โพสต์

รีวิวศัลยกรรมแบบไม่ผ่าตัด

รีวิวจริงหลัง 40 วัน สำหรับรอยคล้ำใต้วงแขนที่สังเกตเห็นจากยิม ทำไปแล้ว 2 ครั้ง

สวัสดีค่ะ/ครับ ฉันกังวลเรื่องรอยคล้ำใต้วงแขนอยู่พักหนึ่ง ตอนนี้กำลังดูแลที่โรงพยาบาลด้วยโปรแกรม 3 ครั้ง และทำไปแล้ว 2 ครั้ง เลยอยากมาเขียนรีวิวไว้ เดิมทีสีเข้มกว่ารูปตอนนี้มาก แต่พอทำถึงครั้งที่ 2 แล้วรู้สึกว่าโทนสีถูกจัดระเบียบขึ้นเยอะ เลยอยากเขียนเผื่อคนที่มีความกังวลคล้ายๆ กันให้ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง ตอนแรกที่ฉันเริ่มรู้ตัวจริงๆ ว่ามีรอยคล้ำใต้วงแขน คือที่ยิม ตอนนั้นกำลังได้ PT อยู่ แล้วเทรนเนอร์ก็คอยมองสลับไปมาระหว่างใต้วงแขนของฉันกับใต้วงแขนตัวเองตลอด ตอนแรกฉันคิดว่าอาจจะมองผิดไป แต่พอถามทีหลังว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าเพราะใต้วงแขนของฉันดูคล้ำหน่อย เลยดูของตัวเองด้วยว่ามีแบบนั้นไหม พอได้ยินแบบนั้น ฉันกลับบ้านแล้วลองยกแขนหน้ากระจกดู ปรากฏว่าเข้มกว่าที่คิดไว้มากจนตกใจสุดๆ ตั้งแต่นั้นมาก็เริ่มใส่ใจมากขึ้น เลยลองหาที่ดูแลรอยคล้ำใต้วงแขนแถวที่ทำงาน ตอนแรกไปที่ร้านก่อน หลังทำที่ร้านไปประมาณ 3 วัน ขุยก็เริ่มลอก และบริเวณที่ลอกก็ดูเหมือนจะจางลงนิดหน่อย ปัญหาคือครีมที่ให้มาทาหลังจากนั้น เขาบอกว่าน่าจะใช้ได้ประมาณ 1 เดือน แต่เพราะฉันมีพื้นที่ทั้งสองข้างค่อนข้างกว้าง พอทาไปประมาณ 5 วันก็แทบจะหมดแล้ว โทรไปที่ร้าน เขาบอกว่าฉันน่าจะทาเยอะเกินไป เลยแนะนำให้ซื้อเพิ่ม สุดท้ายฉันก็จ่ายอีก 150,000 วอนเพื่อซื้ออีกอัน แต่ตั้งแต่ตอนนั้นก็เริ่มรู้สึกว่าอะไรๆ มันแปลกๆ เพราะปริมาณครีมไม่ค่อยพอ ก็เลยต้องประหยัดทา พอประหยัดทา กลับรู้สึกว่าไม่ได้ทาให้ทั่วบริเวณที่กว้างพอจริงๆ ดังนั้นถึงจะพยายามทามากแล้ว ก็เริ่มสงสัยว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงจริงไหม.. พอถามอีกครั้ง เขาบอกว่าสามารถรีทัชได้ แต่ครีมก็ต้องซื้อเพิ่มอีก ฉันเลยเริ่มคิดว่าทำแบบนี้มันใช่จริงๆ ไหม ถ้าต้องเสียเงินครีมต่อเนื่องไปเรื่อยๆ สุดท้ายอาจกลายเป็นเสียมากกว่าคุ้ม เลยเริ่มหาวิธีอื่นตั้งแต่นั้น ฉันลองค้นในชุมชนนี้กับ Yeouya cafe ด้วย และยังหาข้อมูลการดูแลรอยคล้ำใต้วงแขนตามโรงพยาบาลอีกหลายที่ ที่หนึ่งบอกว่าต้องดูเลเซอร์ประมาณ 5 ถึง 10 ครั้ง อีกที่หนึ่งใช้วิธีเลเซอร์ร่วมกับสารสกัดเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิด และมักจะทำเป็นโปรแกรม 2 ถึง 3 ครั้ง แค่คำนวณเวลาก็ชัดแล้วว่า ถ้าทำเลเซอร์เดือนละครั้งอย่างน้อย 5 ครั้งก็เกือบ 5 เดือน แต่ถ้าเป็นโปรแกรม 2 ครั้งก็ประมาณ 6 สัปดาห์ สำหรับฉันแล้วภาระเรื่องเวลาน้อยกว่ามาก เลยตัดสินใจจองเพื่อไปปรึกษาก่อน จริงๆ ตอนแรกฉันก็รู้สึกว่าน่าสนใจและแปลกใหม่เหมือนกันที่เอาสารสกัดเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดมาใช้กับใต้วงแขน หลังไปถึง การปรึกษากินเวลานานกว่าที่คิดไว้พอสมควร น่าจะเกือบ 40 นาที และไม่ใช่แนวแบบบอกว่า “ทำหัตถการนี้แล้วจะได้ผลนะ” อย่างเดียว แต่เริ่มอธิบายตั้งแต่ทำไมถึงเกิดรอยคล้ำ ทำไมการเสียดสี การระคายเคือง การกำจัดขน แสงยูวี