โพสต์

รีวิวศัลยกรรมกราม

หลังสอบเอนทรานซ์เสร็จก็ไปปรึกษา แล้วจัดฟันก่อนค่อยผ่าตัดขากรรไกรสองข้าง

ตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน ฉันเครียดมากกับใบหน้ายาวและคางยื่นยาวของตัวเองเมื่อเทียบกับคนรอบข้าง เลยติดนิสัยต้องคอยเอามือบังหน้าเวลาออกไปข้างนอก ถ้าไม่แต่งหน้า ฉันจะออกจากบ้านโดยไม่ใส่หน้ากากไม่ได้เลย เพราะความเครียดแบบนี้ ฉันเลยหาข้อมูลเรื่องผ่าตัดขากรรไกรสองข้างอยู่นานมาก และหลังจากเกลี้ยกล่อมพ่อแม่สำเร็จ พอสอบเอนทรานซ์จบก็รีบเริ่มตระเวนปรึกษาทันที สำหรับฉันต้องเดินทางมาจากต่างจังหวัด และด้วยตารางของพ่อแม่ ทำให้ต้องปรึกษาให้เสร็จภายในวันเดียว หลังจากคิดอยู่นาน ฉันก็ไปปรึกษาหลายโรงพยาบาลที่เลือกไว้ล่วงหน้า แล้วสรุปความเห็นของพ่อแม่กับตัวเองจนตัดสินใจเลือก Y ศัลยกรรมช่องปากและใบหน้า เหตุผลใหญ่ที่สุดที่เลือก Y คือความปลอดภัย การที่สามารถดูขั้นตอนการผ่าตัดผ่าน CCTV ได้ และคุณหมอเจ้าของคลินิกมีประสบการณ์เยอะ ทำให้ฉันมั่นใจที่สุดในหลาย ๆ ด้าน อีกทั้งฉันรู้สึกมั่นใจว่าที่นี่น่าจะทำรูปหน้าแบบที่ฉันต้องการได้ และพอดูรูปรีวิวหลังผ่าตัดก็ยิ่งตัดสินใจแน่นอนขึ้น แล้วคุณหมอกับผู้จัดการก็อธิบายอย่างละเอียดระหว่างการปรึกษา เลยทำให้ตัดสินใจได้เร็ว สำหรับฉันต้องจัดฟันก่อน เลยทำการจัดฟันก่อนผ่าตัดประมาณ 6 เดือน แล้ววันที่ 1 กรกฎาคมก็ได้ผ่าตัดขากรรไกรสองข้าง และผ่าตัดปรับรูปหน้า 2 อย่าง (กรามเหลี่ยม, คางหน้า) สิ่งที่เอาไปด้วยแล้วใช้ได้จริงมีแค่ขวดซอสกับทิชชู่เท่านั้น ของจำเป็นอย่างหมอนรองคออย่างอื่นมีอยู่ในห้องผู้ป่วยหมด เลยพักได้อย่างสบาย วันก่อนเข้าผ่าตัดจริง ตอนเช้าได้เจอผู้จัดการกับคุณหมอเป็นครั้งสุดท้าย แล้วตอนจะเข้าไปในห้องผ่าตัดก็ยังได้ยินคำพูดซ้ำ ๆ ว่าวันนี้จะเป็นวันที่เหนื่อยมาก พอตื่นขึ้นมาหลังผ่าตัดก็เข้าใจทันทีว่าทำไมถึงพูดแบบนั้น วันแรกหนักมากจริง ๆ ต้องหายใจโดยพึ่งแต่อากาศที่เป่าเข้าทางจมูก แต่พอจมูกเริ่มอุดตันเรื่อย ๆ ก็แทบหายใจไม่ได้ รู้สึกเหมือนจะตายเลย หน้าเองก็บวมมาก และในปากก็มีสายเดรน ทำให้การหายใจทางปากก็ลำบากด้วย การดื่มน้ำก็ไม่สะดวก เลยจิบนิด ๆ แค่พอให้ปากชุ่มเวลาปากแห้งเท่านั้น เพราะต้องนั่งท่าเดิมหลังตรงเลยปวดหลังกับคอด้วย นอนมากสุดก็แค่ 1 ชั่วโมง น้อยสุดก็ 30 นาทีตื่นที แทบจะลืมตารอเช้าอยู่ตลอด ฉันคิดว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่ทรมานที่สุด เพราะเวลาไม่ค่อยเดินเลย พอตกกลางคืนสติเริ่มกลับมาหน่อย ก็อาศัยอ่านรีวิวของคนอื่นประคองตัวไป เช้าวันถัดมา พวกเขาถอดสายเดรนกับสายสวนปัสสาวะออกให้เร็วกว่าที่บอกไว้นิดหน่อย พอถอดออกหมดแล้วจะสบายขึ้นมาก ช่วงนั้นรู้สึกใช้ชีวิตผ่านไปได้ง่ายกว่าวันแรกมาก นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นหน้าตัวเองจริง ๆ ความรู้สึกตอนนั้นแปลกมาก ฉันเคยส่งรูปหน้าที่อยากได้แบบคางสั้นไป พอมองกระจกก็เห็นว่าหน้าสั้นลงไปมาก คางก็ยุบเข้าไปเลย ชอบมาก.. ฉันดื่ม