักแม่แบบลวกๆ แล้วบอกว่าจะขอนอนก่อน จากนั้นก็พลิกตัวไปมาจนหลับ เพราะอาการบวม คนไข้ผ่าตัดโครงหน้าต้องนอนแบบนั่ง พูดตรงๆ คือแทบไม่รู้สึกว่าตัวเองได้นอนเลย แถมไม่สบายสุดๆ เราเอาหมอนรองคอกับเบาะรองก้นไปด้วย ถ้าใครเห็นโพสต์นี้แล้วจะผ่าตัด ต้องเอาไปนะ.. ของจำเป็นจริงๆ เลย แต่เพราะเราไปดูดไขมันด้วยมั้ง หมอนรองคอพูดตรงๆ คือค่อนข้างเจ็บ แค่เฉียดนิดเดียวก็เสียววาบกับความเจ็บจากดูดไขมัน.. เจ็บกว่าความเจ็บจากการกรอกระดูกอีก... ดูดไขมัน>>>>ปากบวม>>>ปวดกรามล่าง ประมาณนี้เลย พอเห็นหน้าแล้วเหมือนมีปลาหมึกยักษ์อยู่ตัวหนึ่ง แบบถ้ากัดทีเดียว น้ำคงพุ่งปรี๊ดออกมา.. แล้วเราเองหนาวสั่นหนักมาก เขาเลยเอาแผ่นประคบเย็นมาพันให้ แต่เราก็ดึงออกทันที.. สั่นจนทนไม่ไหวจริงๆ พยาบาลบอกว่าเราสั่นหนักมาก เลยเอาผ้าห่มมาให้ 2 ผืน ที่นอนอุ่นก็เปิดเต็มที่ เพราะเป็นห้องเดี่ยวเลยสบายมาก ตอนเราห่มผ้านอนอยู่ คุณหมอยูก็มาตรวจเช็กความคืบหน้าหลังผ่า คุณหมอบอกว่าผ่าตัดออกมาดีมาก ไม่ต้องกังวลนะ เราแทบจะร้องไห้ ก็เลยงอแงแบบว่า ปวดกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะคะ.. แน่นอนว่าก็ขอบคุณด้วยแหละ.. ทุกคนรู้ไหมว่าหลังผ่าตัดต้องรอ 4 ชั่วโมงกว่าจะดื่มน้ำได้..? ไม่มีอะไรทรมานเท่านี้แล้ว เราพยายามจะหลับตลอดเวลาเลย น้ำมูกเลือดก็ออก ก้อนเลือดก็วนอยู่ในปาก วุ่นวายไปหมด.. อาการเจ็บคอก็ประมาณแสบคอเหมือนตอนเป็นโควิดที่คนมักพูดกันนั่นแหละ ที่จริงไม่ใช่เจ็บมากหรอก แต่เวียนหัวกับคลื่นไส้มากกว่าเลยปวดหัวนิดหน่อย.. ประมาณ 11 โมงครึ่ง พยาบาลกะดึกก็เอา New Care มาให้ 2 ขวดกับน้ำ 2 ขวด เราดื่มน้ำแบบเอาเป็นเอาตาย แล้วประมาณ 1 ชั่วโมงต่อมาก็ให้ดื่ม New Care ด้วย เราก็ซดหมดในทีเดียว คนอย่างเราที่มีความอยากอาหารนี่คือปลาบึกใช่ไหม.. ระหว่างนั้นก็ช่วยพาไปเข้าห้องน้ำด้วย ดูแลละเอียดมากจริงๆ ขอบคุณมาก แต่ข้อเสียคือหลับลึกไม่ได้.. หลังจากนั้นก็ไล่ดู YouTube ไปบ้าง นอนไปบ้าง ดื่มน้ำต่อเนื่อง แล้วประมาณ 7 โมงเช้าก็ไปเอาท่อระบายออก การเอาท่อระบายออกนี่ขนลุกจริงๆ และเป็นอะไรที่ไม่อยากทำอีกเลย.. จะอธิบายยังไงดี เหมือนมีอะไรคล้ายหนวดปลาหมึกฝังอยู่ในหน้าแล้วถูกดึงออกแบบฝืนๆ น่ะ..? แล้วตอนทำเขาก็กดหน้าหนักมาก พยาบาลคนนั้นตอนนั้นเราเกลียดเลย แต่ในสภาพนั้นเราปล่อยทุกอย่างไปแล้ว แม้แต่แรงจะจ้องก็ยังไม่มี.. จำไว้ให้ดีㅍ.. หลัง 8 โมงเช้าก็ไปสระผมแบบบริการ แล้วเขายังเป่าผมให้แห้งด้วย จากนั้นไปทำ CT แล้วกลับห้องพักผู้ป่วย ฟังพยาบาลอธิบายการดูแลหลังผ่าแบบตัวต่อตัวอย่างละเอียด แล้วก็ได้บอกลาคุณหมอยูเป็นครั้งสุดท้าย ตอนออกจากโรงพยาบาลน่าจะเกือบ 10 โมง แม่เรามาพอดีเลยเหมือนไปพร้อมกัน ความเจ็บก็ยังมีต่อเนื่อง ทำไมไม่มีใครบอกว่าดูดไขมันเจ็บขนาดนี้...? ทำไมเหรอ...? พรุ่งนี้จะเป็นช่วงที่บวมที่สุดแล้ว เดี๋ยวจะกลับมาเขียนอีกว่าหลังจากนี้อาการเป็นยังไง แค่รู้สึกว่าอยากเขียนด้วยตัวเองเฉยๆ.. ขอให้ผลผ่าตัดออกมาดีเร็วๆ จะได้เรียกคุณหมอยูว่า ยูพ่อ ยูพ่อ ดู YouTube เยอะเกินไปจนรู้สึกสนิทในใจแบบสุดๆ ไปเลย.....? การบ้วนปากกับการกินยาโคตรยาก ทุกคนเอาไว้เป็นข้อมูลนะ.. ตอนบ้วนปากด้วย Hexamedine กับตอนกินยาเม็ด ให้คลายผ้ารัดก่อนแล้วค่อยทำ... ริมฝีปากจะบวมเป็นปลาหมึกเกินคาดเลย..? ไม่ใช่ อะไรของอะตะมามะเนี่ย? เอาเป็นว่าปากอ้าก็ไม่ได้ ดังนั้นแก้วกระดาษก็จำเป็น! ของพวกถ้วยซอสอะไรแบบนั้นไม่ต้องมีหรอก แค่แก้วกระดาษก็พอแล้ว ><
เดี๋ยวจะกลับมาอีกนะ!!!@ ตอนนี้นอนไม่หลับเลยกำลังประคบเย็นอยู่ สู้ตายจริงๆ เราเอง เท่มาก