หน้าผากฉันไม่ได้ยุบมากเป็นพิเศษ แต่โดยรวมมันให้ความรู้สึกแบนๆ นิดหน่อย เลยคิดมาตลอดว่าอยากให้มีวอลลุ่มเพิ่มอีกสักนิดก็คงดี ตอนแรกก็คิดว่าไม่รู้จำเป็นต้องฉีดฟิลเลอร์จริงๆ ไหม แต่พอดูรูปก่อน-หลังไปเรื่อยๆ ก็รู้เลยว่าแค่หน้าผากมีวอลลุ่มเพิ่มขึ้นนิดเดียว บรรยากาศของใบหน้าก็ดูต่างไปค่อนข้างมาก
เลยเริ่มหาที่ที่เติมวอลลุ่มให้ได้แบบเป็นธรรมชาติที่สุด! โดยเฉพาะไม่อยากได้หน้าผากนูนเกินแบบเบลูกา เลยดูเป็นหลักว่าที่ไหนออกแบบให้ธรรมชาติที่สุด และ DLS ถูกใจฉันที่สุด ก็เลยปรึกษาแล้วทำเลยในวันนั้น คนค่อนข้างเยอะ พื้นที่รอเลยรู้สึกแคบไปหน่อย แต่ขั้นตอนปรึกษาและทำหัตถการเองไม่ได้อึดอัดอะไรขนาดนั้น แล้วเขาก็อธิบายแค่ส่วนที่จำเป็น เลยไม่รู้สึกกดดัน ฉันบอกแค่ว่าอยากได้แบบธรรมชาติ
ตอนทำพูดตรงๆ ว่าค่อนข้างเจ็บ.. เขามีทายาชาให้ แต่ก็ยังรู้สึกถึงแรงกด และความเจ็บเหมือนจะมากกว่าหัตถการฟิลเลอร์แบบอื่นนิดหน่อย แต่ระหว่างทำเขาก็คอยเช็กอาการเป็นระยะและทำอย่างละเอียด เลยทนได้ดีกว่าที่คิด ตอนแรกเพราะบวมเลยดูนูนกว่าที่คิดไว้ ทำให้แอบกังวลนิดหน่อย แต่พอผ่านไปไม่กี่วันอาการบวมยุบลง ก็เข้าที่พอดีตามวอลลุ่มที่ฉันต้องการ ช่วงแรกยังรู้สึกไม่เรียบเล็กน้อย เลยใช้ชีวิตอย่างระวัง แต่พอเวลาผ่านไปมันก็ค่อยๆ เรียบเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เลยใช้ชีวิตสบายมาก! พอหน้าผากมีวอลลุ่ม ใบหน้าก็ดูมีมิติขึ้นเยอะ และลุคก็ดูอ่อนโยนกว่าก่อน เมื่อก่อนถ้าไม่มีหน้าม้าฉันจะกังวลหน้าผากมากจนไม่ค่อยกล้าปัดขึ้น ตอนนี้กลับมั่นใจที่จะทำทรงเปิดหน้าผากแล้ว คนรอบตัวก็บอกว่าหน้าผากฉันจริงๆ ไม่ได้ยุบมากอยู่แล้ว แต่พอทำแล้วสัดส่วนใบหน้าดูดีขึ้นมาก สิ่งที่พอใจที่สุดคือมันมีแค่วอลลุ่มที่เป็นธรรมชาติ ไม่ได้ดูเติมเยอะเกินไป!!