โพสต์

รีวิวศัลยกรรมตา

รีวิวปรับกล้ามเนื้อตา E-Dition Plastic Surgery พร้อมรูปก่อน-หลัง จ่ายเอง

ผ่าตัดตาของฉันมาจนเกือบ 6 เดือนแล้ว~ ก่อนหน้านี้ตอนครบ 2 สัปดาห์เคยลงรีวิวไว้ครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นอาการบวมยังยุบไม่หมด และแม้แต่ฉันเองยังรู้สึกว่าเส้นตาดูหนาอยู่เล็กน้อย เลยยังไม่รู้สึกว่ามันเข้าที่จริงๆ ครั้งนี้เลยอยากเอารูปก่อน-หลังการปรับกล้ามเนื้อตามาเทียบกัน แล้วเขียนรีวิวอีกครั้งหลังเวลาผ่านไปมากขึ้น~เดิมทีตาฉันเป็นแบบที่ดูง่วงๆ พอถ่ายรูปทีไรก็ต้องเบ่งแรงที่ตาสุดๆ.. ถ้าถ่ายแบบผ่อนคลาย ตาจะออกมาเหมือนหลับครึ่งหนึ่ง แต่ก็ไม่อยากได้ตาที่ดูออกชัดว่าทำศัลยกรรม เลยให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมชาติแต่ยังดูคมชัดที่สุด สุดท้ายก็ไปทำที่ E-Dition Plastic Surgery~ถ้าดูรูปก่อนผ่าตัด จะเห็นความแตกต่างชัดขึ้นมากเมื่อครอปดูทีละข้าง ตอนก่อนผ่าตัดเส้นตามีความรู้สึกเหมือนซ้อนกันหลายชั้น ไม่ใช่เส้นชั้นตาที่เป็นเส้นเดียวเรียบร้อย แต่เหมือนเส้นเปลี่ยนไปตามสภาพวันนั้นๆ และเพราะแรงเปิดตาไม่พอเลยไม่ค่อยเห็นตาดำแบบโล่งๆ ชัดๆ เพราะฉะนั้นถ้าเทียบแบบซูมดูทีละข้างมากกว่าดูทั้งหน้า จะยิ่งเห็นว่าทำไมฉันถึงลังเลเรื่องผ่าตัด.. ในการเทียบก่อน-หลังปรับกล้ามเนื้อตาครั้งนี้ สิ่งที่ฉันกังวลที่สุดก่อนผ่าตัดคือเส้นตาดูรกและตาดูหนัก หลังผ่าตัดส่วนนี้ถูกจัดระเบียบได้ดีขึ้นมาก เลยพอใจมาก~ ฉันทำปรับกล้ามเนื้อตาแบบกรีดร่วมกับเปิดหัวตา และตั้งแต่ตอนปรึกษาก็บอกตลอดว่าอยากได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ตอนปรึกษาที่ E-Dition Plastic Surgery สิ่งที่ฉันกังวลที่สุดก็คือ “ถ้าเปิดหัวตาแล้วดูชัดเกินไปจะทำยังไง? ถ้าเป็นแบบกรีดแล้วดูเข้มมากจะทำยังไง?” แต่คุณหมอฮันแดฮีอธิบายว่าจะเปิดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และปรับการปรับกล้ามเนื้อตาให้เหมาะกับหน้าเรา คือทำให้ตาคมชัดขึ้นแต่ไม่มากเกินไป ทำให้ฉันโล่งใจมาก~ ตอนที่เขียนรีวิวครบ 2 สัปดาห์ ถึงจะลงรีวิวไปแล้ว แต่ในใจก็ยังส่องกระจกทุกวัน บวมจะยุบลงอีกไหม? เส้นจะทิ้งไว้เข้มเกินไปหรือเปล่า? คิดวนๆ อยู่แบบนั้น ตอนนั้นส่วนหัวตายังดูเห็นชัดนิดหน่อย และเส้นกรีดยังไม่ได้บางลงเต็มที่ เลยคิดว่ายังต้องใช้เวลาอีก แต่ตอนนี้เกือบครึ่งปีแล้ว ก็ธรรมชาติมากขึ้นจริงๆ~ พอเทียบรูปก่อน-หลังการปรับกล้ามเนื้อตาอีกครั้ง จะเห็นว่าก่อนผ่าตัดเส้นตาหลายชั้นและความรู้สึกที่ตาดูหนักลดลงไปมาก