และสภาพการฟื้นตัวของผิวถึงสำคัญ จากที่ฉันเข้าใจ รอยคล้ำใต้วงแขนไม่ใช่แค่ขจัดสีด้านบนออกแล้วจบ แต่ต้องลดสภาพแวดล้อมที่ทำให้เมลานินกลับขึ้นมาเรื่อยๆ และมองไปในทิศทางที่ช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ด้วย พูดง่ายๆ คือ ต้องกดสาเหตุและสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพราะฉะนั้นตัวหัตถการก็ไม่ใช่แค่เลเซอร์เดี่ยวๆ แต่จะเช็คโทนก่อน ใช้เลเซอร์จัดการบริเวณที่จำเป็น แล้วค่อยใส่สารสกัดเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิด อัลตราซาวด์ แอมพูล และการปลอบประโลมผิวเป็นขั้นตอนๆ ตรงนี้ส่วนตัวฉันค่อนข้างเชื่อถือเลย สิ่งที่ชอบมากเป็นพิเศษคือ หลังทำเสร็จแล้วเขาจะจัดรูทีนดูแลบ้านแยกให้ตามโทนผิวและสภาพผิวของฉันเป็นสัปดาห์ที่ 1 สัปดาห์ที่ 2 และสัปดาห์ที่ 3 ไม่ใช่แค่ให้ครีมมาแล้วบอกว่าให้ทาให้ดีๆ~~ แต่จะอธิบายด้วยว่าแต่ละช่วงต้องระวังอะไร เมื่อไหร่ควรเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ไหน และยังบอกแยกไว้เลยว่าอย่าขัดสครับด้วย และอีกอย่างที่ทำให้ฉันแปลกใจคือ ใต้วงแขนเองถ้าใส่เสื้อที่เปิดให้เห็นตอนออกไปข้างนอก ก็อาจได้รับผลจากแสงยูวีได้เหมือนกัน เลยบอกว่าควรทากันแดด ฉันเคยคิดว่าแค่ทาหน้าและคอก็พอ ไม่คิดเลยว่าข้อศอกหรือใต้วงแขนก็โดนแสงยูวีได้เหมือนกัน หลังจากนั้นเลยพยายามใส่ใจให้มากที่สุด รูปฉันจะลงตามลำดับนะคะ/ครับ ขอเกริ่นไว้ก่อนว่า ตอนมาตรวจครั้งแรก คือรูปก่อนทำครั้งที่ 1 ฉันไม่ได้ถ่ายเก็บไว้ จริงๆ แล้วตอนนั้นสีคล้ำเข้มกว่ารูปแรกซึ่งเป็นรูปก่อนทำครั้งที่ 2 ด้วยซ้ำ และหลังทำครั้งที่ 1 ก็มีโทนที่เปลี่ยนไปบ้าง แต่ไม่ชัดเท่าหลังทำครั้งที่ 2 รูปแรกคือก่อนทำครั้งที่ 2 รูปที่สองคือหลังทำครั้งที่ 2 ตอนขุยขึ้น และรูปที่สามคือรูปวันที่ 40 หลังทำครั้งที่ 2 หลังทำไปไม่กี่วันจะมีช่วงที่เหมือนขุยๆ ขึ้นมา แล้วจากนั้นโทนโดยรวมจะค่อยๆ ดูเรียบขึ้น ตอนนี้ฉันทำไปแล้ว 2 ครั้งจากโปรแกรม 3 ครั้ง และครั้งที่ 3 ตั้งใจจะไปทำสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นวันที่ 45 หลังทำ ยังมีรอยคล้ำเหลืออยู่เล็กน้อยบริเวณรอบๆ ตรงกลาง แต่พอส่งรูปไปบอกคุณผู้จัดการ เขาบอกว่าครั้งที่ 3 จะเน้นดูบริเวณนั้นมากขึ้น แน่นอนว่าแต่ละคนมีระดับรอยคล้ำและสภาพผิวต่างกัน ผลลัพธ์ก็น่าจะต่างกันไปด้วย ฉันเองก็ทำการดูแลที่บ้านค่อนข้างจริงจัง พยายามเลือกเสื้อผ้าเพื่อลดการเสียดสี และพยายามไม่ลืมทากันแดด ถึงอย่างนั้น พอเทียบกับเมื่อก่อนที่ไม่รู้อะไรเลยแล้วแค่สครับทิ้งไว้เฉยๆ ตอนนี้พอเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงเกิดรอยคล้ำและดูแลเป็นขั้นตอน มันก็รู้สึกไม่มืดแปดด้านเท่าเดิมแล้ว ถึงยังเหลือครั้งสุดท้ายอยู่ เลยยังพูดไม่ได้ว่าเป็นผลลัพธ์สุดท้าย แต่ถ้ามองจากตอนนี้ที่ทำไปแล้ว 2 ครั้ง ฉันค่อนข้างพอใจเลย เขียนละเอียดขนาดนี้เพราะคิดว่าน่าจะมีคนที่กังวลเรื่องรอยคล้ำใต้วงแขนเหมือนฉันอยู่เหมือนกัน ถ้ามีคำถามคอมเมนต์มาได้เลยนะคะ/ครับ ฉันจะตอบอย่างตรงไปตรงมาตามที่รู้

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้