ฉันผ่าตัดขากรรไกรสองข้างกับคุณหมอ Kim Jong-yoon ที่ [Clinic A] มาแล้ว และตอนนี้ก็ครบ 1 ปีแล้ว ตอนแรกฉันไปคลินิกทันตกรรมแถวบ้านเพราะรักษาฟัน และคุณหมอฟันเป็นคนแนะนำเองว่า หลังผ่าตัดขากรรไกรสองข้างแล้วจะสบายขึ้นมาก นั่นเป็นจุดเริ่มต้น หลังจากนั้นฉันก็ค้นหารีวิวโรงพยาบาลเยอะมากจริงๆ ฉันตัดสินใจเลือก [Clinic A] เพราะรีวิวดูเป็นธรรมชาติและความพึงพอใจเหมือนจะสูงมาก ^^ ตอนนี้ครบ 1 ปีแล้ว เลยสรุปอาการฟื้นตัวรายเดือนตั้งแต่ 1 เดือนถึง 1 ปี เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังคิดจะทำผ่าตัดขากรรไกรสองข้างและโครงหน้าแบบฉัน ทุกคนเอาไว้เป็นข้อมูลได้นะ ขอให้ทุกคนผ่าตัดปลอดภัยและสำเร็จนะ ^^♡ 1 เดือน: ปริมาณอาหารเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คิด เลยไม่ได้กินแค่โจ๊ก ฉันประคองตัวด้วยอาหารนุ่มๆ อย่างไอศกรีม พุดดิ้ง เต้าหู้นิ่ม และคาสเทลล่า ฉันก็เริ่มออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงแบบเบาๆ ที่บ้าน รู้สึกว่าพลังงานที่หายไปค่อยๆ กลับมา ฉันทำท่าบริหารข้อต่อขากรรไกรอย่างสม่ำเสมอ จนฟื้นตัวได้ประมาณใส่นิ้วได้ 2 นิ้ว และอาการบวมก็ค่อยๆ ลดลง จนเริ่มออกไปข้างนอกโดยไม่ต้องใส่หน้ากากได้ทีละนิด 2 เดือน: ประเภทอาหารเริ่มเพิ่มขึ้นทีละน้อย น้ำหนักก็ค่อยๆ กลับมา ฉันกินหลักๆ เป็นอาหารนุ่มๆ เช่น เต้าหู้ ไข่ ปลา ถ้าหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ก็มีของที่กินได้เยอะกว่าที่คิด อาการบวมบนใบหน้าลดลงมาก และรู้สึกเป็นธรรมชาติมากขึ้นกว่าก่อนผ่าตัด ฉันหักโหมออกกำลังกายมากไปจนเข่ารับไม่ไหว ต้องไปรักษาด้วย เลยคิดว่าในช่วงพักฟื้นการไม่ฝืนตัวเองสำคัญจริงๆ 3 เดือน: อาหารปกติแบบนุ่มๆ กินได้พอสมควรแล้ว การออกเสียงก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ^^ อาการบวมกับความรู้สึกผิวหย่อนก็ดีขึ้นทีละนิด และฟื้นตัวจนสามารถใช้ชีวิตสังคมได้แล้ว ช่วงนี้เริ่มรู้สึกเหมือนได้กลับไปสู่ชีวิตประจำวันจริงๆ ฮ่าๆ 4 เดือน: ชีวิตสะดวกสบายขึ้นจนแทบลืมไปเลยว่าผ่าตัดเมื่อไหร่~ ความเร็วในการกินก็เร็วขึ้น อาหารส่วนใหญ่กินได้หมดแล้ว พละกำลังก็ดีขึ้นพอสมควร เลยเริ่มเล่นเวตและออกกำลังกายเบาๆ อีกครั้ง ยังมีความไม่สะดวกเล็กน้อยตอนพูดเพราะจัดฟันอยู่ แต่คนรอบข้างไม่รู้เลยว่าฉันเคยผ่าตัด ฮ่าๆ 5 เดือน: เพราะจัดฟันอยู่ การกินยังไม่สบายแบบ 100% แต่ส่วนใหญ่ก็กินได้ดี ฉันยังทำบริหารปากและฝึกการออกเสียงต่อเนื่อง ใบหน้าก็เหมือนกำลังเข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ยิ่งกินได้อิสระขึ้นก็ยิ่งรู้สึกว่าการคุมน้ำหนักสำคัญมาก 6 เดือน: พอผ่านครึ่งปีไปแล้ว สบายขึ้นมากจริงๆ ยังต้องระวังของเหนียวหรือของแข็งอยู่ แต่ถ้ากินช้าก็ส่วนใหญ่กินได้หมด หลายคนบอกว่าหน้าฉันดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น และบ่อยครั้งยังได้ยินว่าถ้าฉันไม่บอกก็ไม่มีทางรู้ว่าฉันเคยผ่าตัด