และเส้นตาหลังผ่าตัดก็เข้าที่เป็นเส้นเดียวเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่พอใจที่สุดหลังผ่าตัดคือ ตาดูคมชัดขึ้นแต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเปลี่ยนไปแบบเกินพอดี~ ฉันอยากได้ตาที่เหมือนตาเดิมของตัวเองแค่ดูชัดขึ้นนิดหน่อย ไม่ใช่ตาที่หวือหวา และตอนนี้ก็ได้แบบนั้นพอดีเลยชอบมาก เวลา ถ่ายรูปก็ไม่ต้องเบ่งตาเหมือนเมื่อก่อน และตอนหน้าสดตาก็ดูไม่มัวเหมือนเดิม เลยพอใจมาก ถ้าเทียบก่อน-หลังการปรับกล้ามเนื้อตา ก่อนหน้านี้ช่วงบนของตาดูถูกกดทับและเส้นซ้อนกันทำให้อึดอัด แต่ตอนนี้บริเวณหัวตาเปิดออกอย่างเป็นธรรมชาติ และโดยรวมรู้สึกว่าภาพลักษณ์ดูสดใสขึ้น โดยเฉพาะถ้าดูรูปที่เห็นแค่ตาข้างเดียว ความแตกต่างจะยิ่งเห็นชัด.. ในรูปถ่ายทั้งหน้าอาจดูแค่ว่า “คมขึ้น!” แต่พอดูแค่ตา จะเห็นเลยว่าก่อนผ่าตัดเส้นซ้อนกันหลายชั้นแค่ไหน และหลังผ่าตัดเส้นถูกจัดระเบียบมากขึ้นเท่าไร ดังนั้นรีวิวครั้งนี้ ถ้าใครดูรูปก่อน-หลังการปรับกล้ามเนื้อตา ฉันคิดว่าถ้าเทียบสภาพเส้นก่อนผ่าตัดกับเส้นที่เข้าที่แล้วหลังผ่าตัดไปพร้อมกันจะดีมาก ฉันเองก็พอใจมากขึ้นเพราะเปิดหัวตาไม่ได้ดูเด่นจนเกินไป แค่จัดส่วนที่อึดอัดออกไปเท่านั้น:) ตอนแรกฉันกังวลว่าด้วยความที่เป็นการกรีดจะพักฟื้นนาน แต่พอมองย้อนกลับไป ถ้าไม่ใจร้อนกับช่วงที่บวมยุบตอนแรกมากเกินไปก็น่าจะโอเค เมื่อเทียบกับตอนครบ 2 สัปดาห์ พอผ่านมาเกือบ 6 เดือนก็รู้สึกคุ้นเหมือนเป็นตาของตัวเองจริงๆ.. หลังผ่าตัดที่ E-Dition Plastic Surgery ช่วงแรกฉันเอาแต่ส่องกระจกดูว่าเมื่อไหร่บวมจะยุบ แต่ตอนนี้มันรู้สึกเหมาะกับหน้าเราแบบธรรมชาติแล้ว ดีมากเลย คนรอบตัวก็บอกว่าไม่ใช่แบบที่เห็นแล้วรู้เลยว่าทำศัลยกรรมตา แต่เป็นแบบที่หน้าดูสดใสขึ้น ฉันเลยคิดว่ามันตรงกับสิ่งที่ต้องการจริงๆ~ จากประสบการณ์ที่จ่ายเงินทำเอง ฉันรู้สึกว่าศัลยกรรมตาสิ่งสำคัญไม่ใช่การทำเส้นให้ใหญ่ขึ้นอย่างเดียว แต่คือทำเท่าที่จำเป็นให้เหมาะกับสภาพตาของตัวเอง สำหรับคนที่ก่อนผ่าตัดมีเส้นตาหลายชั้นและตาดูง่วงเหมือนฉัน ตอนดูรูปก่อน-หลังปรับกล้ามเนื้อตา ฉันคิดว่าไม่ควรดูแค่ความสูงของเส้นตา แต่ควรดูด้วยว่าพลังในการลืมตาและความอึดอัดบริเวณหัวตาถูกจัดการไปอย่างไร~ ฉันตั้งใจตัดสินใจอย่างระมัดระวังเพราะอยากได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ แต่พอครบประมาณ 6 เดือนก็คิดว่าตัดสินใจถูกแล้ว~ หลังจากผ่าตัดกับคุณหมอฮันแดฮีที่ E-Dition Plastic Surgery ตาก็คมชัดขึ้น เวลาถ่ายรูปก็สบายขึ้นมาก และภาพลักษณ์ก็ดูสดใสกว่าเดิม เลยพอใจมาก:)

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้