โพสต์

รีวิวศัลยกรรมแบบไม่ผ่าตัด

จาก Rejuran Healer ไปฉีด Green Cross Rebonne แล้วก็โอเค

ปลายวัย 30 ลดน้ำหนักไป 25 กก. จนกลายเป็นยายแก่เลย (ย่นยับ..). เดิมทีเป็นคนผิวมันมาก แต่พอเข้าปลายวัย 30 แล้ว ถึงขั้นหน้าร้อนก็ต้องทาน้ำมันทั้งตัว ผิวแห้งเหมือนทะเลทราย ยังไงก็ตามแก่ลงแบบเฉียบพลัน เลยฉีด Rejuran Healer อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ 1 ปีก่อน (เดือนละครั้ง) ไม่ได้หมายความว่า Rejuran Healer ไม่มีผลนะ ฉีดแล้วหน้าก็จะดูเงาใสวิ้ง ๆ จริง แต่ทุกครั้งที่ฉีดก็เจ็บมาก แถมอยู่ได้แค่ประมาณ 2 สัปดาห์ก็เริ่มรู้สึกว่าผิวกลับมาแห้งอีก จริง ๆ แล้วเรารู้จักแค่สกินบูสเตอร์อย่าง Rejuran Healer คิดว่าอันนี้น่าจะได้ผลดีที่สุด ตอนคุยกับผู้จัดการที่ให้คำปรึกษา เราบอกว่าอยากฉีด Rejuran แต่เจ็บเกินไป และผลอยู่สั้นเมื่อเทียบกับความเจ็บก็น่าเสียดาย เลยได้รับคำแนะนำสกินบูสเตอร์ตัวใหม่ ๆ หลายตัว เขาแนะนำแบบ Ecm บอกว่าได้ผลนานกว่าและเจ็บน้อยกว่า Rejuran เลยลองฉีดเป็นครั้งแรก มีการแนะนำสกินบูสเตอร์หลายตัว (Lituo, Rebonne และอีกตัวหนึ่งจำชื่อไม่ได้) แต่บอกว่า G-cell Rebonne เม็ดเล็กที่สุด จึงเจ็บน้อยกว่าและกระจายตัวได้สม่ำเสมอ น่าจะได้ผลดี เลยฉีดตัวนั้น เพราะผิวแห้งหนักจากอายุเลยฉีด water glow ด้วย จุดที่ชอบของ Boselle คือ - ขอให้เปิดกล่องต่อหน้าแล้วเขาก็เปิดต่อหน้าให้จริง ๆ (หลังจากครั้งหนึ่งที่คลินิกผิวหนังอีกแห่งผสมน้ำ Rejuran จนไม่ได้ผลแถมเสียเงินฟรี หลังจากนั้นสกินบูสเตอร์เราจะขอให้เปิดต่อหน้าตลอด / ส่วนตัวคิดว่าถ้าไปคลินิกแบบโรงงานเขาจะไม่เปิดต่อหน้าแน่ ๆ เลยแนะนำให้ไปที่แบบส่วนตัวมากกว่า) - คุณหมอ.. ฉีดละเอียดมาก.. บอกว่าดีต่อการฟื้นฟูผิวเลยค่อย ๆ จิ้มทีละจุดตรงรอยแผลบนหน้าเรา.. เราก็พูดว่า เอาอีกนิด!! ไปตามจริงคืออยากกลับบ้านแล้ว เพราะผสม water glow ด้วย ปริมาณเลยเยอะมาก ฉีดไป 5 กระบอก (ประมาณ 4.5 กระบอก??) ฉีดนานขนาดนั้นก็เหนื่อยอยู่เหมือนกัน ผ่านไป 30 วันแล้ว ผลคือค่อนข้างดีแน่นอน หน้ายังมีความโกลว์อยู่ คนที่ผิวหน้าต้องทาน้ำมันแม้แต่หน้าร้อนแบบเรา ตอนนี้หลังฉีดมาก็ยังไม่ต้องทาน้ำมันเลย น้อยกว่าเจ็บกว่า Rejuran และผลก็อยู่นานกว่า ดูเหมือนต่อไปคงฉีด G-cell Rebonne ไปเลย น่าจะเป็นสกินบูสเตอร์รุ่นใหม่ ๆ ที่ดีกว่า

ดูบน sungyesa

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้