พละกำลังก็กลับมาเกือบเท่าก่อนผ่าตัดแล้ว ^^ 7 เดือน: ฉันถอดสกรูบางส่วนบริเวณฟันหน้าออก แล้วสบายขึ้นมาก การจัดฟันก็เห็นชัดว่าเริ่มเรียบร้อยขึ้น เวลาไปกินข้าวกับคนอื่นก็ไม่ลำบากมากแล้ว โดยรวมรู้สึกว่าฟื้นตัวได้ค่อนข้างมั่นคงและดี 8 เดือน: อาหารปกติเกือบไม่มีปัญหาแล้ว ถึงจะยังมีความไม่สะดวกเล็กน้อยเรื่องการออกเสียงเพราะจัดฟัน หรือบางครั้งรู้สึกเหมือนในปากโดนกัดข้างใน แต่ชีวิตประจำวันสบายขึ้นมากเหมือนก่อนผ่าตัด ช่วงนี้ฉันชอบความรู้สึกที่ทุกอย่างค่อยๆ เข้าที่มากกว่าการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ 9 เดือน: ชีวิตประจำวันนิ่งสนิทแล้ว และแนวใบหน้าก็ค่อยๆ เข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติ ฉันยังคงดูแลด้วยการนวดและออกกำลังกายสม่ำเสมอ คนรอบข้างก็บอกว่าไม่ดูแปลกเลย เลยรู้สึกดีมาก 10 เดือน: พอจบช่วงจัดฟันหลักและเข้าสู่ช่วงปรับละเอียด เรื่องการออกเสียงกับการกินจะมีติดขัดนิดหน่อย แต่โดยรวมก็เหมือนเป็นช่วงคงที่ และฉันเริ่มใส่ใจกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตมากขึ้น เหมือนกำลังเปลี่ยนไปเป็นแพตเทิร์นที่ดีต่อสุขภาพ 11 เดือน: ส่วนใหญ่กินได้สบายแล้ว พละกำลังก็ฟื้นขึ้นมาก ออกกำลังกายได้เกือบทุกอย่าง ยังต้องดูแลเพราะจัดฟันอยู่ แต่ทุกวันเห็นฟันค่อยๆ เข้าที่ก็เลยพอใจมาก และแล้วก็มาถึงครบ 1 ปีแบบที่รอคอย ในที่สุดก็ผ่านไปหนึ่งปีแล้ว มีคนบอกว่าหลังผ่าตัดหน้าฉันดูดีขึ้นมาก และฉันก็ได้ยินบ่อยว่าเหมือนสวยขึ้น ทุกครั้งที่ได้ยินคำพูดดีๆ แบบนั้น ฉันยิ่งรู้สึกว่าตัดสินใจผ่าตัดขากรรไกรสองข้างถูกจริงๆ ถึงตอนนี้ยังไม่ชินกับการจัดฟันแบบ 100% แต่พอได้ยินว่าดูสวยขึ้นก็ยังรู้สึกดีทุกครั้ง เพราะจัดฟันอยู่ การออกเสียงยังไม่เป๊ะ 100% และอาหารก็ยังติดบ้างเล็กน้อย แต่คิดว่าหลังถอดเครื่องมือแล้วจะมีวันที่สบายกว่านี้อีกเยอะ เลยรู้สึกว่าทนได้สบายมาก ^^ ถ้าระวังแค่อาหารที่ติดเครื่องมือได้ง่ายหรืออาหารที่แข็งเกินไป ชีวิตประจำวันก็สบายจนแทบใช้ได้เกือบปกติเต็มที่แล้ว อาการปวดบริเวณคางและรอบปากก็แทบไม่มีแล้ว ความชาและอาการจี๊ดๆ ก็ดีขึ้นมากจริงๆ อาจเพราะอายุมากขึ้นทำให้มีผิวหย่อนนิดหน่อยที่เลี่ยงไม่ได้ ฮ่าๆ แต่โดยรวมแล้วความพึงพอใจมากกว่าเดิม เลยคิดว่าการผ่าตัดที่ [Clinic A] เป็นการตัดสินใจที่ดีจริงๆ~
โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง
โพสต์อื่นในหมวดนี้
รีวิวศัลยกรรมกราม@jaw-review16 มิ.ย. ปากยื่นกว่าจมูก แต่ผ่าตัดขากรรไกรแล้วชีวิตพลิกจริง รีวิวจริง
เอารีวิวครบ 9 เดือนหลังผ่าตัดขากรรไกรสองชั้นกับคุณหมอ Shin Hee-jin ที่ Iyoo Oral and Maxillofacial Surgery มาฝากค่ะ ปกติฉันเป็นคนที่จมูกค่อนข้างเตี้ย แต่เพราะปากยื่นเลยยิ่งทำให้ปากดูโดดเด่น ทุกครั้งที่ส่องกระจกสายตาก็จะเผลอไปจ้องที่ปากตลอด
รีวิวศัลยกรรมกราม@jaw-review16 มิ.ย. หลังผ่าตัดขากรรไกรสองข้างและปรับกรอบหน้า สิ่งที่เปลี่ยนก่อนคือความมั่นใจในตัวเอง!!
