ก่อน<ถ้าดูจากด้านข้าง โดยรวมแล้วแขนมีไขมันเยอะมากค่ะ>ก่อน<ถ้าดูจากด้านหน้า รูปร่างและโครงตัวดูใหญ่มากเลยใช่ไหมคะ!!>ก่อน<ส่วนที่ทำให้ฉันเครียดที่สุดคือไขมันหลังที่นูนออกมาเป็นก้อนๆ ตรงด้านหลัง.. ไม่ว่าจะใส่เสื้อผ้าอะไรก็ไม่สวย..>ก่อน<ถ้าดูจากด้านหลัง จริงๆ นะ ดูบึกบึนกว่าผู้ชายอีกค่ะ>หลัง<หลังผ่าตัด กล้ามเนื้อทราพีเซียสหายไปเร็วที่สุดค่ะ!! คงเพราะกล้ามเนื้อทราพีเซียสต้องคอยรับน้ำหนักไขมันต้นแขนกับไขมันหลัง พอน้ำหนักไขมันหายไป กล้ามเนื้อก็ลดลงไปด้วย>หลัง<ถ้าดูจากด้านหน้าจริงๆ ความรู้สึกที่ตัวใหญ่มากเมื่อกี้หายไปชัดเจนแล้วใช่ไหมคะ?>หลัง<ต้นแขนลดลงตั้งมากกว่า -7 ซม.>หลัง<ฉันใส่เสื้อผ้าที่เมื่อก่อนใส่ไม่ได้เพราะโครงตัวใหญ่มาก ตอนนี้บริเวณต้นแขนยังมีพื้นที่เหลือเลยค่ะ>หลัง<ผ่าตัดมา 3 เดือนแล้ว ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเอาแต่ลดน้ำหนัก.. ต่อให้ทำแค่ไหนก็ไม่เคยมีลุคบอบบาง แต่แค่ดูดไขมันอย่างเดียวก็กลายเป็นดูบอบบางแล้วค่ะ‼️>สวัสดีค่ะ! ผ่าตัดมาเกิน 3 เดือนแล้วค่ะ บริเวณที่ผ่าตัดคือ แขนทั้งหมด + ส่วนป่องด้านหน้า + ส่วนป่องด้านหลัง + รักแร้ + หลัง (ไลน์เสื้อชั้นใน) ความหนาของแขนลดลงมากกว่า -7 ซม.✨✨ อืม.. เหตุผลที่ฉันตัดสินใจดูดไขมันคือ ไม่ว่าจะลดน้ำหนักแค่ไหน บริเวณที่ไขมันไม่ลดก็คือส่วนบนของลำตัวค่ะ… บางคนอาจคิดว่า ก็แค่ลดน้ำหนักก็ได้ไม่ใช่เหรอ? ทำไมต้องถึงขั้นดูดไขมัน..?
แต่สำหรับฉัน พอลดน้ำหนัก ไขมันที่หน้า เอว หรือรอบๆ ข้อต่อต่างๆ ลดลงนิดหน่อยเท่านั้น ส่วนที่ไม่ยอมลดจริงๆ คือรักแร้ ไขมันหลัง และไขมันต้นแขนค่ะ…
ทุกคนก็คงรู้ว่า ไม่ว่าจะลดน้ำหนักแค่ไหน บนร่างกายมักจะมีบางส่วนที่ไม่ยอมลดใช่ไหมคะ?
สำหรับฉัน ส่วนที่เครียดที่สุดเป็นพิเศษคือไขมันรักแร้กับไขมันหลังค่ะ โดยรวมแล้วฉันมีไขมันค่อนข้างเยอะ แต่แม้ตอนน้ำหนักลด ก็แค่ขนาดโดยรวมเล็กลง ไม่ได้ลดเฉพาะจุดใดจุดหนึ่งค่ะ!
ก่อนอื่น ตอนที่ฉันหาข้อมูลโรงพยาบาลก่อนผ่าตัด สิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุด นอกเหนือจากราคา คือ
1 โรงพยาบาลที่ไม่มีผลข้างเคียง
2 โรงพยาบาลที่ดูแลหลังผ่าตัดอย่างเหมาะสม (เพราะหลังจากนั้นต้องไม่มีผิวเป็นคลื่นเป็นลอน)
ฉันเน้นหาข้อมูลสองข้อนี้และผ่าตัดที่แทจอนค่ะ! ตอนนี้พอใจมากๆ เลยค่ะ❣️❣️❣️