ก่อนอื่นเลย ฉันเป็นคนที่สายตาทั้งสองข้างต่างกันมาก ตั้งแต่สมัยประถมฉันเริ่มที่ตาซ้าย 0.1 ตาขวา 1.0 แล้วตอนนี้เหลือตาซ้าย 0.1 ตาขวา 0.3 ไปแล้ว พอจองตรวจที่โรงพยาบาลและจองผ่าตัดวันเดียวกันเสร็จ ก็ตรงดิ่งไปโรงพยาบาลและได้รับการตรวจตาอย่างละเอียด ที่โรงพยาบาลอื่นฉันก็เคยตรวจแบบคล้ายๆ กันมา แต่ที่นี่นักตรวจวัดสายตาเฉพาะทางใจดีมากจริงๆ และทุกครั้งที่ตรวจแต่ละอย่างก็จะอธิบายว่าตอนนี้กำลังตรวจอะไร ทำไปทำไม และผลของฉันอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ เลยรู้สึกน่าเชื่อถือมาก
หลังตรวจเสร็จ รอไม่นานก็ได้รับคำอธิบายว่าตาฉันทำได้ทั้ง Smile LASIK และ Smile Pro LASIK Smile Pro แพงกว่ามากจนฉันลังเลนิดหน่อย แต่พอแม่ช่วยบอกว่าให้พ่อแม่ออกให้ () ฉันก็จ่ายไปเลย เขาบอกว่า Smile Pro ฟื้นตัวเร็วกว่าเล็กน้อย และผ่าตัดเสร็จเร็วกว่าอีกด้วย... แถมการเสริมความแข็งแรงกระจกตาซึ่งปกติต้องจ่าย 50 ถ้าทำ Smile Pro จะได้เป็นของแถม เลยโดนใจเพราะตรงนั้น จริงๆ แล้วเรื่องเจ็บน้อยลงนิดหน่อยและเสร็จเร็วขึ้นหน่อย เมื่อเทียบกับราคาก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นข้อได้เปรียบมากเท่าไร
ตอนผ่าตัด ฉันรู้สึกเหมือนกำลังประสบกับภาวะตาบอด ไม่ว่าจะพยายามลืมตาแรงแค่ไหนก็ไม่รู้สึกอะไรเลย มองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าเห็นสีดำ แต่เป็นความว่างเปล่าล้วนๆ เลย ฉันนึกขึ้นได้ว่าเคยมีคนบอกว่า ถ้าอยากรู้สึกว่าตาบอดให้ลองนึกว่ามองด้วยข้อศอก ตอนนั้นก็ยังคิดว่า "พูดบ้าอะไร" แต่ความรู้สึกมันตรงเป๊ะเลย พอเริ่มคิดว่า ตาก็เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ด้านการมองเห็นจริงๆ ใช่ไหม ก็พอดีเสร็จพอดี
แล้วตอนออกมา ใต้ตารู้สึกเย็นสบายเหมือนมีใส่ดาวตกไว้ในตา ป๊อบๆๆ ไม่เจ็บนะ แต่ฉันคิดทันทีว่าถ้าต้องเจอลมหน้าหนาวคงแย่แน่ๆ แทบจะเดินแบบหลับตาตลอด (ต้องมีคนไปด้วยเท่านั้น)
กลับถึงบ้านก็พยายามจะงีบหลับทันที.. แต่พอยาชาหมดฤทธิ์ ความเจ็บก็ค่อยๆ ทะลุความง่วงขึ้นมา เหมือนตอนอยู่ในที่มืดแล้วจู่ๆ สว่างจ้า แล้วจะรู้สึกถึงแรงกดและความหนักที่ตาอย่างมาก จนน้ำตาไหลพราก... ประมาณนั้น บางคนบอกเหมือนมีทรายเข้าตา แต่ไม่ใช่ความสากๆ แบบนั้น มันเหมือนตอนหนุนแขนไว้นานๆ แล้วเอาออก มือจะชาและจี๊ดๆ ใช่ไหม? ฉันรู้สึกกับตาแบบนั้นเลย คือรู้สึกหนักมากและน้ำตาก็ไหลเรื่อยๆ.. ไม่ใช่น้ำตาเพราะเจ็บ แต่ไหลเอง หลัง 3 ชั่วโมงความเจ็บก็หาย แต่ทั้งช่วงเย็นก็ยังมองด้านหน้าไม่ค่อยชัด
จนถึงวันถัดไป โลกยังดูพร่ามัวนิดหน่อย มองใกล้ไม่ค่อยชัด แต่มองไกลชัดดี เพราะมองใกล้ไม่ชัดเลยต้องถือโทรศัพท์ให้ไกลขึ้น รู้สึกเหมือนเป็นคุณยาย