ฉันมีปัญหาฟันคร่อมเล็กน้อยกับใบหน้าไม่สมมาตร เลยมีปมเรื่องรูปลักษณ์หนักมาก แทบจะหลีกเลี่ยงรูปที่คนอื่นถ่ายให้ตลอด แล้วก็เริ่มไม่ค่อยถ่ายเซลฟี่ด้วย.. ทุกครั้งที่ส่องกระจกก็จะเห็นแต่ข้อเสียก่อนเสมอ เลยเครียดมาก แต่เพราะอยากแก้ให้ดีจริงๆ…
รีวิวศัลยกรรมกราม@jaw-review15 มิ.ย. รีวิว 5 เดือนหลังผ่าตัดสองขากรรไกรและปรับโครงหน้า เริ่มจากความกังวลเรื่องคางสั้นและการสบฟันผิดปกติ
สวัสดีค่ะ หลังจากกังวลมานานเพราะมีหลายคอมเพล็กซ์ ทั้งคางสั้น ใบหน้าไม่สมมาตร และการสบฟันผิดปกติ สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจทำผ่าตัดสองขากรรไกรและศัลยกรรมปรับโครงหน้า 3 อย่าง จนตอนนี้เวลาก็ผ่านไปครบ 5 เดือนแล้ว ก่อนจะตัดสินใจผ่าตัด…
รีวิวศัลยกรรมกราม@jaw-review15 มิ.ย. กลัวผ่าตัดสองขากรรไกรกับปรับรูปหน้าเลยดองไว้ สุดท้ายก็ทำและพอใจมาก
ก่อนเข้าเนื้อหาหลัก,📌สรุปโดยรวม 4 เดือน:ช่วงเวลาที่กังวลก่อนผ่าตัด: มากกว่า 10 ปีเวลาตัดสินใจผ่าตัด: ใช้นานมากความรู้สึกตอนนี้: ทำไมไม่ทำให้เร็วกว่านี้นะ?ความพอใจตอนนี้: เต็มร้อย…
รีวิวศัลยกรรมกราม@jaw-review13 มิ.ย. รีวิวถอนฟันคุด
รีวิวถอนฟันคุดตอนม.5 ตอนกินซี่โครงในวันตรุษจีน ฟันข้างหนึ่งปวดแบบโคตรสุดๆ (จริงๆ คือเหงือก) เลยไปโรงพยาบาลแล้วผล CT ออกมาว่าได้ฟันคุดฝังอยู่ 2 ซี่ lol ถอนออกมาแล้วแต่เจ็บมากๆ เพราะขากรรไกรล่างเล็ก เลยใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์กว่าจะตัดไหม…
รีวิวศัลยกรรมกราม@jaw-review12 มิ.ย. รีวิว 6 เดือนหลังผ่าตัดขากรรไกร + ปรับโครงหน้า 2 แบบ
ความกังวลก่อนผ่าตัด: ตอนเด็กๆ ระหว่างการจัดฟันเริ่มเห็นปัญหาฟันสบผิดปกติ ปากยื่น ใบหน้าไม่สมมาตร และปัญหาทั้งด้านรูปลักษณ์และสุขภาพหลายอย่าง จนทรมานและตัดสินใจผ่าตัด เหตุผลที่เลือกโรงพยาบาล: เป็นคลินิกเอกชนที่มีแพทย์เฉพาะทางเพียงท่านเดียว…