โพสต์

รีวิวศัลยกรรมตา

รีวิว 1 เดือนหลังทำตาสองชั้นแบบกรีดและแก้ไขหนังตาตก

สวัสดีค่ะ ฉันเขียนรีวิวนี้เพื่อบันทึกประสบการณ์ครบ 1 เดือนหลังจากเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขหนังตาตกแบบกรีดที่ [Clinic A] กับคุณหมอฮัมกีวอนค่ะ ตอนมองกระจกกับตอนเห็นตัวเองในรูปมันต่างกันมาก ตาในรูปของฉันดูเล็ก และคนใกล้ตัวก็ชอบพูดว่าตาฉันเล็ก เลยทำให้รู้สึกเป็นปมอยู่บ้าง ปกติฉันมีลุคที่ดูง่วง ๆ และเวลาจะลืมตาให้ชัดต้องใช้แรงหน้าผากเยอะมาก จนเริ่มมีรอยย่นจาง ๆ บนหน้าผาก

พอไปหาข้อมูลก็รู้ว่าผู้ชายหลายคนทำผ่าตัดแก้ไขหนังตาตกกัน เลยค้นหาหลายที่มาก ๆ และใน 3 ที่สุดท้ายที่ตัดสินใจจะไปปรึกษา [Clinic A] ก็อยู่ในนั้นด้วย สุดท้ายที่เลือกคุณหมอฮัมกีวอนที่โรงพยาบาลนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะผู้ประสานงานให้คำปรึกษาใจดีมาก แต่ฉันคิดว่าสาเหตุหลักคือฉันรู้สึกมั่นใจจากการปรึกษากับคุณหมอค่ะ

1) ตอนที่บอกความต้องการของฉัน คุณหมออธิบายชัดเจนว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ เช่น การทำให้ตาทั้งสองข้างมีขนาดเท่ากันเป๊ะ ๆ 2) โรงพยาบาลอื่นที่ไปมาก่อนหน้านี้แนะนำให้ทำเปิดหัวตาด้วยทุกที่ แต่คุณหมอฮัมกีวอนบอกว่า 'ทำก็ได้ แต่ไม่ทำก็ยังโอเคพอสมควร ไม่ใช่ตาที่จำเป็นต้องเปิดหัวตา' แล้วท่านยังใช้มือแตะบริเวณรอบตาฉันเบา ๆ เพื่อให้ดูว่าถ้าทำเปิดหัวตาแล้วจะรู้สึกยังไง ที่โรงพยาบาลอื่นมีแต่บอกว่าควรทำ แต่ไม่มีที่ไหนให้ดูความรู้สึกจริง ๆ ว่าจะเป็นแบบไหน พอได้เห็นว่าถ้าทำเปิดหัวตาแล้วจะเป็นยังไงที่นี่ ฉันรู้สึกชัดเจนว่านั่นไม่ใช่ลุคที่อยากได้ เลยตัดสินใจไม่ทำในที่สุด ด้วยเหตุนี้ฉันจึงรู้สึกว่าคุณหมอท่านนี้ไม่ใช่คนที่แนะนำการผ่าตัดที่ไม่จำเป็นหรือมากเกินไปเพื่อหวังกำไร และนั่นทำให้เกิดความเชื่อใจขึ้นมา 3) ตอนที่ท่านใช้แท่งเล็ก ๆ กำหนดเส้นตาสองชั้นให้ดูตรง ๆ เส้นที่คุณหมอฮัมกีวอนวางให้ดูสวยและถูกใจฉันมากกว่าที่เห็นจากที่อื่น

ในวันผ่าตัด ก่อนเข้าห้องผ่าตัดฉันคุยกับคุณหมออีกครั้งโดยใช้แท่งเล็ก ๆ กำหนดเส้นตาเป็นครั้งสุดท้าย และเช็กอีกครั้งว่าถ้าทำเปิดหัวตาในตอนนั้นจะโอเคไหม สุดท้ายคุณหมอบอกว่าถ้าชอบลุคเดิมและไม่อยากเปลี่ยนเยอะ แนะนำว่าไม่ต้องทำ ฉันเลยตัดสินใจไม่ทำ

