แต่เดิมริมฝีปากบนของฉันบางกว่าริมฝีปากล่าง พอแต่งหน้าทีไรก็แทบจะต้องวาด overline ที่ริมฝีปากบนทุกครั้ง แต่การต้องวาดแบบนั้นทุกวันก็ขี้เกียจเหมือนกัน แล้วตอนหน้าสดสัดส่วนปากก็ดูขาด ๆ ไป เลยไปฉีดฟิลเลอร์ปากที่ Dresse มา
ฉันหาคลินิกจากแอป คาเฟ่ และรีวิวจากคอมมูนิตี้นี้เป็นหลัก แล้วก็อ้างอิงรีวิวในอินสตาแกรมด้วย เพราะมีคนพูดกันเยอะว่าฟิลเลอร์ปากความต่างของทรงค่อนข้างมาก ฉันเลยหาดูรูปรีวิวเยอะมากจริง ๆ ตอนแรกฉันคิดแค่ว่าจะเติมแค่ volume ของริมฝีปากบน แต่พอปรึกษาแล้วเขาบอกว่าถ้าดูทั้งมุมปากและเส้นโดยรวมไปพร้อมกัน จะออกมาธรรมชาติกว่า เลยทำมุมปากเป็นเซ็ตไปด้วย
พูดตรง ๆ ความกังวลที่สุดของฟิลเลอร์ปากคือกลัวถ้าฉีดพลาดแล้วจะดูชัดเกินไปหรือดูเหมือนปากยื่น ซึ่งโชคดีที่ไม่ออกมาแบบนั้น ตัวหัตถการไม่ได้ไม่เจ็บเลย แต่ก็ทนได้มากกว่าที่คิดไว้ น่าจะเพราะเขาคอยเช็กทรงระหว่างทำ พอทำเสร็จแล้วส่องกระจกก็ไม่ได้รู้สึกแปลกอะไรใหญ่ ๆ ตอนแรกบวมอยู่ก็เลยกังวล แต่พอบวมยุบลงก็ค่อย ๆ ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น และสำหรับฉันประมาณหนึ่งสัปดาห์ก็ดูธรรมชาติแทบจะหมดแล้ว
เดิมทีริมฝีปากบนของฉันบาง เลยรู้สึกว่าสัดส่วนปากขาด ๆ ไปหน่อย แต่ตอนนี้ภาพรวมดูสมดุลขึ้น เลยพอใจอยู่ ตอนนี้ทรงออกมาตามที่อยากได้พอดีเลย สมัยก่อนพอทาลิปทีไรต้องกังวลริมฝีปากบนก่อน แต่ช่วงนี้ไม่ต้อง overline แล้ว เลยสบายที่สุด
ฉันเองตอนแรกก็คิดว่าขอแค่เติม volume เยอะ ๆ ก็พอ แต่พอทำจริงแล้วรู้สึกว่าสัดส่วนสำคัญกว่าปริมาณอีก ฉันคิดไว้ว่าอย่าให้ดูเยอะเกินไป แต่เขาเติมให้ volume ดูเป็นธรรมชาติได้
ถ้ามีใครกำลังลังเลเรื่องฟิลเลอร์ปาก ก็ลองหาดูรีวิวเยอะ ๆ ก่อนตัดสินใจนะ