New Care กับน้ำให้ได้มากที่สุด แล้วพอตื่นก็ออกไปเดินเล่นบ่อย ๆ หลังออกจากโรงพยาบาลก็ฟังคำแนะนำแล้วกลับบ้าน จริง ๆ ตอนฟังคำแนะนำสติยังไม่ค่อยครบ เลยไม่ค่อยเข้าใจว่าพูดอะไร แต่พออ่านซ้ำไปเรื่อย ๆ และใช้ชีวิตไปก็เริ่มเข้าใจขึ้นมาเอง เพราะอยู่ต่างจังหวัด พอกลับบ้านมาก็อยู่แต่ในบ้านตลอด เม็ดยามันใหญ่ ทำให้กินยายากนิดหน่อย พอมีอาการบวมก็ประคบเย็นแล้วดีมากจริง ๆ ตอนนอนลงหน้าเหมือนจะบวมขึ้นและหูก็อื้อ ทำให้นอนยาก ช่วงนั้นฉันคิดว่าต้องนอนราบ เลยเอาตุ๊กตามาซ้อนกันจนพอใช้เป็นหมอนแล้วนอนแบบนั้นไปก่อน แต่พอเห็นโพสต์ของคนที่บอกว่านอนนั่งมาจนครบเดือนกว่า ๆ แล้ว ฉันก็รีบซื้อโซฟานั่งพื้นแบบคนเดียวมาเลย จนตอนนี้เกือบครบ 1 เดือนแล้ว ฉันก็ยังใช้อยู่ดีมากในระดับกึ่งนอนกึ่งนั่ง เขาบอกว่าช่วงวันที่ 4-5 จะบวมที่สุด ฉันก็บวมจนคิดว่าแบบนี้มันบวมได้จริงเหรอ แล้วก็เป็นห่วงมาก บวมหนักจนคิดไม่ถึงเรื่องจะดื่มโปรตีนเยอะ ๆ เลย ถ้ากินน้อย พอใส่สายรัดยกกระชับอยู่ หัวกับหูก็ยังปวดตึบ ๆ ตลอด.. พอวันที่ 7 ไปตรวจครั้งแรก ฉันเหนื่อยมาก จนตั้งแต่ตอนนั้นก็ตั้งใจว่าจะดื่มโปรตีนเยอะขึ้นและเดินบ่อยขึ้น.. ตั้งแต่วันที่ 7 ก็เริ่มกินของเหลวอย่างซุนดูบูหรือโจ๊กได้แล้ว เลยกินซุนดูบูก่อนขึ้นรถไฟที่สถานีโซล การได้กินของเหลวเป็นครั้งแรกหลังจากกินแต่โปรตีนอยู่พักใหญ่ มันรู้สึกตื้นตันมากจริง ๆ กินยากอยู่บ้าง แต่ก็เริ่มกินได้มากกว่าตอนที่กินแต่โปรตีน วันที่ 7-16 (ตรวจครั้งที่สอง) ฉันเดินวันละ 30 นาทีและประคบอุ่นต่อเนื่องตลอด ส่วนใหญ่กินโจ๊ก ไข่ตุ๋นอะไรพวกนี้ แล้วก็ของว่างที่กลืนง่ายอย่างโรลเค้กอีกนิดหน่อย.. ได้ยินว่ามีบางคนทำขากรรไกรสองข้างแล้วน้ำหนักขึ้น แต่ถ้าฉันกินแบบนี้ก็คงขึ้นเหมือนกัน ช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 2 ฉันไปตรวจครั้งที่สองแล้วตัดไหม ช่วงไม่กี่วันก่อนตรวจ ส่วนไหมด้านล่างเริ่มเจ็บ ทำให้ตอนตัดไหมสำหรับฉันเจ็บมาก.. ตรงที่ไม่ค่อยตุบ ๆ ก็ยังไม่ค่อยเจ็บ แต่ส่วนไหมล่างที่เริ่มเจ็บนี่มีน้ำตาซึมนิดหน่อย หลังตัดไหมแล้ว สิ่งที่ชอบที่สุดคือสามารถกินของเผ็ดหรือของมัน ๆ ได้ อะไรที่กลืนได้ฉันก็หั่นให้ขนาดประมาณริซอตโตแล้วค่อย ๆ กิน ของครีม ๆ อย่างริซอตโตหรือพาสต้าแบบหั่นละเอียด รวมถึงโดนัทหรือขนมปังที่ทาแยมหรือวิปครีม ถ้าหั่นชิ้นเล็กก็กลืนได้ดีมาก เลยกินเยอะมาก พอความอยากอาหารกลับมาและเพิ่มเวลาเดิน ก็กลับมามีแรงเร็วมาก จนถึงตอนนี้เข้าสัปดาห์ที่ 4 ฉันเดินมากกว่า 30 นาทีทุกวันและประคบอุ่นมาตลอด 2 สัปดาห์ ครั้งหนึ่งฉันกลับไปที่ร้านทำผมที่เคยไปประจำหลังจากไม่ได้ไปนาน เพราะหน้าฉันเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะเลยคิดว่าเขาอาจจำไม่ได้ แต่ปรากฏว่าจำได้ทันที แล้วทุกคนที่เห็นก็บอกว่าสวยขึ้น ทำให้ฉันอารมณ์ดีมาก ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรลำบากแล้ว แค่อยากให้บวมยุบลงเยอะ ๆ เร็ว ๆ

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้