ขั้นตอนผ่าตัดผ่านไปเร็วมากและไม่เจ็บเลย พอได้ยินว่าตัวยาชาจะเข้าทางสายน้ำเกลือ ฉันก็เหมือนล่องลอยอยู่ในความฝันแป๊บหนึ่ง แล้วการผ่าตัดก็เสร็จ แต่ไม่ได้หลับสนิทตลอดเวลานะ ต้องลืมตาเมื่อคุณหมอให้ลองลืมตาดูช่วงกลาง ๆ ของการผ่าตัด

หลังผ่าตัดเสร็จจะไปนั่งเก้าอี้ปรับเอนในห้องข้าง ๆ แล้วประคบเย็นตาประมาณ 30 นาที ฉันรู้สึกว่าพอครบ 30 นาทีแล้วก็กลับมาเป็นปกติ ไม่มีอาการค้างจากยาชาเลย เลยกลับบ้านได้ทันที แต่ถ้าสภาพร่างกายไม่ค่อยดี ก็สามารถพักต่อก่อนกลับได้

ประมาณ 1 ชั่วโมงหลังออกจากโรงพยาบาล พอยาชาเริ่มหมด ฤทธิ์ก็เริ่มรู้สึกแสบและเจ็บบริเวณเปลือกตาแบบค่อย ๆ ชัดขึ้น เลยใช้แผ่นปิดตาประคบเย็นที่ได้ตอนออกจากโรงพยาบาลประคบต่อไปเรื่อย ๆ อาการเจ็บแบบนั้นอยู่ประมาณ 1 วัน แล้วหลังจากนั้นแม้จะยังมีไหมอยู่ก็แทบไม่เจ็บแล้ว ก่อนตัดไหมในอีก 5 วัน แผลห้ามโดนน้ำและห้ามมีแรงกดไปที่ตา เลยล้างหน้าได้แบบจำกัดและสระผมไม่ได้ ความรู้สึกไม่สะอาดเพราะอาบน้ำล้างหน้าได้ไม่เต็มที่น่าจะทรมานกว่าความเจ็บเสียอีก แต่ก็ดีหน่อยที่ฉันทำช่วงหน้าหนาว ดีกว่าทำหน้าร้อน

ประมาณ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด ฉันเริ่มกลับไปเข้าสังคมอีกครั้ง คนที่ไม่ได้เจอนาน ๆ พอเห็นฉันก็บอกว่าลุคดูเปลี่ยนไป ดูดีขึ้น ส่วนคนที่เพิ่งเจอฉันครั้งแรก พอฉันบอกว่าทำศัลยกรรมมา ก็พูดว่าน่าธรรมชาติมาก ไม่น่าเหมือนเพิ่งทำมาแค่ 2 สัปดาห์ และดูทำออกมาได้ดี

พอผ่านไปประมาณ 1 เดือน ฉันรู้สึกคุ้นชินจนแทบจำตาแบบเดิมไม่ได้แล้ว เวลาเบิกตาให้ชัด ตาสองชั้นก็จะมุดเข้าไปข้างในตามที่คุณหมอบอกจนแทบมองไม่เห็น ดูไม่มันและไม่ฝืน เป็นทรงที่ดูเป็นธรรมชาติมาก และตอนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้แรงหน้าผากเพื่อเบิกตาให้ชัดอีกแล้ว เลยรู้สึกสบายขึ้นและเหนื่อยน้อยลงด้วย

อาจมีคนถามว่าฉันไม่เสียดายเหรอที่ไม่ได้ทำเปิดหัวตา แต่จนถึงตอนนี้ครบ 1 เดือนแล้ว ฉันยังชอบลุคที่ดูอ่อนโยนจากทรงตาปัจจุบันมาก และเพราะมันดูเป็นธรรมชาติจึงไม่เสียดายเลยแม้แต่นิดเดียว ความพอใจของฉันเองก็สูงมาก และคนรอบตัวก็ชอบพูดว่าฉันดูหล่อขึ้น ทำให้ได้ความพอใจจากตรงนั้นเพิ่มไปอีกด้วย ฉันหวังว่าคนที่อ่านโพสต์นี้จะได้ผ่าตัดกับคุณหมอที่เชื่อถือได้และไม่แนะนำการผ่าตัดเกินจำเป็นค่ะ สำหรับฉัน คุณหมอฮัมกีวอนเป็นคนแบบนั้น

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้